จะไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่แค่มีเงินอย่างเดียวแล้วจะไปเที่ยวได้นะ แต่ยังต้องมี “ดวง” ด้วย เพราะวิธีการผ่านตม เกาหลีสำหรับคนไทยทุกวันนี้ จัดว่าเข้มงวดไม่เบาเชียวล่ะ วันนี้ insurverse มี 6 เทคนิคผ่าน ตม เกาหลี 2023 6 วิธีผ่าน ตม. เกาหลีแบบง่ายๆ ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย! มาแนะนำดูไปพร้อมๆ ได้เลย
นักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนบิน อย่างน้อย 72 ชม. ซึ่ง K-ETA เป็นระบบที่คล้ายกับการกรอกใบตม เกาหลี แต่จะเป็นการทำในรูปแบบใหม่ คือสามารถทำออนไลน์ก่อนเดินทางได้เลย โดยจะแจ้งผลการลงทะเบียนว่าผ่านหรือไม่ มาทาง E-Mail สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://www.k-eta.go.kr/ หรือ แอปพลิเคชัน K-ETA อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผลการลงทะเบียน K-ETA จะผ่านแล้ว แต่ก็ยังไม่การันตีว่าจะเข้าเกาหลีได้แน่นอน จะต้องด่านตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ตม เกาหลีอีกครั้ง จึงทำให้เราจำเป็นต้องเตรียมตัวในส่วนอื่นๆ ให้พร้อมเสมอเพิ่มเติมด้วย
ควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ไปด้วย เพราะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเรามาเกาหลีด้วยวัตถุประสงค์นั้น ๆ ตามความเป็นจริง ได้แก่
การแต่งกายเน้นแต่งด้วยชุดเรียบง่าย ผู้หญิงก็ไม่ควรแต่งโป๊จนเกินไป ผู้ชายก็แต่งสุภาพปกติ ใส่รองเท้าผ้าใบ พูดง่ายๆ First impression สำคัญเสมอ เพราะการแต่งกายจะเป็นเหมือนปราการด่านแรกที่เจ้าหน้าที่ตม เกาหลีเห็นและพิจารณาตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไปให้เราได้ง่ายยิ่งกว่า
ไปเที่ยวเกาหลีสัมภาระควรมีขนาดพอเหมาะ ไม่มากไปหรือน้อยเกินไป ว่าง่าย ๆ คือสอดคล้องกับจำนวนวันที่เราพำนักในเกาหลี รวมถึงแลกเงินวอนติดตัวไปด้วยก็ดี เผื่อในกรณีที่ตม เกาหลี ถามว่ามีเงินติดตัวมาเท่าไรจะได้ชี้แจงได้ถูก ย้ำสักนิดว่าห้ามพกเงินทุกสกุลเกิน 1 หมื่นดอลล่าสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ตม เกาหลีอาจจะมีการถามคำถามกับเราบ้าง เพื่อความมั่นใจว่าเรามาเที่ยวจริงๆ ใครอยากผ่านเข้าเกาหลีก็ต้องเตรียมตัวกันไว้ก่อนและฝึกตอบคำถามด้วยความมั่นใจ ไม่ลังเล โดยคำถามที่เจ้าหน้าที่จะถามก็เป็นคำถามทั่วไปเกี่ยวกับทริปการเดินทางของเราเป็นหลัก ซึ่งถือว่าไม่ยากเกินไปเลยแม้แต่นิด
ในการเที่ยวต่างประเทศที่ไหนก็ตาม คุณจำเป็นต้องใช้สกิลภาษาอังกฤษเพื่อฟังและตอบคำถามเจ้าหน้าที่ตม เกาหลีติดตัวเอาไว้บ้าง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำถามพื้นๆ แต่ประโยคที่ไม่ควรตอบที่สุดเลยก็คือ I don’t know เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ตัดคะแนนในเรื่องทักษะการพูด ทำให้มีผลต่อการเข้าประเทศในทางอ้อมได้
ทั้งหมดนี้คือ 6 วิธีผ่านตม เกาหลีแบบง่ายๆ อุตส่าห์มาเตรียมตัวเที่ยวเกาหลี ทั้งวางแผนสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเอาไว้ด้วย ด้วยการเลือกซื้อประกันต่างประเทศที่ insurverse สามารถเข้าไปดูแพ็กเกจประกันภัยการเดินทางออนไลน์ insurverse ที่นี่ เพื่อรับความคุ้มครองแบบเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งมีคนให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉินๆ ใด ๆ ก็จะได้พร้อมรับมือได้กับทุกเหตุการณ์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ