เที่ยว Marina Bay ไม่ใช่แค่การเดินเล่นตามแลนด์มาร์กดัง ๆ แต่คือการออกไปสัมผัสจังหวะชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของสิงคโปร์ ตั้งแต่แสงไฟระยิบระยับบนสะพาน Helix ไปจนถึงวิวเมืองจากชั้น 57 ของ Marina Bay Sands ทุกอย่างถูกออกแบบให้คุณหลงรักเมืองนี้แบบไม่รู้ตัว แต่ก่อนจะลุยทริปแบบเต็มสปีด อย่าลืมให้ ประกันเดินทางต่างประเทศ จาก insurverse เป็นตัวช่วยเสริมความมั่นใจ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง ทั้งไฟลท์ดีเลย์ หรืออุบัติเหตุเล็กน้อย ทริปนี้ก็ไม่มีอะไรขัดจังหวะความสนุกของคุณได้
หนึ่งในจุดชมวิวที่สูงที่สุดของสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนชั้น 57 ของ Marina Bay Sands ตึกที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เหมือนเรือยักษ์วางบนตึกสามต้น ที่นี่มองเห็นวิวแบบ 360 องศาของทั้งเมืองและอ่าวมารีน่าได้อย่างชัดเจน ถ้าไปช่วงเย็นจะได้เห็นแสงพระอาทิตย์ตกที่สะท้อนกับตึกระฟ้า เป็นภาพที่ทั้งโรแมนติกและตื่นตาตื่นใจ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป นี่คือสวรรค์ของการเก็บภาพเมืองที่มีทั้งแสงธรรมชาติและแสงไฟจากตึกสูงในยามค่ำคืน ค่าเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 23 ดอลลาร์สิงคโปร์ และสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าออนไลน์เพื่อเลี่ยงคิวได้
โชว์ฟรีที่จัดขึ้นทุกคืนหน้า Marina Bay Sands Event Plaza ใช้เทคโนโลยีโปรเจกเตอร์และแสงเลเซอร์ขั้นสูงในการสร้างการแสดงแสงสีเสียงบนม่านน้ำขนาดใหญ่ แสงสีสวยงามที่เต้นไปตามจังหวะเพลงและเสียงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ทำให้ทุกคนต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอเพื่อเก็บความประทับใจ การแสดงมีความยาวประมาณ 15 นาที และมีวันละ 2 รอบในช่วงค่ำ แนะนำให้มาถึงก่อนเวลาเพื่อหาจุดชมวิวที่ดีที่สุด เพราะที่นั่งรอบ ๆ อ่าวจะเต็มเร็วมาก
สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ไม่ใช่แค่สวนธรรมดา แต่เป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ไฮไลต์สำคัญคือ Supertree Grove ต้นไม้ยักษ์ที่สูงถึง 50 เมตร และมีแสงไฟ LED ที่เปลี่ยนสีได้ในตอนกลางคืน สามารถเดินบน OCBC Skyway ที่เป็นสะพานลอยฟ้าระหว่างต้นไม้ยักษ์เพื่อชมวิวมุมสูงของทั้งสวนและเมือง นอกจากนี้ยังมี Flower Dome ซึ่งเป็นเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ Cloud Forest ที่มีน้ำตกในร่มสูงที่สุดในโลกอีกด้วย ค่าเข้าชมแตกต่างกันตามโซน แต่สามารถซื้อบัตรรวมเพื่อเข้าชมทุกโซนได้
การล่องเรือใน Singapore River จะพาไปสำรวจความงดงามของเมืองจากมุมมองที่แตกต่าง เรือแบบ bumboat ที่ใช้ในอดีตถูกปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว เส้นทางล่องเรือจะผ่านแลนด์มาร์กสำคัญ ๆ อย่าง Clarke Quay, Boat Quay และแน่นอนว่า Marina Bay จุดเด่นคือการล่องเรือในตอนกลางคืนที่แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนกับผิวน้ำอย่างสวยงาม เรือออกทุก 15-20 นาที และมีคำบรรยายให้ฟังตลอดทางด้วย
พิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยอาคารรูปทรงดอกบัวซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ Marina Bay ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการที่ผสมผสานระหว่างศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี นิทรรศการที่นี่มีทั้งแบบถาวรและหมุนเวียน บางครั้งก็มีการนำเสนองานของศิลปินระดับโลก เช่น นิทรรศการของทีมLab ที่เป็นที่นิยมมาก ค่าเข้าชมจะขึ้นอยู่กับนิทรรศการที่จัดแสดงในขณะนั้น และสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ทางออนไลน์เพื่อเลี่ยงการต่อคิวนาน
ห้างหรูที่รวมแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chanel, Louis Vuitton, Gucci และ Prada ไว้ในที่เดียว นอกจากการช้อปปิ้งแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารระดับมิชลินและคาเฟ่บรรยากาศดีให้เลือกมากมาย ที่พลาดไม่ได้คือการนั่งเรือกอนโดลาในลำคลองจำลองภายในห้าง หรือจะไปลองลานสเก็ตน้ำแข็งก็ได้ นอกจากนี้ยังมีโรงละครที่จัดแสดงโชว์ระดับโลก เช่น The Lion King หรือ Wicked
สะพานคนเดินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างของ DNA เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่าง Marina Centre กับ Marina South สะพานนี้มีความยาว 280 เมตร และถูกออกแบบให้มีเส้นโค้งที่สวยงาม ตอนกลางคืนสะพานจะถูกประดับด้วยไฟ LED ที่เปลี่ยนสีได้ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกเหมาะสำหรับการถ่ายรูปมาก ๆ จากสะพานนี้สามารถมองเห็นวิวของ Marina Bay Sands และ ArtScience Museum ได้อย่างชัดเจน
Ce La Vi เป็นบาร์สุดหรูที่ตั้งอยู่บนชั้น 57 ของ Marina Bay Sands บรรยากาศของที่นี่เหมาะสำหรับการดื่มด่ำกับค็อกเทลและชมวิวของสิงคโปร์จากมุมสูง มีเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย รวมถึงการจัดงานปาร์ตี้และดีเจเปิดเพลงในช่วงค่ำ ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศสุดหรูพร้อมวิวที่สวยงาม ที่นี่คือจุดที่ต้องมาเยือนอย่างแน่นอน
Marina Bay เต็มไปด้วยงานศิลปะสาธารณะที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอบอ่าว เช่น ประติมากรรม The Floating Baby ซึ่งเป็นรูปทารกขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ หรือ The Rising Moon ที่เป็นลูกบอลไฟส่องสว่างในตอนกลางคืน เดินเล่นรอบอ่าวจะได้สัมผัสกับงานศิลปะที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในทุกย่างก้าว
Marina Barrage ไม่ได้เป็นแค่เขื่อนควบคุมการไหลของน้ำในอ่าว แต่ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของทั้งชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยว ที่นี่เหมาะสำหรับการปิกนิก เล่นว่าว หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งบนสนามหญ้าขนาดใหญ่ วิวจากบนเขื่อนสามารถมองเห็นทั้ง Marina Bay Sands และ Gardens by the Bay ได้อย่างชัดเจน ทำให้เป็นจุดถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยมอีกแห่งหนึ่งของ Marina Bay
Marina Bay คือจุดหมายปลายทางที่รวมทุกความตื่นเต้นไว้ในที่เดียว ทั้งการแสดงแสงสีเสียง Spectra ที่ต้องห้ามพลาด การล่องเรือชมวิวกลางคืนสุดโรแมนติก หรือการช้อปปิ้งแบรนด์หรูในห้างสุดไฮเอนด์ แต่เพื่อให้ทุกแผนเที่ยวของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุด ลอง เช็กเบี้ยประกันเดินทางต่างประเทศ กับ insurverse สิ เพราะแค่มีความคุ้มครองที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง คุณก็สามารถโฟกัสกับการเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ ได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น!
ช่วงเย็นจนถึงกลางคืนเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะอากาศเย็นสบายและสามารถชมการแสดงแสงสีเสียง Spectra รวมถึงวิวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟสวยงาม
สามารถเดินทางด้วย MRT ลงที่สถานี Bayfront (สาย Circle Line หรือ Downtown Line) แล้วเดินทางออกที่ทางเชื่อมตรงเข้าสู่ Marina Bay Sands ได้สะดวกที่สุด
Marina Bay Sands เป็นที่พักยอดนิยมที่ตั้งอยู่ใจกลาง Marina Bay หรือถ้าอยากได้ตัวเลือกอื่น ๆ เช่น The Fullerton Hotel และ Pan Pacific Singapore ก็อยู่ในระยะเดินถึง
นอกจากการแสดงแสงสีเสียง Spectra แล้ว การเดินเล่นชมวิวที่ Helix Bridge หรือ Marina Barrage ก็เป็นกิจกรรมฟรีที่ไม่ควรพลาด
ได้แน่นอน เพราะที่นี่มีกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่การเดินชมสวนที่ Gardens by the Bay ช้อปปิ้งที่ The Shoppes at Marina Bay Sands จนถึงล่องเรือในแม่น้ำยามเย็น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ