ทุกวันนี้การจ่ายค่าน้ำไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะมีช่องทางให้เลือกมากมาย ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายผ่านแอพมือถือ ตัดบัญชีธนาคารอัตโนมัติ จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือตู้เติมเงินต่าง ๆ เรียกได้ว่าสะดวกสุด ๆ แต่ถ้าใครเผลอปล่อยให้ค่าน้ำค้างจ่ายจนโดนตัดน้ำ ก็ยังมีวิธีแก้ไขให้กลับมาใช้น้ำได้ปกติ บทความนี้จะพาไปดูทุกทางเลือกในการจ่ายค่าน้ำ รวมถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อโดนงดใช้น้ำ จะได้ไม่ต้องปวดหัวทีหลัง
อย่างไรก็ตาม เวลาต้องออกไปจ่ายค่าน้ำหรือไปธุระข้างนอก ไม่มีใครอยากกลับมาแล้วพบว่ามีขโมยขึ้นบ้าน อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด ของ insurverse มีแผนคุ้มครองในกรณีถูกขโมยหรือโจรกรรม รวมถึงการบุกรุก เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินจะได้รับการชดเชยหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ยุคนี้จะจ่ายค่าน้ำทั้งที ไม่ต้องไปถึงสำนักงานประปาให้เสียเวลา เพราะสามารถใช้แอพพลิเคชันในมือถือจ่ายได้เลย สะดวกสุด ๆ แถมมีให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น K PLUS ของกสิกรไทย, SCB EASY ของไทยพาณิชย์, TTB Touch ของทหารไทยธนชาต, MyMo ของออมสิน, TrueMoney Wallet, Shopee Pay, Lazada Wallet, mPay, ChillPay หรือแอพพลิเคชันของธนาคารอื่น ๆ ที่รองรับ แค่มีมือถือกับอินเทอร์เน็ตก็จ่ายได้สบาย ๆ
สายประหยัดต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะจ่ายค่าน้ำผ่านแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่มีค่าธรรมเนียมเลยสักบาท วิธีจ่ายก็ง่ายมาก แค่เข้าไปที่ G Wallet แล้วเลือก “จ่ายค่าน้ำ/ไฟ” จากนั้นเลือก “การประปาส่วนภูมิภาค” กรอกเลขที่ผู้ใช้น้ำ กดถัดไป แล้วกดยืนยันการชำระเงิน ง่ายเหมือนสั่งของออนไลน์!
ใครที่ไม่อยากโหลดแอพเพิ่ม หรือไม่สะดวกใช้แอพพลิเคชันในมือถือ ก็สามารถจ่ายผ่านเว็บไซต์ของ กปภ. ได้เลยที่ payment.pwa.co.th รองรับการชำระผ่านบัตรเครดิต Visa และ Mastercard กรอกข้อมูลบัตร กดยืนยัน แค่นี้ก็น้ำไหลฉลุย ไม่มีสะดุด
สำหรับสายถอนเงินสดอยู่แล้ว สามารถจ่ายผ่านตู้ ATM หรือ ADM ได้เลย รองรับทั้งธนาคารกรุงไทย, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงเทพ, กรุงศรี, ทหารไทยธนชาต และ ธ.ก.ส. กดไม่กี่ขั้นตอนก็จ่ายเสร็จ ไม่ต้องพกใบแจ้งหนี้ให้ยุ่งยาก
ใครขี้ลืม หรืออยากให้ค่าน้ำตัดไปเองทุกเดือนก็สามารถสมัครบริการหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติได้ มีให้เลือกสมัครกับ 13 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, กรุงเทพ, กรุงศรีอยุธยา, ไทยพาณิชย์, ทหารไทยธนชาต, ออมสิน, กสิกรไทย, ซีไอเอ็มบีไทย, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ซิตี้แบงก์, ธ.ก.ส., ธนชาต และเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สมัครครั้งเดียวจบ ไม่ต้องกลัวค่าน้ำค้างจ่าย
ใครชอบจ่ายแบบเห็นหน้าเห็นตาพนักงาน สามารถไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงไทย, กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงศรีอยุธยา, ไทยพาณิชย์, ทหารไทยธนชาต และธนาคารอื่น ๆ รวมถึงจุดรับชำระอย่าง 7-Eleven, Tesco Lotus, Big C, FamilyMart, ไปรษณีย์ไทย (Pay@Post), TrueMoney Express, mPAY STATION และตู้เติมเงินต่าง ๆ เช่น ตู้บุญเติม, CenPay หรือ ตู้เติมสบายพลัส
ใครอยู่ใกล้สำนักงาน กปภ. สามารถไปจ่ายค่าน้ำผ่านตู้ Kiosk ที่ กปภ.สาขาอัจฉริยะได้เลย เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะดวก ไม่ต้องรอคิว จ่ายได้ 24 ชั่วโมง
หากปล่อยให้ค่าน้ำค้าง 2 รอบบิล (หรือประมาณ 2 เดือน) เตรียมตัวรับมาตรการจากการประปาได้เลย โดยในรอบบิลที่ 2 จะมีการแจ้งเตือนว่าหากยังไม่ชำระจะถูกงดใช้น้ำประปา ซึ่งมาตรการที่ใช้จะแตกต่างกันระหว่างการประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)
ถ้าลืมจ่ายค่าน้ำจนโดนตัด อาจต้องพึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างกาต้มน้ำร้อนหรือเครื่องกรองน้ำไฟฟ้า แต่ถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าพังขึ้นมา ประกันบ้านและคอนโดจาก insurverse คุ้มครองค่าเสียหายจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ช่วยให้สบายใจมากขึ้น
ถ้าถูกงดใช้น้ำ สิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นคือไปติดต่อการประปาที่ใช้งานอยู่ เพื่อขอเปิดใช้น้ำใหม่ โดยต้องชำระ ค่าน้ำค้างทั้งหมด และ ค่าธรรมเนียม ที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม
การจ่ายค่าน้ำประปาเดี๋ยวนี้มีทางเลือกเพียบ เลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจ่ายผ่านแอพมือถือ เคาน์เตอร์ธนาคาร ตู้ ATM หรือแม้แต่สมัครหักบัญชีอัตโนมัติ ก็ช่วยให้การจ่ายค่าน้ำเป็นเรื่องง่ายขึ้น และถ้าเผลอลืมจ่ายจนโดนตัดน้ำ ก็ยังมีวิธีแก้ไข เพียงชำระค่าน้ำค้างและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ครบถ้วน การประปาก็จะกลับมาติดตั้งมาตรวัดน้ำให้ใหม่ แบบนี้รู้ไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาน้ำไม่ไหลให้หงุดหงิดใจ
ถ้าค้างค่าน้ำ 2 รอบบิล (ประมาณ 2 เดือน) จะถูกงดใช้น้ำ โดย กปน. จะปิดประตูน้ำก่อน แล้วถอดมาตรวัดน้ำหากยังไม่ชำระ ส่วน กปภ. จะถอดมาตรวัดน้ำทันทีหากค้างเกินกำหนด
สมัครหักบัญชีอัตโนมัติผ่านธนาคาร, ตั้งแจ้งเตือนในแอพมือถือ, หรือเลือกจ่ายผ่านแอพพลิเคชันที่สะดวก เช่น เป๋าตัง, K PLUS, SCB EASY, TrueMoney Wallet
ต้องจ่ายค่าน้ำค้างทั้งหมด พร้อมค่าธรรมเนียม ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ค้างชำระ กปน. คิดค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 107 บาท ส่วน กปภ. มีค่าติดตั้งมาตรวัดน้ำใหม่เริ่มต้นที่ 321 บาท
สามารถจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคาร, 7-Eleven, Tesco Lotus, Big C, FamilyMart, ไปรษณีย์ไทย (Pay@Post), ตู้ ATM, ADM ของธนาคาร หรือจุดรับชำระเงินอื่น ๆ ที่รองรับ
ต้องติดต่อสำนักงานการประปาที่ใช้บริการ ชำระค่าน้ำค้างและค่าธรรมเนียมให้ครบ จากนั้นการประปาจะมาติดตั้งมาตรวัดน้ำใหม่ให้ และเปิดใช้น้ำตามปกติ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ