เรื่องการให้ทิปเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ว่ามีธรรมเนียมในกันแบบไหน บางประเทศก็นิยม บางประเทศก็ไม่นิยม หากมีแพลนจะเที่ยวต่างประเทศ 2566 เราควรตัดสินใจอย่างไรดี เกี่ยวกับทิปต่างๆ ว่าควรให้ทิปกี่% มาดูกันได้เลย
ทิป (Tips) คือ เงินที่ลูกค้ามักจ่ายให้เป็นกรณีพิเศษกับทางร้านหรือให้กับบริกร เป็นเงินที่ให้ด้วยใจไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสินค้า สำหรับเรื่องทิปของแต่ละประเทศนั้นไม่เหมือนกัน บางประเทศจะรวมค่าทิปไปในบิลเรียกเก็บเงิน ที่ระบุว่า “Service Charge” เอาไว้แล้ว แต่สำหรับบางประเทศจำเป็นต้องรู้และให้เองและนั่นเองสาเหตุที่เราต้องรู้ว่าประเทศไหนควรให้ไม่ให้ดี
ส่วนใหญ่จะนิยมให้ทิปกับคนขับรถ, ไกด์, พนักงานยกกระเป๋าหรือพนักงานในร้านอาหาร
ที่นี่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องทิปมากนัก เพราะมีการคิดค่าบริการ 10% อยู่ในใบเสร็จแล้ว แต่หากไม่มีระบุไว้ อาจจะให้ได้นิดหน่อยเป็นสินน้ำใจหรือหากใช้บริการรถแท็กซี่ก็จะมีการปัดเศษเงินทอนให้กับคนขับอีกด้วย
วัฒนธรรมการให้ทิปของสเปนไม่ได้จำกัดว่าจะต้องจ่ายทิปเท่าไหร่แต่ โดยส่วนใหญ่จะให้ทิปกันที่ 7-13% ของค่าอาหาร
สำหรับที่นี่ถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเลย ใครมาเที่ยวควรเผื่อค่าใช้จ่ายและค่าทิปเอาไว้ ถ้าถามว่าควรจ่ายทิปแค่ไหน ส่วนใหญ่คนอเมริกันจะจ่ายทิป 15% เสมอ เขาถือว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย
ร้านอาหารในประเทศอังกฤษจะรวมค่าบริการ 12.5% ไว้แล้ว แต่หากถามว่าประเทศอังกฤษ ต้องให้ทิปไหม หากเลือกใช้บริการแท็กซี่ มักจะมีการให้ทิปอยู่ที่ประมาณ 10% ของค่าโดยสาร
ชาวสวิตเซอร์แลนด์มักจะปัดเศษขึ้นในการชำระค่าบริการต่างๆ และมักจะให้ทิปแก่พนักงานโรงแรมหรือผู้ทำงานบริการ เช่น ช่างทำผมหรือพนักงานยกกระเป๋า แต่จะไม่ถึงขั้นเป็นธรรมเนียมเหมือนในอเมริกา
ตามร้านอาหารจะมีเมนู 2 ภาษา คืออังกฤษและจีน สำหรับเมนูภาษาอังกฤษนั้นราคาอาหารจะสูงกว่าจึงไม่จำเป็นจะต้องให้ทิปพนักงาน แต่ถ้าทิปในส่วนของการจ้างไกด์, คนขับรถหรือพนักงานยกกระเป๋า สามารถให้เป็นสินน้ำใจได้
ประเทศที่ไม่นิยมธรรมเนียมการให้ทิปที่ควรรู้ไว้ คือประเทศญี่ปุ่น เพราะที่นี่ไม่ได้มีธรรมเนียมนี้แต่แรกอยู่แล้ว จะมีเฉพาะในงานบริการกลางคืนเท่านั้น หากคุณยื่นทิปให้กับพนักงานเท่ากับเป็นการดูถูกพวกเขาและหากวางเงินทอนเอาไว้ พนักงานอาจจะวิ่งเอากลับมาคืนคุณ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรให้ทิปที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ควรกล่าวขอบคุณเขาแทน
เมื่อศึกษาวัฒนธรรมการให้ทิปของประเทศต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศกันได้เลย ทั้งนี้ควรเพิ่มความอุ่นใจ ให้กับความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วยประกันท่องเที่ยวต่างประเทศเอาไว้ด้วย อย่างประกันของ insurverse ที่ทำให้เรื่องประกันเป็นเรื่องง่าย สามารถซื้อประกันเดินทางต่างประเทศออนไลน์ได้เลย พร้อมช่วยให้ชีวิตคุณได้รับความคุ้มครอง เที่ยวสนุกแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดอีกต่อไป คุณสามารถเลือกแพ็คเกจประกันภัย insurverse ตามจำนวนวันเดินทางได้ที่นี่ เพื่อรับความคุ้มครองสูงสุดได้ทันที
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ