ทะเบียนบ้านเป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันที่อยู่ของบ้านแต่ละหลัง มันไม่ได้เป็นแค่สมุดเล่มหนึ่งที่เอาไว้เก็บข้อมูล แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต เช่น สมัครงาน เปิดบัญชีธนาคาร ขอไฟฟ้า น้ำประปา ไปจนถึงการขอสิทธิ์ต่าง ๆ ที่รัฐให้
ไม่ขอทะเบียนบ้านภายใน 15 วัน มีโทษนะ ตามกฎหมาย เจ้าบ้านต้องแจ้งขอทะเบียนบ้านภายใน 15 วันหลังสร้างบ้านเสร็จ ถ้าไม่ทำตาม อาจโดนปรับไม่เกิน 1,000 บาท
อย่างไรก็ตาม บ้านใหม่มักเป็นเป้าหมายของโจร เพราะยังไม่มีระบบป้องกันที่สมบูรณ์ ประกันภัยบ้านและคอนโดจาก insurverse คุ้มครองทรัพย์สินหากเกิดการบุกรุก ลักทรัพย์ หรือทำลายข้าวของ ให้คุณมั่นใจแม้ไม่อยู่บ้าน
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ไปยื่นเรื่อง แต่ส่วนมากไม่เกิน 20 บาท โดยเป็นค่าปริ้นท์เอกสารนั่นเอง
ปัจจุบันสามารถขอทะเบียนบ้านออนไลน์ผ่านแอป DOPA (กรมการปกครอง) ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
ฟรีค่าธรรมเนียม 1 ปี ปัจจุบัน รัฐบาลยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับบริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นเวลา 1 ปี
การขอทะเบียนบ้านไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเตรียมเอกสารให้ครบและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ทุกคนสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น และหากไม่สะดวกไปเอง ก็สามารถใช้ระบบออนไลน์ผ่านแอป DOPA ได้แล้ว
บ้านใหม่หรือคอนโดอาจยังไม่มีระบบป้องกันที่ครบถ้วน หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือพายุเข้า อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse เพราะจะช่วยให้คุณได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
อย่าลืม! ขอทะเบียนบ้านให้เสร็จภายใน 15 วันหลังสร้างบ้าน ไม่งั้นโดนปรับไม่เกิน 1,000 บาทนะ!
หากยื่นขอทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ และเขตเทศบาล ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ส่วนในต่างจังหวัดอาจใช้เวลานานถึง 30 วัน ขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละพื้นที่
ไม่ต้องแจ้งความ สามารถไปขอใหม่ที่สำนักทะเบียนได้เลย โดยเตรียมบัตรประชาชนและเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 20 บาท
เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ บัตรประชาชน, ใบ ท.ร.9, หลักฐานกรรมสิทธิ์ที่ดิน, ใบอนุญาตก่อสร้าง, รูปถ่ายบ้าน 4 ด้าน และเอกสารเพิ่มเติมในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
เจ้าของคอนโดสามารถเลือกได้ว่าจะมีชื่อเป็นเจ้าบ้านหรือไม่ ถ้ามีชื่อเป็นเจ้าบ้าน จะได้รับสิทธิพิเศษในการทำธุรกรรมและอาจได้รับการยกเว้นภาษีบางส่วน
ได้แล้วผ่านแอป dopa (กรมการปกครอง) โดยต้องดาวน์โหลดแอป ไปยืนยันตัวตนที่สำนักทะเบียน และใช้รหัสผ่าน (PIN) เพื่อเข้าสู่ระบบ จากนั้นสามารถแจ้งย้ายที่อยู่หรือทำรายการที่เกี่ยวข้องได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ