ไม่ว่าจะผ่านมาสักกี่ยุค ผู้คนก็ไม่เคยหยุดซื้อขายรถมือสอง รถมือสองยังครองตลาดการซื้อขายรถยนต์เป็นอันดับต้น ๆ ในปัจจุบัน และยังได้รับความสนใจในทุกๆปี รถมือสองเป็นตัวเลือกของคนอยากมีรถขับและอยากประหยัดในเวลาเดียวกัน การซื้อรถมือสองมีความเสี่ยงอย่างแน่นอนแต่แลกมากับราคาที่ถูกซึ่ง การเลือกรถมือสองมีวิธีดูก่อนซื้อเพื่อลด การเจอปัญหาในระยะยาว เพราะเราไม่ทราบแน่ชัด ว่ารถที่ซื้อจะใช้ได้ดีและนานเพียงใด วันนี้เราจึงมาบอกคุณถึงวิธีการเลือกซื้อรถมือสองอย่างไรให้ตอบโจทย์คุณมากที่สุด
สิ่งแรกที่คุณควรคำนึงถึง คืองบประมาณในการซื้อรถมือสองของคุณ คุณควรตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนกับสถาบันการเงินหรือการซื้อด้วยเงินสด หากเลือกการผ่อนชำระแบบรายเดือน ต้องคำนวณยอดผ่อนที่สามารถจ่ายได้แบบไม่เดือดร้อน เพราะนอกจากเงินที่ต้องผ่อนแล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมา เช่นค่าน้ำมันรถ ค่าภาษี และค่าประกันรถ
อย่าพึ่งรีบตัดสินใจซื้อรถที่คุณเพิ่งเคยเห็น คุณควรดูสภาพรถจริง ๆ ประกอบการตัดสินใจ และควรดูในหลาย ๆ ที่เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับเราในการเปรียบเทียบ และในปัจจุบันคุณสามารถหาข้อมูลรถผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ เพราะฉะนั้นก่อนซื้อรถเก๋งมือสองไม่ว่ารุ่นไหนก็ตาม ควรหาข้อมูล หรือเปรียบเทียบรถรุ่นเดียวกันในที่อื่นก่อนการตัดสินใจซื้อ
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อรถเก๋งมือสองควรเดินทางไปดูรถในสภาพจริง และทำการเช็กทั้งภายนอกและภายในว่ารถยังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ หากคุณมีคนรู้จักหรือคุณมีความรู้ทางด้านเครื่องยนต์ของรถ ให้พาคนรู้จักหรือตรวจสอบเครื่องยนต์ของรถว่ารถที่คุณตัดสินใจซื้อผ่านอะไรมาบ้าง เพิ่มเติมหรือไม่ แล้วควรเช็กระบบต่าง ๆ ของรถว่ายังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้รถที่คุณตัดสินใจซื้อขับขี่ได้นานและคุ้มค่าคุ้มราคาที่คุณต้องจ่าย
ก่อนการซื้อคุณควรขอผู้ขายในการทดลองขับรถก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายในการซื้อขาย เพราะการได้ลองขับจริงจะทำให้คุณประเมินได้ว่ารถที่คุณกำลังซื้อนั้นมีสภาพดีเหมาะกับการขับขี่จริงหรือไม่ และอย่าลืมตรวจเช็คระบบระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในรถ ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศ ระบบเสียง ระบบไฟเลี้ยว ตรวจสอบเสียงแปลก ๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายในรถ เกียร์และเบรค และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการขับรถว่ามีส่วนไหนติดขัดหรือไม่ หากพบการติดขัดหรือข้อบกพร่องคุณอาจได้รับส่วนลดในการซื้อจากคนขาย หากคุณรับได้กับข้อเสียนั้น
สามารถตรวจสอบประวัติของรถได้ง่ายที่สุดคือดูจากเล่มทะเบียนจริงของรถ เพราะเล่มทะเบียนจะแสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับรถ ตั้งแต่จำนวนผู้ครอบครองรถว่ามีการเปลี่ยนมือมากี่คน ประวัติการซ่อมบำรุงต่างๆ โดยข้อมูลที่คุณจะได้รับจากการตรวจสอบเล่มทะเบียนรถมีดังนี้
เมื่อคุณทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว นำมาประกอบการตัดสินใจในการซื้อ หากรถที่คุณต้องการซื้อมีการเปลี่ยนมือมาก และมีการซ่อมบำรุงที่บ่อย รถคันนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนะในการซื้อไว้ใช้เป็นรถมือสอง ทั้งนี้อยู่ที่การประเมินตัวคุณว่ารับได้หรือไม่
สิ่งสำคัญสุดท้ายคือเลือกผู้ขายที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหลังการซื้อหรือการถูกโกง การตรวจสอบผู้ขายหรือซื้อรถกับผู้ขายที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย หรือตัวแทนจำหน่ายที่ถูกแต่งตั้งโดยบริษัทรถ การซื้อรถมือสองกับบุคคลเหล่านี้จะสามารถตรวจสอบได้ และทำให้คุณมั่นใจในการซื้อขายว่าจะไม่ถูกโกงอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่ารถมือสองจะถูกกว่ารถมือหนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการซื้อรถมือสองในปัจจุบันก็ยังมีความเสี่ยงอยู่มากเช่นกัน ทั้งในเรื่องของการโดนโกง หรือเรื่องของสภาพของรถที่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรืออาจมีค่าบำรุงรักษาตามมาอย่างบานปลาย แต่ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีงบที่ประหยัด และรถมือสองสภาพดีและมีคุณภาพ ก็ยังมีอยู่เต็มตลาดรอให้คุณค้นหาแล้วค้นพบรถที่ใช่สำหรับคุณ
มีรถแล้วอย่าลืมมีประกันรถยนต์ทุกครั้งที่คุณขับขี่ เลือกทำประกันรถยนต์กับทาง insurverse ให้คุณมั่นใจได้ว่าประหยัดและตอบโจทย์คุณในด้านประกันรถยนต์ที่สุด คุณสามารถเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับการขับของของคุณ พร้อมส่วนลดเบี้ยประกันที่เราพร้อมจะมอบให้คุณ เพื่อให้คุณขับรถบนท้องถนนได้อย่างอุ่นใจ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท