หากพูดถึงย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวสายกินทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เชื่อว่าหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนจะต้องนึกถึง นั่นคือ “ตลาดพลู” ที่ตั้งอยู่บนถนนเทอดไท ฝั่งธนบุรี นอกจากเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟตลาดพลูแล้ว ยังเป็นย่านที่รวมร้านอร่อยเอาไว้เพียบ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมกลายเป็นจุดเช็กอินของสายกิน และสำหรับใครที่อยากไปตะลุยกินย่านนี้ แต่กังวลว่าจะจอดรถที่ไหนดี ลองมาดูกันว่าที่จอดรถตลาดพลู มีตรงไหนบ้าง ไปถึงแล้วจะได้จอดรถและเพลิดเพลินกับความอร่อยกันได้เลย
Location : https://goo.gl/maps/aE3RGrzAj8a5ViR37
ลานจอดรถขนาดกลาง มีทั้งพื้นที่ที่มีหลังคาและไม่มีหลังคา จอดแล้วเดินหาของกินได้สะดวก ค่าบริการเพียงชั่วโมงละ 30 บาท
Location : https://goo.gl/maps/JuyTy92bq3toLS467
ที่จอดรถตลาดพลู ยอดฮิตเพราะเป็นลานจอดด้านหลังตลาด พอจอดเสร็จก็เดินหาของกินได้อย่างสะดวก ค่าบริการราคาสบาย ๆ ชั่วโมงแรก 40 บาท ชั่วโมงต่อไปเพียงชั่วโมงละ 20 บาท
Location : https://goo.gl/maps/2cAeFTtLFihZunbLA
ที่จอดรถตลาดพลู หาง่าย เพราะอยู่ด้านหลังร้านตุ้ยหมูกระทะ สาขาตลาดพลู รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 15 – 20 คัน คิดค่าบริการจอด 40 บาท จอดเสร็จแล้วจะแวะกินหมูกระทะอร่อย ๆ หรือเดินหาของกินเด็ด ๆ ก็ได้เช่นกัน
หากใครมาตลาดพลูแล้วไม่ได้มากินกุยช่ายอาม่าเรียกว่ามาไม่ถึง เพราะนี่คือร้านเด็ดร้านดังแถมยังเป็นร้านเก่าแก่ จุดเด่นคือไส้แน่น ๆ มีให้เลือกหลายไส้ บอกเลยว่าอร่อยเด็ดทุกไส้ ที่สำคัญเนื้อแป้งนุ่ม ไม่เหนียว เคี้ยวเพลินกำลังดี กินกับน้ำจิ้มที่ให้มาคู่กันยิ่งอร่อยเหาะ เมื่อมีร้านเด็ดน่าลองแบบนี้รีบจอดรถในที่จอดรถตลาดพลูแล้วเดินตรงมาริมทางรถไฟได้เลย
ใครอยากจัดหนักจัดเต็มหรือใครที่เป็นแฟนคลับเมนูข้าวหมูแดงอยู่แล้ว บอกเลยว่าห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด ร้านนี้ตั้งอยู่ริมทางรถไฟตลาดพลู คนแน่นตลอดวันเพราะมีทีเด็ดคือซอสหมูแดงรสชาติกลมกล่อม แถมราคาไม่แรง อร่อยขนาดไหนถึงเปิดมาแล้วกว่า 60 ปี ใครอยากรู้ต้องตามมาชิมกันเองแล้วล่ะ
มาต่อกันที่เมนูสำหรับคนชอบกินเส้น นั่นคือร้านบะหมี่ นายก้า ร้านในตำนานของย่านตลาดพลูที่เปิดมานานแล้วเช่นกัน จุดเด่นคือเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มและน้ำซุปที่หอมหวานกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมหมูแดงและน้ำราดสีแดงที่กินด้วยกันแล้วเข้ากันสุด ๆ นอกจากเมนูบะหมี่แล้วยังมีเมนูตุ๋นหม้อดินที่ฮิตไม่แพ้กันอีกด้วย
ใครเป็นสายเนื้อแนะนำว่าห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด แค่ชื่อก็เดาได้ว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีเนื้อเปื่อยเป็นเมนูเด็ดมัดใจลูกค้า จุดเด่นคือเนื้อที่สดใหม่ ตุ๋นจนเปื่อย เนื้อนุ่ม ตัวเนื้อมีรสชาติ ที่สำคัญเนื้อไม่เหนียว ส่วนน้ำซุปเข้มข้นหอมโดนใจ การันตีความอร่อยด้วยการเป็นร้านในตำนานที่เปิดมานานกว่า 50 ปี เมื่อรู้แบบนี้แล้วรีบปักหมุดที่จอดรถตลาดพลูและเตรียมพบกับความอร่อยกันเลย
อีกหนึ่งร้านเด็ดห้ามพลาดเมื่อมาตลาดพลู แค่ชื่อก็เดาได้แล้วว่าเมนูฮิตที่ต้องสั่ง นั่นคือหมี่ผัดกระเฉด เส้นเหนียวกำลังดี เรื่องรสชาติอร่อยเหาะ กลมกล่อม ไม่เผ็ดเกินไป ผักกระเฉดไม่เหนียว ที่สำคัญเสิร์ฟพร้อมกุ้งตัวใหญ่ เนื้อแน่นเด้ง บอกเลยว่าฟินสุด ๆ
เมื่อตลาดพลูเป็นย่านของกินเพียบ มีร้านอร่อย ๆ ให้เช็กอินจัดเต็มแบบนี้ ใครที่อยากไปตลาดพลูแต่ไม่แน่ใจว่าที่จอดรถตลาดพลูมีตรงไหนบ้าง แนะนำให้จอดตามลานจอดรถที่หยิบมาบอกต่อกันเลย มีให้เลือกหลายลานจอดแถมยังปลอดภัย แต่เพื่อความอุ่นใจมากขึ้น แนะนำให้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 หรือ ประกันชั้น 3 อย่างน้อยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างจอดรถหรือแม้แต่ระหว่างเดินทางก็ยังมีประกันทำหน้าที่คุ้มครอง ดูแลรับผิดชอบค่าเสียหาย และช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย รับรองเลยว่าหากมีประกันรถยนต์ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยว ไปชิล หรือไปตะลุยกินย่านไหนก็อุ่นใจกว่าเดิม สำหรับใครที่สนใจสามารถ เช็กค่าเบี้ยประกัน รวมถึงซื้อประกันรถยนต์ได้ที่เว็บไซต์ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ