เมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการไปต่างประเทศหรือภายในประเทศ การเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเครื่องบินเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ที่ผู้โดยสารจะต้องเช็กเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วน รวมถึงสิ่งของสัมภาระที่ใช้ในการเดินทาง ที่นอกจากเตรียมให้พร้อมสำหรับทริปนั้นๆ แล้ว ก็ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยด้วยว่าสิ่งของที่คุณนำมานั้นเสี่ยงต่อการห้ามขึ้นเครื่องหรือเปล่า เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะต้องโยนทิ้งไป ว่าแล้วเราไปดูกันดีกว่าว่ามีของห้ามขึ้นเครื่องอะไรบ้างไปเช็กกันเลย
เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมักจะไม่รู้ หากพกแบตเตอรี่สำรองมาแล้วต้องถูกโยนทิ้งรับรองเลยว่าเสียดายแน่นอน ดังนั้นจำเป็นต้องรู้ว่าทางสนามบินไม่อนุญาตให้นำแบตเตอรี่สำรองที่มีขนาดความจุมากกว่า 32,000 mAh ขึ้นเครื่องบินและยังเป็นสิ่งของห้ามโหลดใต้เครื่องอีกด้วย แต่ถ้าต้องการอยากจะพกพาจริงๆ สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขความจุที่ทางสนามบินกำหนดคือ 20,000-32,000 mAh โดยกำหนดให้พกได้ไม่เกินคนละ 2 ชิ้นและจะต้องมีตัวเลขแสดงขนาดความจุอย่างละเอียด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ง่าย
สำหรับสิ่งของที่อยู่ในหมวดหมู่ของวัตถุไวไฟ ห้ามนำขึ้นเครื่องบินเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้และเกิดระเบิดบนเครื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประเภทของเหลวหรือของแข็งที่ไวไฟ ก็ล้วนเป็นของห้ามขึ้นเครื่องทั้งนั้น
สิ่งที่หลายๆ คนมักจะมองข้ามก่อนขึ้นเครื่องบินก็คือ การพกพาของเหลวที่เป็นข้อห้ามสำคัญ สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งกำหนดเอาไว้ไม่ให้นำของเหลวทุกชนิดที่มีขนาดความจุเกิน 100 มล. ติดตัวหรือพกพาขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด ยกตัวอย่างเช่น น้ำหอม, น้ำดื่มหรือเครื่องสำอางชนิดของเหลว เป็นต้น
เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องห้ามอย่างมากสำหรับการขึ้นเครื่องบิน ที่ห้ามนำสัตว์มีพิษหรือสัตว์เลี้ยงมีพิษขึ้นเครื่อง อย่างไรก็ได้ในปัจจุบันมีหลายๆ สายการบินที่อนุญาตให้สามารถพาสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในเงื่อนไขไปนั่งระหว่างการเดินทางได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบรวมถึงดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองให้ดีไม่ให้รบกวนผู้อื่น
ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนูสุดโปรดแค่ไหน แต่หากมีกลิ่นรุนแรงขึ้นเครื่องไปด้วย อาจจะถูกจับทิ้งได้ เพราะเป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากต้องการพกพานำอาหารหรือขนมชนิดนั้นติดตัวไปด้วยจริงๆ จำเป็นที่จะต้องบรรจุหีบห่อขนมหรืออาหารชนิดนั้นให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นฉุนออกมาตามระเบียบของสายการบินนั่นเอง
การขึ้นเครื่องบินเป็นการเดินทางที่จะเต็มไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเตรียมความพร้อมให้เหมาะสมด้านสัมภาระก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของที่ห้ามนําขึ้นเครื่องบินในประเทศและต่างประเทศ เมื่อจัดการเรื่องสัมภาระเรียบร้อย ลำดับต่อมาก็จัดการเรื่องความปลอดภัยและความราบรื่นในการเดินทาง ด้วยการทำประกันการเดินทางต่างประเทศก่อนออกทริปทุกครั้ง เพื่อให้มีผู้ช่วยส่วนตัวในการเดินทาง ที่ให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเป็นหลักประกันรองรับทุกความเสี่ยงอันเกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด หากยังไม่รู้จะเลือกประกันเจ้าไหนดี สามารถเลือกประกันจาก insurverse ได้เลย คลิกดูรายละเอียดประกันการเดินทางของ insurverse ได้ที่นี่เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ