หากใครกำลังตกอยู่ในสภาวะที่ใจอยากแบกเป้ไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว แต่ก็ยังกังวลกับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ ซึ่งบอกเลยว่าหลายคนก็กังวลเหมือนๆ กันและคิดว่าคนที่จะไปเที่ยวต่างประเทศต้องเก่งภาษาอังกฤษมากๆ ถึงจะเอาตัวรอดได้ แต่แท้ที่จริงแล้วภาษาไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการท่องเที่ยว แต่เป็นเพียงแค่ใจของเราเท่านั้น ที่เอาแต่คิดกังวลว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แล้วจะเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวต่างประเทศไหม แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเราอยากไปเที่ยวต่างประเทศ ภาษาอังกฤษไม่เก่งไม่เป็นไร ออกเดินทางเที่ยวได้แน่ถ้ารู้จักเตรียมความพร้อม เมื่อเปิดใจแล้วว่าจะตะลุยเที่ยวแบบแบกเป้คนเดียว ก็อย่าลืมเติมเต็มความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยการซื้อประกันเดินทางต่างประเทศเอาไว้ด้วย จะทำให้เพื่อนๆ ได้รับความคุ้มครองตลอดการท่องเที่ยวที่สบายใจมากยิ่งขึ้น
เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่หลายประเทศเลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย หากให้เอ่ยชื่อประเทศที่มีการใช้ภาษากลางเป็นภาษาอังกฤษก็คงจะนับได้ไม่หมด ดังนั้นก่อนเราออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เราต้องรู้ก่อนว่ามีประเทศไหนบ้างที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลในการสื่อสาร ถ้าเราอยากไปเที่ยวต่างประเทศให้สื่อสารได้ง่าย ควรเลือกประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก อย่างรายชื่อประเทศในทวีปเอเชียที่มีการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ได้แก่ประเทศ สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, อินเดีย, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, เวียดนามและมาเก๊า เป็นต้น การเดินทางคนเดียวไปต่างประเทศของเราก็จะทำได้ง่ายขึ้น
ถ้าอยากออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด ที่ทำให้เราเที่ยวได้ครบทุกจุดที่อยากไป ต้องเริ่มวางแผนให้ดีก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวคนเดียว แล้วไม่เก่งภาษาด้วย เรายิ่งต้องเตรียมความพร้อมมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการหลงทางหรืออุปสรรคอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง ถ้าก่อนการเดินทางเรามีการเตรียมตัวและวางแผนไว้ดี ก็จะทำให้การเที่ยวต่างประเทศของเราไม่มีอุปสรรคหรือลดความเสี่ยงได้มาก ซึ่งเราได้รวบรวม 6 ขั้นตอนเตรียมตัวง่ายๆ มาให้ตรวจเช็กดังต่อไปนี้
เพื่อไม่ให้เกิดการใช้จ่ายเกินวงเงินงบประมาณที่กำหนดไว้ เราสามารถเริ่มต้นเที่ยวด้วยการเลือกที่เที่ยวต่างประเทศราคาถูกที่ทำให้เราสามารถเที่ยวได้ตามงบประมาณ ค่าที่พักและค่าอาหารก็ไม่แพงมากจนเกินไป เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีต่องบประมาณและดีต่อใจแล้ว
เราสามารถเลือกไปเที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย ที่ใช้ในการเดินทางไม่นานและควรเลือกประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเวลาที่เสียไปในการขอวีซ่าได้ โดยสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ 2023 ที่ไม่ต้องขอวีซ่าที่มีคนไทยชื่นชอบและอยากไปเที่ยวกันมากที่สุดไว้ให้เป็นตัวเลือกดังนี้ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, สิงคโปร์หรือเวียดนาม ก็เป็นตัวเลือกที่น่าเที่ยวด้วยเช่นกัน
เมื่อเลือกประเทศที่ต้องการท่องเที่ยวได้แล้ว ลำดับต่อมาเราก็ศึกษาดูรายละเอียดเจาะลึกลงไปในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวประเทศที่เราเลือกเอาไว้ ว่ามีแลนด์มาร์กสำคัญที่ไหนที่จะต้องไปให้ได้บ้าง เพื่อไม่ให้เราพลาดสถานที่เที่ยวอันโด่งดัง ได้ไปเที่ยวต่างประเทศครบทุกที่อย่างที่ตั้งใจ
เมื่อได้สถานที่ท่องเที่ยวเรียบร้อย ต่อไปเราก็จะเลือกวันและเวลาในการจองตั๋วเพื่อเดินทาง ว่าเราควรจองตั๋วเครื่องบินไปกลับวันไหนบ้าง แล้วเราจะต้องจองที่พักกี่คืน โรงแรมไหนดี ถ้าหากเราวางแผนจองเอาไว้ล่วงหน้ายิ่งทำให้เราได้รับโปรโมชั่นดีๆ ในราคาไม่แพง ถ้าหากเราไม่ได้วางแผนแล้วสั่งซื้อตั๋วเครื่องบินทันที ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ แน่นอนว่าเราจะได้รับตั๋วที่นั่งในราคาแพงจนเราอาจต้องตกใจ
ทำไมต้องซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ ราคาถูกเอาไว้สักฉบับ ก็เพื่อให้เราได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อเดินทางออกจากประเทศไทย ถ้าเราอยากไปเที่ยวต่างประเทศให้ปลอดภัย แบบฉบับนักวางแผนที่ดี เราต้องวางแผนทั้งการเที่ยวและวางแผนเรื่องประกันเดินทางต่างประเทศให้ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของเราด้วย นอกจากจะได้รับความอุ่นใจตลอดระยะเวลาในการท่องเที่ยวต่างประเทศแล้ว การเดินทางคนเดียวจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปถ้าเรามีประกันไปเป็นเพื่อนด้วย
เมื่อออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เราควรมีคลังศัพท์ภาษาอังกฤษติดตัวไปด้วย เปรียบเสมือนเราได้พกพาความมั่นใจไปเที่ยวเป็นเพื่อนด้วยนั่นเอง ไม่ว่าจะหิวข้าวหรืออยากดื่มน้ำสักแก้วเราก็จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพียงแค่ฝึกพูดประโยคง่ายๆ เช่น
หน่วยงานสำคัญที่เราต้องรู้จักเมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศนั่นคือ กรมการกงสุล Call Center หมายเลข (66) 2572 8442 ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นหน่วยงานที่ให้บริการถาม-ตอบ ให้คำปรึกษาข้อมูลด้านกงสุล เช่น การทำพาสปอร์ต, การขอวีซ่าและการติดต่อฉุกเฉิน รวมทั้งช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 3 ช่องทาง ดังนี้
ยุคสมัยนี้เป็นยุคแห่งการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ มีแอปพลิเคชันสำหรับแปลภาษาที่ช่วยทำให้เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนชาวต่างชาติได้สะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรให้ยุ่งยาก แค่พกมือถือไปแค่เครื่องเดียว ก็สามารถดาว์นโหลดแอปฯแปลภาษาลงเครื่องได้แบบพร้อมใช้ทันที ซึ่งตัวแปลภาษาที่คนไทยที่นิยมใช้กันมีดังนี้ 1. Google Translate, 2. Google Lens, 3. CM Thai Dict, 4. U-Dictionary, 5. Longdo Dictionary, 6. Microsoft Translator, 7. LINE Dictionary, 8. Urban Dictionary, 9. Thai Fast Dictionary และ 10. Scan & Translate
หากยังกังวลเรื่องภาษาจนหมดความรู้สึกอยากไปเที่ยวต่างประเทศและไม่กล้าเดินทางออกไปไหน เราอาจจะลองเลือกประเทศลาว ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงมีประชากรที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยได้ ทำให้เราไม่ต้องกังวลในเรื่องของการสื่อสาร สามารถใช้ภาษาไทยคุยกันได้เลย นอกจากนี้ประเทศลาวยังเป็นอีกประเทศที่น่าเที่ยว มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก มีวิวดีวิวเด็ดสำหรับสายรักธรรมชาติที่จะต้องไปลองสัมผัสดูด้วยตัวเอง ว่ามีมนต์เสน่ห์มากขนาดไหน ได้ดื่มด่ำกับขุนเขาและวัฒนธรรมเก่าแก่ ได้พบเจอผู้คนที่แสนดีจิตใจดีงามเหมือนดั่งเป็นพี่น้องกัน คนลาวชอบมากที่คนไทยไปเที่ยวที่นั่นพร้อมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จนเราไม่ต้องกังวลในสิ่งใด ได้เที่ยวอย่างสนุกจนลืมกังวลเรื่องภาษาไปเลย
การออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศบางทีไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ก็สามารถท่องเที่ยวต่างประเทศได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือสกิลการเอาตัวรอดฝึกพูดประโยคพื้นฐานไว้ใช้ เมื่อออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ 2023 เพียงแค่มีแอปพลิเคชันแปลภาษาและมีการวางแผนการเดินทางพร้อมซื้อ ประกันเดินทางต่างประเทศก่อนออกเดินทาง ก็สามารถทำให้เราเป็นนักท่องเที่ยวที่สามารถเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ