vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ประกันสังคม คืออะไร สรุปสิทธิประโยชน์ และวิธีคุ้มครองตนเอง

schedule
share
ประกันสังคม คือ

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำในบริษัทเอกชนหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยคือ ประกันสังคม คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต และทำไมเราจึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนนี้เป็นประจำทุกเดือน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความหมาย โครงสร้างของระบบประกันสังคมไทย ประเภทของมาตราต่างๆ และสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับอย่างครบถ้วน

ประกันสังคม คืออะไร? ทำความเข้าใจระบบกองทุนสวัสดิการของรัฐ

ประกันสังคม คือ ระบบการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของคนในสังคม โดยเป็นการระดมเงินสมทบจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง, นายจ้าง และรัฐบาล เข้าสู่ “กองทุนประกันสังคม” ภายใต้การดูแลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิต ช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือว่างงาน

สรุปผู้ประกันตน 3 มาตราหลัก แตกต่างกันอย่างไร?

ระบบประกันสังคมของไทยแบ่งกลุ่มผู้ประกันตนออกเป็น 3 มาตราหลักตามสถานะการทำงาน ดังนี้

1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (ลูกจ้างภาคบังคับ)

คือ พนักงานหรือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีอัตราการหักเงินสมทบ 5% ของค่าจ้าง (คำวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท หรือสูงสุด 750 บาทต่อเดือน) ซึ่งนายจ้างจะจ่ายสมทบอีก 5% และรัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 2.75% ได้รับความคุ้มครองครบทั้ง 7 กรณี

2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ภาคสมัครใจต่อเนื่อง)

คือ บุคคลที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วลาออกจากงาน แต่ยังต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องเคยส่งเงินสมทบใน ม.33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และยื่นสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออกจากงาน อัตราเงินสมทบอยู่ที่ 432 บาทต่อเดือน ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (ยกเว้นกรณีว่างงาน)

3. ผู้ประกันตน มาตรา 40 (อาชีพอิสระและฟรีแลนซ์)

คือ ประชาชนทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร หรือฟรีแลนซ์ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ม.33 หรือ ม.39 มีทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบ 3 รูปแบบ (70 บาท, 100 บาท หรือ 300 บาทต่อเดือน) โดยจะได้รับความคุ้มครองตามแพ็กเกจที่เลือก เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือเสียชีวิต

7 สิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ผู้ประกันตนจะได้รับ

สำหรับผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) จะได้รับความคุ้มครองหลัก 7 ด้าน ดังนี้:

  1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย: รักษาพยาบาลฟรี ณ โรงพยาบาลตามสิทธิ และรับเงินทดแทนการขาดรายได้
  2. กรณีคลอดบุตร: เบิกค่าตรวจฝากครรภ์ 1,500 บาท และค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท พร้อมเงินสงเคราะห์หยุดงานคลอดบุตร
  3. กรณีทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต พร้อมค่ารักษาพยาบาล
  4. กรณีเสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
  5. กรณีสงเคราะห์บุตร: เงินสงเคราะห์รายเดือนสำหรับบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์
  6. กรณีชราภาพ: เงินบำนาญชราภาพรายเดือน หรือเงินบำเหน็จชราภาพเงินก้อนเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดสภาพการทำงาน
  7. กรณีว่างงาน: เงินชดเชยระหว่างหางานใหม่ ทั้งกรณีลาออกเองและถูกเลิกจ้าง

ทำไมการมีประกันสังคมอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต?

แม้ว่าประกันสังคมจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ช่วยสร้างความอุ่นใจในการทำงาน แต่ด้วยเงื่อนไขที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเฉพาะในโรงพยาบาลตามสิทธิที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุกะทันหันหรืออยู่นอกพื้นที่ การเข้าถึงบริการทางการแพทย์อาจไม่คล่องตัว การมี ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคลจึงเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้ทันทีทั่วประเทศโดยไม่ต้องสำรองจ่าย นอกจากนี้ ในการใช้ชีวิตประจำวัน

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)