ประกันรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่รถทุกคันควรมีติดรถไว้ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขณะที่เรากำลังขับขี่ เพราะด้วยความไม่รู้จึงต้องหาวิธีรับมือกับสิ่งที่ตามมา การทำประกันรถยนต์คือการการันตีว่าเราจะได้รับความคุ้มครองในเรื่องของเงินชดเชยต่าง ๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะทำให้หนักกลายเป็นเบาได้ในเรื่องของค่าใช้จ่าย และประกันรถยนต์มีหลากหลายรูปแบบและการคุ้มครอง หากคุณ ขับรถยนต์ขนาดเล็กต้องเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหนถึงจะตอบโจทย์คุณมากที่สุด วันนี้เราอาจมีคำตอบให้กับคุณ
ส่วนใหญ่แล้วการทำประกันรถยนต์จะดูที่อายุของการขับขี่หรือวันที่ออกรถเป็นส่วนใหญ่ จริงอยู่ที่ว่า รถยนต์ขนาดเล็กราคาไม่ถึงแสน อาจไม่จำเป็นที่จะต้องทำประกันชั้นหนึ่ง แต่ในอีกมุมนึงรถเล็กราคาไม่ถึง แสน ก็สามารถทำประกันชั้นหนึ่งได้เช่นเดียวกันทั้งนี้อยู่ที่ตัวผู้ขับเป็นคนตัดสินใจ ว่าจะเลือกทำประกันแบบไหนให้กับรถของคุณ
สำหรับคนที่เพิ่งออกรถใหม่ไม่ว่าจะเป็นรถเล็กหรือรถใหญ่ หากเป็นรถป้ายแดงส่วนใหญ่แล้วจะต้องทำประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือทางบริษัทรถจะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้กับคุณเสมอ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ว่าหากคุณออกรถใหม่ไม่ว่าอย่างไรในช่วง 1 – 2 ปีแรกมักจะต้องทำประกันชั้น 1 ไปก่อน หลังจากนั้นจึงตัดสินใจว่าจะต่อประกันชั้นหนึ่ง หรือตัดสินใจเปลี่ยนแผนประกันตามรูปแบบการขับขี่ของคุณ
สำหรับรถที่ออกมาได้สักพักประมาณสามถึงห้าปี ผู้ใช้งานจะเริ่มมีประสบการณ์ในการขับขี่มากพอสมควรอาจจะตัดสินใจที่จะเปลี่ยนรูปแบบของประกันจากเดิมประกันชั้น 1 อาจมีเบี้ยประกันที่แพงเกินไป อาจลองขยับมาใช้ประกันชั้น 2+ เป็นการประหยัดค่าเบี้ยประกันให้กับคุณและได้ความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้นหนึ่ง เพียงแต่ว่าประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองในกรณีที่มีคู่กรณีเท่านั้น
ในช่วงนี้เป็นช่วงที่รถมีสภาพที่ไม่เก่ามากและระบบต่างๆของรถยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่ โดยประกันที่เหมาะกับรถอายุประมาณนี้คือประกันชั้น 2+ เพราะแน่นอนว่าคุณจะมีประสบการณ์ในการขับรถที่มากขึ้นและมีความระมัดระวังในการขับขี่มากยิ่งขึ้น การเลือกทำประกันชั้น 2+ จะช่วยคุ้มครองในกรณีนอกเหนือจากการขับขี่ด้วยเช่น กรณีรถเกิดเพลิงไหม้ กรณีน้ำท่วมรถ กรณีรถหาย กรณีรถชนแบบนี้มีคู่กรณี ทั้งหมดนี้ประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองคุณหากใครที่ไม่ติดเรื่องงบประมาณสามารถเลือกทำประกันชั้น 1 ให้กับรถของคุณในช่วงอายุรถเท่านี้ได้
สำหรับรถในช่วงอายุนี้หากเกิน 10 ปีขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ถือว่าเป็นรถเก่า และประกันที่เหมาะกับอายุรถช่วงนี้คือประกันชั้น 3+ ที่ให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 2+ เพียงแต่คุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนกับรถคันอื่นเท่านั้น จะไม่คุ้มครองในกรณีที่รถหาย ไฟไหม้ หรือถูกโจรกรรมใด ๆ แต่ทั้งนี้คุณสามารถเลือกที่จะทำประกันชั้น 1 หรือ 2+ ให้กับรถอายุเจ็ดถึง 15 ปีได้ขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขในประกันของแต่ละบริษัท
ทั้งนี้เราจึงสรุปได้ว่า รถยนต์ขนาดเล็กราคาไม่ถึงแสน ควรเลือกประกันแบบไหน คำตอบก็คือ เลือกประกันตามอายุของรถของคุณ หากเป็นรถใหม่ให้ทำประกันชั้นหนึ่งไปก่อนประมาณสองปี จากนั้นอยู่ที่การตัดสินใจของคุณว่าจะยังคงใช้ประกันชั้น 1 หรือเปลี่ยนแผนประกันมาใช้เป็นประกันชั้น 2+ แทน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการขับรถของแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกันหากใช้รถบ่อยอาจจะทำประกันชั้นหนึ่งต่อ หรือหากไม่ค่อยได้ขับรถบ่อยมากนักอาจขยับมาเป็นประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ก็ได้เช่นเดียวกัน
แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกทำประกันชั้นไหน เลือกทำประกันรถยนต์กับทาง insurverse ที่นี่มีแผนประกันสำหรับรถเกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 3+ และยังไม่พอคุณสามารถเลือกปรับแผนประกันได้ตามใจของคุณปรับเพิ่มลดงบประมาณในการคุ้มครองตามที่คุณเห็นสมควร โดยเบี้ยประกันจะถูกปรับลดตามงบที่คุณเลือกด้วยนั่นเอง คุณเป็นคนตัดสินใจในความคุ้มครองที่คุณเลือกจ่าย ให้คุณอุ่นใจมีประกันรถยนต์คอยคุ้มครองรถและตัวคุณอยู่ตลอดเวลา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ