ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนมีรถจะรู้สึกเป็นกังวลเรื่องที่จอดรถ โดยเฉพาะคนที่ต้องการต่อรถไฟฟ้า แต่ถ้ามาใช้บริการรถไฟฟ้าสถานีกรุงธนไม่ต้องกังวล เพราะมีที่จอดรถ bts กรุงธน ส่วนจะมีที่ไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย
สำหรับคนมีรถยนต์ที่ต้องการเดินทางไปรถไฟฟ้า bts สถานีกรุงธนบุรี แต่กังวลเรื่องที่จอดรถไม่รู้จะไปจอดที่ไหน บอกเลยว่าตอนนี้มีที่จอดรถ bts กรุงธน ให้เลือกใช้บริการหลัก 2 จุด ได้แก่
เป็นที่จอดรถ bts กรุงธน ติดถนนใหญ่ใกล้สถานี bts กรุงธนบุรีเพียง 10 เมตร เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถจอดค้างคืนได้ เนื่องจากมีระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด และควบคุมการเข้าออกด้วยบัตรสมาร์ทการ์ด สำหรับค่าบริการวันจันทร์ – ศุกร์ จอด 1 – 4 ชั่วโมง คิดค่าบริการชั่วโมงละ 25 บาท แต่ถ้าเกิน 12 ชั่วโมง คิดค่าบริการเหมาที่ 100 บาท ขณะที่วันเสาร์และอาทิตย์คิดค่าบริการชั่วโมงละ 50 บาท
เป็นลานจอดรถที่ห่างจากสถานี bts กรุงธนบุรีประมาณ 150 เมตร นอกจากนั้นยังใกล้กับ ICONSIAM เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งแบบรายชั่วโมง รายวัน และรายเดือน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ระบบสมาร์ทการ์ดเข้าออก และระบบแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน สำหรับรายชั่วโมงคิดค่าบริการชั่วโมงละ 50 บาท (ไม่เกิน 15 นาที จอดฟรี) รถยนต์จอดแบบรายวันตั้งแต่ 06.00 – 23.59 น. รวม 12 ชั่วโมง คิดค่าบริการ 150 บาทต่อครั้ง รถจักรยานยนต์จอดแบบรายวันคิดค่าบริการ 40 บาทต่อครั้ง ในส่วนของรายเดือนคิดค่าบริการจอดรถยนต์ตลอด 24 ชั่วโมง 2,900 บาทต่อเดือน จอดเฉพาะเวลา 06.00 – 22.00 น. 2,500 บาทต่อเดือน และรถจักรยานยนต์ตลอด 24 ชั่วโมง 800 บาทต่อเดือน
นอกจากจะมีที่จอดรถ bts กรุงธน ให้บริการแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนเลือกมาใช้บริการเนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายสีลม ซึ่งการขับรถมาที่สถานี bts กรุงธนบุรีนั้นไม่ยาก เพราะสามารถใช้เส้นทางถนนกรุงธนบุรี ถนนเจริญนคร ถนนลาดหญ้า นอกจากนั้นยังสามารถใช้ทางพิเศษศรีรัช แต่ต้องข้ามแนวแม่น้ำมาถึงแยกตัดถนนเจริญราษฎร์ได้เช่นกัน
นอกจากที่จอดรถ bts กรุงธน แล้ว ยังมีจุดจอดแล้วจรเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าให้บริการอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับที่จอดรถ bts กรุงธน รวมถึงจุดจอดรถอื่น ๆ ที่เรานำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่ามีให้บริการหลายจุด เพราะฉะนั้นหมดกังวลเรื่องที่จอดรถไปได้เลย สำหรับผู้ที่นำรถไปจอดตามที่จอดรถต่าง ๆ หากต้องการความอุ่นใจไม่ต้องกังวลเมื่อจอดรถเป็นเวลานาน ๆ แนะนำให้ทำ ประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้เสมอ เพื่อให้ความคุ้มครองจากประกันช่วยดูแลรถของคุณอีกทาง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ