เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำในบริษัทเอกชนหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยคือ ประกันสังคม คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต และทำไมเราจึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนนี้เป็นประจำทุกเดือน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความหมาย โครงสร้างของระบบประกันสังคมไทย ประเภทของมาตราต่างๆ และสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับอย่างครบถ้วน
ประกันสังคม คือ ระบบการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของคนในสังคม โดยเป็นการระดมเงินสมทบจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง, นายจ้าง และรัฐบาล เข้าสู่ “กองทุนประกันสังคม” ภายใต้การดูแลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิต ช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือว่างงาน
ระบบประกันสังคมของไทยแบ่งกลุ่มผู้ประกันตนออกเป็น 3 มาตราหลักตามสถานะการทำงาน ดังนี้
คือ พนักงานหรือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีอัตราการหักเงินสมทบ 5% ของค่าจ้าง (คำวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท หรือสูงสุด 750 บาทต่อเดือน) ซึ่งนายจ้างจะจ่ายสมทบอีก 5% และรัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 2.75% ได้รับความคุ้มครองครบทั้ง 7 กรณี
คือ บุคคลที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วลาออกจากงาน แต่ยังต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องเคยส่งเงินสมทบใน ม.33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และยื่นสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออกจากงาน อัตราเงินสมทบอยู่ที่ 432 บาทต่อเดือน ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (ยกเว้นกรณีว่างงาน)
คือ ประชาชนทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร หรือฟรีแลนซ์ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ม.33 หรือ ม.39 มีทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบ 3 รูปแบบ (70 บาท, 100 บาท หรือ 300 บาทต่อเดือน) โดยจะได้รับความคุ้มครองตามแพ็กเกจที่เลือก เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือเสียชีวิต
สำหรับผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) จะได้รับความคุ้มครองหลัก 7 ด้าน ดังนี้:
แม้ว่าประกันสังคมจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ช่วยสร้างความอุ่นใจในการทำงาน แต่ด้วยเงื่อนไขที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเฉพาะในโรงพยาบาลตามสิทธิที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุกะทันหันหรืออยู่นอกพื้นที่ การเข้าถึงบริการทางการแพทย์อาจไม่คล่องตัว การมี ประกันอุบัติเหตุ ส่วนบุคคลจึงเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้ทันทีทั่วประเทศโดยไม่ต้องสำรองจ่าย นอกจากนี้ ในการใช้ชีวิตประจำวัน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ
โดยปกติแล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลตามสิทธิที่ได้เลือกไว้ แต่ในชีวิตจริง เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุรุนแรง หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ต่างจังหวัด มักทำให้เราต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน ทำให้เกิดคำถามว่า เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้หรือไม่ เบิกได้เท่าไหร่ และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้มีคำตอบชัดเจน เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้ในกรณีใดบ้าง? ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกค่ารักษาพยาบาลคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ในกรณีที่จำเป็นทางการแพทย์ ดังนี้: สิทธิกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP 72 ชั่วโมงแรก) หากผู้ประกันตนมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตถึงแก่ชีวิต (เช่น หมดสติ ไม่หายใจ เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน) สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้นโยบาย UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลใดๆ ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นเมื่อพ้นวิกฤต โรงพยาบาลจะประสานงานส่งตัวกลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมต่อไป อัตราการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต UCEP)… Continue reading เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม กรณีฉุกเฉิน และเจ็บป่วยทั่วไป
ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพหลักที่ดูแลประชาชน ได้แก่ ระบบประกันสังคม และระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า บัตรทอง / 30 บาทรักษาทุกโรค) ทำให้หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือผู้ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสถานะการทำงานเกิดคำถามสำคัญว่า มีประกันสังคม ใช้บัตรทองได้ไหม สามารถเลือกใช้สิทธิควบคู่กันเพื่อความสะดวกได้หรือไม่ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้กระจ่างตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย มีประกันสังคม ใช้สิทธิบัตรทองได้ไหม? คำตอบชัดเจนตามกฎหมาย คำตอบสั้นและชัดเจนคือ “ไม่ได้” บุคคลที่มีสิทธิในระบบประกันสังคม (ผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39) จะ ไม่สามารถ ใช้สิทธิบัตรทองได้ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ว่า สิทธิบัตรทองมีไว้สำหรับคนไทยทุกคนที่ “ไม่มีสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลอื่นใดของรัฐ” เช่น สิทธิข้าราชการ หรือสิทธิประกันสังคม ทันทีที่คุณเข้าทำงานและนายจ้างขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนประกันสังคม สิทธิบัตรทองเดิมของคุณจะถูกระงับเป็นการชั่วคราวโดยอัตโนมัติ และระบบจะเปลี่ยนมาใช้สิทธิการรักษาพยาบาลของสำนักงานประกันสังคมแทน ทำไมจึงใช้ 2 สิทธิพร้อมกันไม่ได้? หลักการป้องกันสิทธิซ้ำซ้อน เหตุผลที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทั้งสองสิทธิร่วมกัน เนื่องจาก: เปรียบเทียบความแตกต่าง: ประกันสังคม vs บัตรทอง แม้ทั้งสองระบบจะให้การรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน แต่มีจุดเด่นและขอบเขตที่ต่างกัน: ลาออกจากประกันสังคมแล้ว จะกลับไปใช้สิทธิบัตรทองได้เมื่อไหร่? สำหรับผู้ประกันตนมาตรา… Continue reading มีประกันสังคม ใช้บัตรทองได้ไหม สรุปข้อสงสัยเรื่องสิทธิรักษา