ใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายผจญภัยเดินป่า จะต้องมีสกิลการเอาตัวรอดติดตัวไว้เสมอ เผื่อหลงป่ากันขึ้นมาจะได้หาวิธีเอาตัวรอดได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วนักท่องเที่ยวสายเดินป่าคงจะลำบากไม่น้อย ยิ่งบางคนชอบไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวยิ่งต้องเติมสกิลและความพร้อมในการท่องเที่ยวให้มากที่สุด ไปดูแนวทางรับมือและสิ่งจำเป็นเมื่อหลงป่ากันได้เลย
ใช้ตัดไม้, ตัดเชือกหรือใช้ทำสัญลักษณ์ป้องกันการหลงป่า
เผื่อเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินได้รับบาดเจ็บระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในป่าใหญ่ ที่ไร้แม้แต่วี่แววของสถานพยาบาลใกล้ๆ ก็จะสามารถช่วยเหลือและปฐมพยาบาลได้ทันเวลา
ใช้มัด, ผูกสิ่งของ, ใช้หย่อนวัดความสูง, ใช้ส่งของจากที่สูงลงที่ต่ำหรือใช้ปีนป่าย
สิ่งสำคัญในการนำทางเพื่อให้การเดินทางไปอย่างถูกทิศทางอย่างปลอดภัยและป้องกันการหลงป่า
ให้ความสว่างตอนกลางคืนและสามารถใช้ขอความช่วยเหลือได้
ใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือหรือส่งสัญญาณให้เพื่อนคนอื่นๆ ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
นักเดินทางท่องเที่ยวป่าทุกคนควรมีทักษะการเอาตัวรอดในป่า เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นการมีสติให้มากที่สุด ตลอดการเดินทางในป่าใหญ่ ก็จะช่วยทำให้นักเดินป่าทุกคนนั้นรอดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดใดๆ ได้อย่างทันท่วงที
นักเดินทางทุกคนควรดูแผนที่ก่อนออกเดิน ซึ่งสามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1.1. ขึ้นไปอยู่บนที่สูง เพื่อสามารถมองลงมาจากมุมสูงแล้วเห็นพื้นที่โดยรอบและตำแหน่งของตัวเองได้อย่างชัดเจน
1.2. หากไม่มีเข็มทิศสามารถสังเกตทิศทางจากดวงอาทิตย์ขึ้น ถ้าขึ้นคือตะวันออกและถ้าดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าตรงไหนคือตะวันตก แต่ก็ช่วยให้นักเดินทางพอรู้ทิศคร่าวๆ เท่านั้น
1.3. เมื่อไม่มีเข็มทิศ การที่นักเดินป่าสามารถหาทิศทางได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือการมองหาทิศจากดาวเหนือ ในตอนกลางคืน ให้เดินไปตามเส้นทางที่ต้องการโดยใช้ดาวเหนือเป็นแหล่งอ้างอิงทิศเหนือได้เลย เพื่อป้องกันการเดินวนกลับมาทางเดิม
1.4. หากลองตั้งใจฟังเสียน้ำไหลผ่านให้ดี ให้รีบเดินไปหาแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุด เพื่อเลือกเดินเลียบไปตามทางน้ำ ไหล จะช่วยทำให้สามารถหาทางออกได้ง่ายขึ้นและอาจจะเจอกลุ่มนักเดินทางอื่นได้
สกิลที่นักเดินป่าควรมีติดตัวก็คือ ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดพักเมื่อไหร่คอยไปต่อ หากอยู่ในเวลากลางคืนการสร้างจุดพักแรม ในช่วงที่หลงป่า ก็จะช่วยเพิ่มเรี่ยวแรงให้มีแรงเดินทางต่อในวันต่อไปได้ สามารถมองหาจุดพักแรมเพื่อก่อกองไฟ เช่น แนวต้นไม้, แนวเถาวัลย์, นอนบนโขดหินหรือบนต้นไม้สูงช่วยป้องกันสัตว์ป่าในเวลากลางคืนได้ หากนอนบนพื้นราบควรก่อกองไฟเพื่อช่วยเพิ่มความสว่างและเพื่อให้เกิดควันไฟไล่แมลงและสัตว์ร้ายต่างๆ ย่อมดีกว่า
พื้นที่ในป่ามีความคล้ายคลึงกันไปหมด การทำสัญลักษณ์ทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ เช่นบนต้นไม้หรือผูกเชือกไว้ให้สังเกตได้ง่าย ก็จะช่วยทำให้ไม่วนกลับมาทางเดิมและต้องรู้จักวิธีการส่งสัญญาณของความช่วยเหลือเมื่อหลงป่า เช่น การใช้ไฟฉาย, การเป่านกหวีด, ใช้ควันไฟเป็นสัญญาณ
การแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำป่าก่อนเข้าไปเดินป่า พร้อมระบุเส้นทางที่ต้องการจะไปให้กับเจ้าหน้าที่รับรู้ จะช่วยทำให้มีคนพร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ หากนักท่องเที่ยวเดินหลงอยู่ในป่า เป็นเวลาหลายวัน เจ้าหน้าที่ก็จะรู้สึกผิดสังเกตขึ้นมา ว่าเข้าป่านานเกินไปแล้ว จะได้เตรียมกำลังคนออกไปตามหาและให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา
การหาแหล่งน้ำดื่มและการหาอาหารประทังชีวิตคือสิ่งสำคัญ แหล่งน้ำในป่าที่ดื่มแบบปลอดภัยได้มาจาก กอไผ่, เถาวัลย์หรือน้ำจากการระเหย หากเจอแหล่งน้ำจากลำธารควรเลือกน้ำที่กำลังไหลและดูใสสะอาด โดยวักน้ำจากบริเวณผิวๆ น้ำเท่านั้น หลีกเลี่ยงน้ำที่ขังตามพื้นดินหรือหลีกเลี่ยงน้ำที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเลย เพราะอาจทำให้ติดเชื้อขึ้นมาได้ นอกจากนี้ควรมองหาพืชผักหรือผลไม้ในป่ามาทานรองท้องเอาไว้ก่อนเพื่อรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
แม้จะเป็นนักเดินป่าที่ชำนาญแค่ไหนก็มีโอกาสหลงป่าได้ แต่ไม่ว่าเราจะเที่ยวแบบไหนก็ควรเตรียมทุกความพร้อมไว้ล่วงหน้าและทำประกันท่องเที่ยวติดตัวเอาไว้ อย่างประกันของ insurverse ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองรายวันได้ตามจำนวนวันเดินทางที่ต้องการไปท่องเที่ยวได้เลย สะดวกรวดเร็ว ด้วยการซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย เลือกแพ็คเกจประกันเดินทางต่างประเทศ ของ insurverse ที่นี่ ก่อนออกไปเดินป่าได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ