หลายคนที่กำลังจัดทริปมาเยือนญี่ปุ่น ก็คงไม่อยากเที่ยวอยู่เพียงแค่เมืองเดียว การมีอยู่ของรถไฟชินคันเซ็นจึงเป็นตัวเลือกในการเดินทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ด้วยความเร็วของรถไฟ 320 กม./ชม. ถือว่าเร็วมากๆ ทำให้การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศที่ญี่ปุ่น ย่นระยะเวลาในเดินทางได้เป็นจำนวนมาก เที่ยวได้หลายเมืองในราคาไม่แพงอีกด้วย insurverse จึงได้รวบรวมแนววิธีซื้อตั๋วชินคันเซ็น ที่ไหนมาฝาก เพื่อเป็นคู่มือตั้งแต่การจองตั๋วรถไฟให้กับนักท่องเที่ยวไปดูกันเลย
สำหรับการจองตั๋วรถไฟชินคันเซ็น สามารถซื้อได้ผ่านทาง 3 ช่องทางดังนี้
1. เว็บไซต์ทางการหรือผ่านทางบริษัทพาร์ทเนอร์
2. ตู้กดตั๋วอัตโนมัติแถวสถานีรถไฟบางแห่งในประเทศญี่ปุ่น
3. จองตั๋วชินคันเซ็นทางระบบออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่าน JR Office Ticket
** สำหรับการจองผ่านทาง jr pass จองที่นั่ง shinkansen ผู้จองต้องซื้อล่วงหน้าและถือพาสปอร์ตนักท่องเที่ยว (ไม่ใช่พาสปอร์ตญี่ปุ่น)
สามารถเลือกจองที่นั่งบนรถไฟชินคันเซ็นได้ด้วยตนเอง แม้ขบวนรถไฟที่หนาแน่นก็การันตีได้ว่ามีที่นั่งชัวร์
เลือกที่นั่งได้อย่างอิสระ แถมราคาถูก แต่หากเดินทางช่วงฤดูของการท่องเที่ยวต้องรีบขึ้นไปจับจองไม่ฉะนั้นอาจจะต้องยืนตลอดเส้นทาง
ที่นั่งกว้าง นั่งได้อย่างสะดวกสบาย สามารถเอนเบาะได้ แต่ราคาค่อนข้างสูง
สำหรับการพกสัมภาระขึ้นบนรถไฟชินคันเซ็น สามารถพกได้เพียงแค่ขนาด 23-28 นิ้วเท่านั้น หากมีขนาดใหญ่เกินกว่ากำหนดจะไม่สามารถนำขึ้นรถไฟชินคันเซ็นได้ทุกกรณี ที่สำคัญต้องจองล่วงหน้าพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียม 1,000 เยน เมื่อเดินทางขึ้นบนรถไฟต้องนำไปไว้บริเวณจุดเก็บสัมภาระ
เดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น ใครๆ ก็เลือกใช้บริการรถไฟชินคันเซ็นกันทั้งนั้น เพราะเดินทางได้สะดวก รวดเร็วทันใจและยิ่งไปกว่านั้น ตู้โดยสารสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากๆ แม้การเดินทางจะสะดวกสบายแล้วก็จริง แต่ควรมีประกันการเดินทางต่างประเทศ 2023 ด้วย เพื่อยกระดับความสบายใจและความปลอดภัยเพิ่มขึ้นไปอีก คลิกเลือกแผนประกันเดินทางรายเที่ยวจาก insurverse ได้เลยที่นี่ เปรียบเสมือนการมีผู้ช่วยส่วนตัว ที่ให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ