vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร ง่าย ๆ ไม่ต้องออกจากบ้าน

วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร ง่าย ๆ ไม่ต้องออกจากบ้าน

schedule
share

ค่าไฟเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน และในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคารเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว ไม่ต้องพกเงินสด และทำได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีสมาร์ตโฟนก็จัดการได้ทั้งหมด ระบบชำระเงินออนไลน์ยังมีความปลอดภัยสูง พร้อมบันทึกหลักฐานการจ่ายเงินให้ตรวจสอบได้สะดวก ลดความกังวลเรื่องบิลสูญหาย คล้ายกับการมีประกันบ้านและคอนโดที่คอยดูแลเรื่องความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งอุบัติเหตุ ความเสียหาย และภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร SCB EASY (ไทยพาณิชย์)

  1. เข้าสู่ระบบ – เปิดแอป SCB EASY และเข้าสู่ระบบโดยใช้รหัส PIN หรือสแกนลายนิ้วมือ/ใบหน้า
  2. ไปที่เมนู “ธุรกรรมของฉัน” – บนหน้าหลักของแอป ให้แตะที่เมนูธุรกรรมของฉัน
  3. เลือก “จ่ายบิล” – ระบบจะนำคุณเข้าสู่หน้าการชำระเงิน
  4. เลือกบัญชีที่ต้องการใช้จ่าย – หากมีหลายบัญชี ให้เลือกบัญชีที่ต้องการใช้
  5. เลือกผู้ให้บริการ – ค้นหาหรือเลือก “การไฟฟ้านครหลวง” หรือ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”
  6. กรอกหมายเลขอ้างอิงหรือรหัสลูกค้า – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลขที่ระบุถูกต้อง
  7. ใส่จำนวนเงิน – หากระบบไม่ดึงยอดโดยอัตโนมัติ ต้องใส่จำนวนเงินที่ต้องการจ่ายเอง
  8. ตรวจสอบข้อมูล – ตรวจสอบชื่อผู้รับเงินและยอดเงินที่ต้องจ่ายอีกครั้ง
  9. กดยืนยันการชำระเงิน – หากข้อมูลถูกต้องให้กด “ยืนยัน”
  10. รับ e-Slip – เมื่อการชำระเงินสำเร็จ ระบบจะสร้าง e-Slip เป็นหลักฐาน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดหรือแชร์ต่อได้

วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร K PLUS (กสิกรไทย)

วิธีที่ 1: จ่ายผ่านบัญชีธนาคาร

  1. เปิดแอป K PLUS – เข้าแอปและใส่รหัส PIN หรือใช้การสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ
  2. ไปที่เมนู “จ่ายบิล” – จะอยู่ที่หน้าหลักของแอป
  3. เลือกบัญชีที่ต้องการใช้ชำระเงิน
  4. ค้นหาผู้ให้บริการ – เลือก “การไฟฟ้านครหลวง” หรือ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”
  5. กรอกเลขที่บัญชีแสดงสัญญา (รหัสลูกค้า)
  6. ใส่จำนวนเงินที่ต้องการจ่าย – ระบบอาจดึงยอดมาอัตโนมัติ หากไม่มี ให้ใส่เอง
  7. ตรวจสอบรายการ – ตรวจสอบชื่อเจ้าของบิลและจำนวนเงิน
  8. กดยืนยันการชำระเงิน – หลังจากตรวจสอบแล้วให้กด “ยืนยัน”
  9. รับ e-Slip – ระบบจะออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเก็บเป็นหลักฐาน

วิธีที่ 2: สแกนจ่ายผ่าน QR หรือ Barcode

  1. เข้าสู่แอป K PLUS
  2. เลือกเมนู “สแกน”
  3. สแกน QR Code หรือ Barcode ที่อยู่บนใบแจ้งค่าไฟ
  4. ตรวจสอบข้อมูลที่ดึงมา – เช่น ยอดเงินและชื่อผู้รับเงิน
  5. กดยืนยัน – หากถูกต้องให้กดยืนยันการชำระเงิน
  6. ใส่รหัสผ่านเพื่อยืนยันอีกครั้ง
  7. รับ e-Slip – แคปหน้าจอหรือบันทึกเก็บไว้ได้

วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร KMA (กรุงศรีอยุธยา)

  1. เปิดแอป KMA – เข้าสู่ระบบด้วย PIN หรือการสแกนลายนิ้วมือ
  2. ไปที่ “จ่ายบิล” (Pay Bill)
  3. เลือกบัญชีที่ต้องการใช้ในการจ่ายเงิน
  4. ค้นหาผู้ให้บริการ – เลือก “การไฟฟ้านครหลวง” หรือ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”
  5. เลือกประเภทการชำระเงิน – สามารถเลือกสแกนบิล หรือกรอกข้อมูลด้วยตัวเอง
  6. หากสแกน QR/Barcode – ใช้กล้องสแกน แล้วระบบจะดึงข้อมูลมาให้อัตโนมัติ
  7. หากกรอกเอง – ใส่หมายเลขอ้างอิงของผู้ใช้ไฟ และจำนวนเงิน
  8. ตรวจสอบรายการ – ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง
  9. กดยืนยัน – ทำรายการชำระเงิน
  10. รับ e-Slip – แสดงสถานะชำระเงินสำเร็จ สามารถบันทึกเก็บไว้ได้

วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร Krungthai NEXT (กรุงไทย)

  1. เปิดแอป Krungthai NEXT
  2. เข้าสู่ระบบ – ใช้รหัส PIN หรือสแกนใบหน้า/ลายนิ้วมือ
  3. เลือก “จ่ายบิล” – เมนูนี้จะอยู่ในหน้าหลัก
  4. เลือก “ยอดนิยม” – ระบบจะแสดงรายการที่คนใช้บ่อย
  5. เลือก “การไฟฟ้านครหลวง” หรือ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”
  6. กรอกเลขบัญชีแสดงสัญญา (รหัสลูกค้า)
  7. ระบบจะแสดงยอดเงินที่ต้องจ่ายอัตโนมัติ
  8. กด “ถัดไป” – เพื่อไปยังขั้นตอนตรวจสอบ
  9. ยืนยันการชำระเงิน – ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งแล้วกด “ยืนยัน”
  10. รับ e-Slip – ระบบจะแสดง e-Slip เพื่อเป็นหลักฐาน

วิธีจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคาร ttb touch (ทีทีบี)

  1. เข้าสู่แอป ttb touch – เปิดแอปและเข้าสู่ระบบ
  2. เลือกเมนู “จ่ายบิล”
  3. เลือกรายการที่ต้องการจ่าย – ค้นหาผู้ให้บริการ “การไฟฟ้านครหลวง” หรือ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”
  4. กรอกข้อมูลชำระเงิน – ใส่เลขบัญชีแสดงสัญญาหรือรหัสลูกค้า
  5. ใส่จำนวนเงิน – ตรวจสอบให้ตรงกับใบแจ้งหนี้
  6. ตรวจสอบรายละเอียด – ยืนยันว่าข้อมูลถูกต้อง
  7. กดยืนยันการชำระเงิน
  8. เมื่อทำรายการเสร็จสิ้น – ระบบจะแสดงสถานะสำเร็จพร้อม e-Slip

สรุป

ความสะดวกของแอปธนาคารช่วยให้การจ่ายค่าไฟเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลา และยังลดความเสี่ยงเรื่องความผิดพลาดของข้อมูล อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าชำระล่วงหน้าหรือตัดเงินอัตโนมัติได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่นเดียวกับการ เช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโดที่ช่วยคุ้มครองทรัพย์สินจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ น้ำท่วม หรือโจรกรรม เพื่อให้บ้านและที่อยู่อาศัยของคุณปลอดภัยอยู่เสมอ

5 คำถามที่พบบ่อย

1. จ่ายค่าไฟผ่านแอพธนาคารมีค่าธรรมเนียมหรือไม่?

โดยทั่วไป การจ่ายค่าไฟผ่านแอพธนาคารมักไม่มีค่าธรรมเนียม สามารถจ่ายได้ไม่ต้องกังวล

2. ถ้าจ่ายค่าไฟผ่านแอพแล้วไฟยังถูกตัด ต้องทำอย่างไร?

หากชำระค่าไฟผ่านแอพธนาคารแล้ว แต่ไฟฟ้ายังถูกตัด อาจเป็นเพราะรายการชำระยังไม่ถูกอัปเดตในระบบของการไฟฟ้า แนะนำให้ติดต่อการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) พร้อมแสดงหลักฐานการชำระเงิน (e-Slip) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการเปิดไฟให้เร็วที่สุด

3.สามารถจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคารล่วงหน้าได้กี่วัน?

โดยปกติแล้ว การไฟฟ้าจะเปิดให้ชำระบิลได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งสามารถดูได้จากใบแจ้งหนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารส่วนใหญ่รองรับการชำระล่วงหน้าได้ไม่เกิน 30 วัน ก่อนถึงกำหนดชำระจริง

4.ถ้าจ่ายค่าไฟผ่านแอปธนาคารแล้วแต่ยอดไม่ถูกตัด ต้องทำอย่างไร?

หากทำรายการสำเร็จแต่ยอดเงินยังไม่ถูกตัดหรือสถานะยังไม่อัปเดต ควรตรวจสอบ e-Slip และยอดเงินในบัญชี จากนั้นติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของธนาคารที่ใช้ชำระเงิน หรือแจ้งปัญหากับการไฟฟ้าผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ของ กฟน. หรือ กฟภ.

5. จ่ายค่าไฟผ่านแอพธนาคารแล้ว ต้องเก็บ e-Slip ไว้นานแค่ไหน?

แนะนำให้เก็บ e-Slip อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่มีปัญหา เช่น ระบบไม่อัปเดตการชำระ หรือกรณีขอคืนเงิน

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย