การมองหาแลนด์มาร์คสำคัญก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น จะทำให้เราได้ไปค้นพบสถานที่เที่ยวที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนที่อื่น แล้วยังทำให้เราได้เจอกับจุดเช็กอินมากมาย ที่เป็นสุดยอดที่เที่ยวยอดนิยมที่มีผู้คนพลุกพล่านมากหน้าหลายตา รับรองเลยว่าการท่องเที่ยวญี่ปุ่น 2023 จะฟินไม่หยุดและไม่รู้สึกเหงาอย่างแน่นอน
ยิ่งเลือกที่จะไปเที่ยวคนเดียวยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมเป็นพิเศษ ด้วยการหาข้อมูลของสถานที่เที่ยวที่อยากจะไป, จองที่พักเอาไว้ล่วงหน้าและเตรียมประกันเดินทางต่างประเทศก่อนมาเที่ยวญี่ปุ่น จะทำให้เราอุ่นใจไปกับการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ ท่องเที่ยวให้สนุกสุดขีดกันไปเลย
เที่ยวญี่ปุ่นได้ไม่มีเบื่อ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ, สายชอปปิง, สายชิลหรือสายกิน ก็เข้ามาค้บพบสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจของญี่ปุ่นได้ตลอดเวลา
หลายคนมักจะเห็นแยกชิบูย่าในซีรีส์ภาพยนตร์ต่างๆ จนกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทุกท่านอยากจะมาชมด้วยตัวเอง เป็นศูนย์กลางของธุรกิจสำคัญในกรุงโตเกียว ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าร้านค้าและผู้คนจำนวนมากรายล้อม เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ควรค่าแก่การไปเช็กอิน
เป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นสำหรับสายช้อป ที่มีชื่อเสียงในแฟชั่น มีชุดให้เลือกเยอะมาก ใครอยากเป็นผู้นำเทรนด์ทางด้านแฟชั่น แวะมาซื้อสินค้าที่นี่ได้เลย
จุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดในจังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีองค์ประกอบของภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการชมถนนดอกไม้และสวนดอกไม้ริมทะเลสาบ กว่า 90 ชนิด
แหล่งชอปปิงสุดหรู ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมพรีเมียมระดับไฮเอนด์ มีสินค้าที่ขึ้นชื่อในเรื่องของราคาแพงที่สุดเกือบทุกร้าน นักท่องเที่ยวท่านไหนที่ชอบดีต้องแวะมาที่นี่ได้เลย
เป็นย่านที่มีกลิ่นอายของบรรยากาศแห่งความอิสระ เป็นแหล่งรวมแฟชั่นเสื้อผ้ามือสอง, ร้านขายของเก่าและร้านค้าอื่นๆ มากมาย ให้เลือกเดินชอปปิงในราคาเบาๆ ไปจนถึงราคาสูงลิ่วกับของเก่าที่น่าสะสม
เที่ยวญี่ปุ่นรับรองไม่มีเหงา สนุกเต็มอิ่มกับทุกสถานที่แม้ไปเที่ยวคนเดียว หากคุณมีประกัน insurverse รับรองอุ่นใจมากกว่าในทุกการเดินทางแม้เที่ยวคนเดียวผู้หญิงปลอดภัยแน่นอน เกิดปัญหาอะไรก็โทรปรึกษา insurverese ได้ตลอด 24 ชม. รับความคุ้มครองสูงสุดตลอดทริปถึงหลักล้านเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นสักกี่ครั้งก็ยังประทับใจเสมอ แม้จะออกเดินทางคนเดียวไปเที่ยวเมืองใดก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะทำประกันเดินทางต่างประเทศก่อนออกเดินทาง จึงทำให้อุ่นใจและปลอดภัยตลอดเส้นทางได้มากกว่า หากสนใจอยากทำประกันเดินทางขอแนะนำประกันจาก insurverse ได้เลย คลิกที่นี่เพื่อดูแผนความคุ้มครอง insurverse ที่เริ่มต้นเพียงหลับสิบ ผู้ช่วยเรื่องการเดินทางแบบจัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์ รับรองเที่ยวคุ้มสนุกกว่าเดิมและไม่เหงาแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ