เคยมั้ย? ของสำคัญหายตอนที่ต้องใช้พอดี สมุดบัญชีที่ไม่ค่อยได้แตะมาหลายเดือน อยู่ๆ ก็หายวับไปตอนที่ต้องใช้ถอนเงินหรืออัปเดตข้อมูล รีบไปธนาคารก็แล้ว แต่ดันลืมว่าต้องแจ้งความก่อนรึเปล่า ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง สุดท้ายเสียเวลาวิ่งวุ่นทั้งวัน ทั้งที่จริงๆ แล้ว ถ้ารู้ขั้นตอนล่วงหน้า ทุกอย่างจะง่ายกว่านี้เยอะ เหมือนกับการซื้อ พ.ร.บ.รถยนต์ จาก insurverse ที่ถ้าซื้อไว้ล่วงหน้า ก็ไม่ต้องมาวุ่นวายตอนใกล้หมดอายุ แถมซื้อง่าย ออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปถึงที่
การทำสมุดบัญชีหายไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หลายคนยังสับสนว่าต้องแจ้งความหรือเปล่า? จริงๆ แล้วแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขต่างกัน บางที่ต้องแจ้งความ บางที่เดินเข้าไปทำใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปโรงพัก เรามาดูแต่ละธนาคารกันว่าเขามีกฎเกณฑ์ยังไงบ้าง
ไม่ว่าธนาคารไหน ส่วนใหญ่จะต้องใช้เอกสารเหล่านี้
โดยทั่วไป การขอสมุดบัญชีเล่มใหม่ใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที ขึ้นอยู่กับว่าธนาคารมีลูกค้ารอเยอะมั้ย ถ้าไปช่วงต้นเดือนหรือวันเงินเดือนออก อาจต้องรอคิวนานกว่าปกติ
สมุดบัญชีอย่างเดียวไม่สามารถใช้ถอนเงินได้ เพราะการถอนต้องใช้บัตรประชาชนหรือรหัสผ่านที่ตรงกับเจ้าของบัญชี อย่างไรก็ตาม ถ้ากลัวว่าข้อมูลบัญชีจะรั่วไหล สามารถแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวบัญชีได้
ปัจจุบันหลายธนาคารเปิดให้ลูกค้าเลือกใช้ บัญชีดิจิทัล หรือ e-Passbook แทนสมุดบัญชีเล่มจริง ซึ่งมีข้อดีคือ:
การทำสมุดบัญชีหาย อาจดูวุ่นวายถ้าไม่รู้ขั้นตอนล่วงหน้า แต่ถ้าเตรียมตัวดี มีเอกสารพร้อม รู้ว่าธนาคารไหนต้องแจ้งความ ธนาคารไหนเดินเข้าไปขอเล่มใหม่ได้เลย ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น ไม่เสียเวลาวิ่งไปมาให้ปวดหัว เช่นเดียวกับ เช็กเบี้ยพ.ร.บ.รถยนต์ ถ้าทำไว้แต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอวันสุดท้าย แค่ไม่กี่นาทีออนไลน์ก็เสร็จ ต่อภาษีได้เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาที่ขนส่งให้วุ่นวาย
หลายธนาคารอนุญาตให้ทำธุรกรรมผ่านแอปได้แม้ไม่มีสมุดบัญชี แต่หากต้องทำรายการบางอย่าง เช่น ขอสมุดใหม่ อัปเดตข้อมูล หรือถอนเงินสดจากสาขา อาจยังต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม
ถ้าต้องการสมุดใหม่แบบเร่งด่วน ควรไปที่สาขาธนาคารที่เปิดบัญชีโดยตรง พร้อมเอกสารที่จำเป็น หากธนาคารนั้นไม่ต้องแจ้งความ ก็สามารถรับเล่มใหม่ได้ภายในไม่กี่นาที
ได้แน่นอน ธนาคารไม่ได้เปลี่ยนเลขบัญชีแค่เพราะสมุดหาย คุณสามารถใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตนเพื่อขอหมายเลขบัญชีจากสาขาหรือตรวจสอบผ่านแอปธนาคารได้
ไม่จำเป็น หากบัญชียังใช้งานได้ตามปกติ คุณแค่ขอทำสมุดบัญชีเล่มใหม่เท่านั้น เว้นแต่ว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การทำธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจต้องพิจารณาแจ้งปิดบัญชี
ไม่มีผลต่อเครดิตโดยตรง เพราะเครดิตพิจารณาจากประวัติธุรกรรมและการชำระหนี้เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งธนาคารทันทีหากกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลบัญชี
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ