นับไปนับมา วันหยุดยาว นี่เยอะมากจริงนะแก นี่ก็เพิ่งหยุดยาวปีใหม่มา แป๊บๆ เราก็จะได้หยุดสงกรานต์กันอีกละ แล้วงวดนี้ก็คือเขาให้เล่นสงกรานต์กัน 21 วัน หยุดยาวขนาดนี้มันก็ต้องหาที่เที่ยวกันหน่อยแล้วปะ จะมาให้นั่งเฉาอยู่บ้านได้ไง ว่าแล้วก็แพลนไปเที่ยวดีกว่า แต่ แต่ แต่ ก่อนที่จะออกไปลั้ลลาใช้วันหยุด ให้คุ้มค่ากับที่ทำงานมาเหนื่อย มันก็ต้องวางแผนความปลอดภัยให้ชีวิตซะก่อน เพราะจะไปไหนมาไหนทุกวันนี้เรียกว่าเสี่ยงอันตรายทุกเมื่อนะ ไม่มีอะไรปลอดภัยเท่าการอยู่บ้านหรอก ขนาดอยู่บ้านแล้วยังเดินเตะโต๊ะเตะเก้าอี้ โทรศัพท์ตกใส่หน้าเลย นับประสาอะไรกับการออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ว่าแล้วเรามาวางแผนชีวิตให้ปลอดภัยก่อนออกไปเที่ยวหยุดยาว 2567 กันหน่อยดีกว่า ว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้เราเที่ยวได้อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุกันบ้าง
เห็นคำว่าประกันอย่าเพิ่งทำเบ้ปาก ทำหน้าเบื่อ เพราะจะบอกว่าประกันอุบัติเหตุเนี่ยสำคัญมากๆ ที่ทำให้การท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่เต็มคาราเบลไปเลยนะโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว เพราะเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่าอุบัติเหตุมันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ การมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลติดตัวไว้ มันจะทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่าถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ก็จะมีความคุ้มครอง ไม่ให้เราต้องควักกระเป๋าเงินจ่าย แล้วประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลรายปีสมัยนี้คือคุ้มครองเวอร์ๆ แค่มีดบาด ตกบันได หกล้ม ก็เคลมได้แล้ว ได้ค่ายา ค่ารักษา ค่านอนโรงพยาบาล คุ้มๆ ด้วยเบี้ยประกันอุบัติเหตุเริ่มต้นเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้นเอง ใครยังไม่มีรีบสมัครประกันอุบัติเหตุก่อนไปลั้ลลาข้างนอกด่วนๆ เลย ก่อนจะสายเกินไปเพราะเกิดเหตุร้ายแล้วไม่มีอะไรคุ้มครอง!
วันหยุดยาว หลายๆ คนก็วางแผนที่จะทิ้งบ้านไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศกันยาวๆ โดยไม่มีใครอยู่ดูแลที่บ้าน ดังนั้นก่อนไปควรตรวจเช็กทุกจุดภายในบ้านให้ถี่ถ้วน ว่าปิดน้ำ, ปิดไฟ, ปิดแก๊ส, ชักปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นและเช็กว่าล็อกกลอนแน่นหนาครบทุกจุดแล้วหรือยัง รวมไปถึงควรเก็บของมีค่าไว้ในตู้เซฟ เพราะมิจฉาชีพหรือเหล่าขโมยขโจรมักจะออกมาทำภารกิจทำความสะอาดกวาดทรัพย์สินบ้านเรือนผู้คนกันในช่วงวันหยุดยาวนี่แหละ อยากเที่ยววันหยุดยาว ให้สนุกไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนพวกนี้ ก็ต้องเซฟตัวเองให้มากที่สุดก่อน อย่าประมาทว่าเข้ามาก็เอาอะไรไปไม่ได้เพราะมีกล้องวงจรปิด แต่กล้องวงจรปิดนี่กว่าเราจะกลับมาเช็ก โจรมันก็อาจจะหอบข้าวของเราออกประเทศไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้นะ ทางที่ดีกันไว้ดีกว่าแก้จะดีที่สุดจ้ะ
ขึ้นชื่อว่าเป็นวันหยุดยาว ยานพาหนะคู่ใจที่จะพาเราไปไหนต่อไหนต้องพร้อมที่สุด ไม่ใช่เราพร้อมแต่รถยนต์ก็ต้องพร้อมด้วย ดังนั้นคุณควรเช็กความเรียบร้อยทุกจุดของรถยนต์คันเก่งว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กแบตเตอรี่ว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือเปล่า, เช็กระดับน้ำมันเครื่องว่ามีเพียงพอตลอดทั้งทริปหรือไม่, ตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ว่ามีลมยางเพียงพอหรือยัง รวมไปถึงเช็กน้ำมันเบรก, ไฟหน้ารถ, ที่ปัดน้ำฝน, ประกันรถยนต์ คือทุกอย่างก่อนออกเดินทางต้องพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง จะได้เที่ยวกันอย่างสบายใจ ไม่ถูกน้อง (รถ) ทิ้งเอาไว้กลางทางแล้วต้องโบกรถกลับเอง
จะเดินทางไปเที่ยวไหนทั้งที อย่าให้วันหยุดยาว เสียเปล่าเพราะมัวแต่เสียอารมณ์จากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแพลน ทางที่ดีวางแผนความปลอดภัยเอาไว้ให้พร้อม ที่ไม่อยากให้ละเลยก็คือประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ต้องไม่ให้ขาด ของมันจำเป็นต้องซื้ออะ เกิดเหตุอะไรขึ้นมาจะได้มีประกันคุ้มครอง ไม่ต้องน้ำตานองเพราะมานั่งเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเอง ดังนั้นใครยังไม่มีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลรายปี ทางเราขอแนะนำให้สมัครประกันอุบัติเหตุของ insurverse เอาไว้ เพราะเขาคุ้มครองสูงสุดถึงหลักล้าน ด้วยเบี้ยประกันอุบัติเหตุ 1 วันเฉลี่ยแล้วซื้อกาแฟเดือนนึงยังแพงกว่านี้เลย ถ้าไม่อยากเสียเวลาเพราะมัวแต่เสียเงินจากอุบัติเหตุ กดลิงก์นี้แล้วมาสมัครประกันอุบัติเหตุ insurverse ได้เลย ถ้าสงสัยว่าต้องเสียเงินจ่ายประกันอุบัติเหตุ 1 วันเป็นเท่าไหร่ คูณไปก็แค่ปีละหลักร้อยอะ คุ้มถึงใจให้ความคุ้มครองครบถ้วน ไม่สมัครไม่ได้แล้วนะทุกคน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท