รถไฟฟ้า หรือ รถ EV ต่างเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ราคาน้ำมันมีแต่จะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ และความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เห็นผู้ผลิตรถ EV หลากหลายแบรนด์ต่างเข็นรถที่มีออกมาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถสปอร์ต รถ SUV หรือแม้แต่รถกระบะซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย เพราะมีความทนทาน บรรทุกสิ่งของและสัมภาระได้ดี ทำให้รถกระบะไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนไทยที่ต้องการลดการปล่อยมลพิษและที่สำคัญประหยัดค่าน้ำมันลงได้
หากจะกล่าวถึงรถกระบะไฟฟ้าที่มีกระแสมาแรงคงหนีไม่พ้น Tesla Cybertruckของ อีลอน มัสก์ อย่างแน่นอน Tesla Cybertruckเป็นรถกระบะไฟฟ้าที่มีดีไซน์ล้ำสมัย แข็งแรงทนทาน พร้อมสเปคที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน ทั้งพละกำลังในการขับเคลื่อนและความสะดวกสบายในการใช้งาน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางในเส้นทางยากลำบาก โดยมีสเปคดังนี้
*ทุกรุ่นราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีนำเข้า
รถ กระบะไฟฟ้า สัญชาติจีน RIDDARA RD6 ที่กำลังเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการรถกระบะในประเทศไทยได้สั่นสะเทือน ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีด้วยกัน 4 รุ่น ประกอบไปด้วย
รถ EV SUV อเนกประสงค์จากอเมริกา ที่สามารถบรรทุกสิ่งของได้ ที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่าเป็น Super Truck เพราะให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียงแค่ 3 วินาทีเท่านั้น ระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จประมาณ 400 ไมล์ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ราคาเริ่มต้นที่ 106,945 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,743,075 บาท
* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีนำเข้า
แบรนด์ JAC จากประเทศจีน ที่มี Thai EV เป็นตัวแทนจำหน่าย เป็นรถกระบะไฟฟ้า 4 ประตู ที่มาพร้อมความแข็งแรง ทนทาน รูปลักษณ์ภายนอกให้อารมณ์เหมือนรถกระบะทั่วไป ขับเคลื่อน 2 ล้อ แบตเตอรี่มีขนาด 65.3 kWh ระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จประมาณ 330++ กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 127 กม./ชม.ราคาเริ่มต้น 1,290,000 บาท
มาแล้ว BYD Shark รถกระบะไฟฟ้าจากประเทศจีน หลังจาก BYD ประสบความสำเร็จในรถไฟฟ้าหลากหลายรุ่นในไทย ตอนนี้พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวกระบะไฟฟ้า BYD Shark กระบะปลั๊กอินไฮบริด ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร ที่ได้จากพลังงานแบตเตอรี่ล้วน ๆ ผสมผสานกับเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตร ที่ให้แรงม้ามากถึง 430 ตัว ทำให้เดินทางได้ไกลสูงสุดประมาณ 836 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1ครั้งและน้ำมันเต็มถัง สามารถลากจูงน้ำหนักได้มากถึง 5,512 กิโลกรัม ราคาเริ่มต้นประมาณ 53,938 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,959,028 บาท
MG T90 EV รถกระบะไฟฟ้าสัญชาติจีนที่คาดว่าจะมีแพลนเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หลังจากรถไฟฟ้ารุ่นเล็กได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตัว MG T90 EV มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 88.5 kWh สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 535 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คาดว่าราคาขายในประเทศประมาณ 800,000 – 1,200,000 บาท
ข้อดี : รถกระบะไฟฟ้ามีข้อดีที่โดดเด่นในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงาน ทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศและลดมลพิษทางเสียงด้วย
ข้อเสีย : ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น เวลาที่ใช้ในการชาร์จ จำนวนสถานีชาร์จที่ยังมีไม่มากพอ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลและที่สำคัญอู่ซ่อมหรือสถานีบริการในการดูแลรักษาและซ่อมบำรุง ยังมีน้อย
แม้ว่ารถไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น แต่ยังมีข้อควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ที่ควรพิจารณาดังนี้
รถกระบะไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถกระบะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จะมีชิ้นส่วนที่น้อยลง ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า โดยเฉลี่ยแล้วรถกระบะไฟฟ้าอาจมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาประมาณ 10,000 บาทต่อปี เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาประมาณ 20,000 บาทต่อปี ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการชาร์จขึ้นอยู่กับว่าชาร์จที่บ้านหรือสถานีชาร์จ หากชาร์จไฟที่บ้านค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟฟ้า หากชาร์จที่สถานีชาร์จ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการสถานีชาร์จ
สรุปโดยรวมแล้วรถกระบะไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่น้อยกว่าเพราะไม่มีชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนเหมือนรถน้ำมัน แต่อาจมีข้อจำกัดในส่วนของสถานีชาร์จ การเดินทางไกลที่ต้องวางแผนและการนำมาใช้ในเชิงพานิชย์ที่ต้องบรรทุกหนักมาก ๆ อาจให้พละกำลังไม่เทียบเท่ารถใช้น้ำมัน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ