หากใครที่เดินทางเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าบริเวณสนามบินหรือบนเครื่องบิน เป็นสถานที่ที่มีความเข้มงวดกวดขันในเรื่องของความปลอดภัยค่อนข้างสูง ซึ่งจะมีกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สำหรับข้อห้ามในสนามบินหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้หรือบางคนก็พอจะรู้รายละเอียดคร่าวๆ แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจมากนัก ถ้าหากเราไม่ศึกษาเอาไว้ อาจจะทำให้เราเผลอทำผิดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ วันนี้เราพามาทำความเข้าใจข้อห้ามต่างๆ ของคำพูดต้องห้ามบนเครื่องบิน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในสนามบินระหว่างเดินทางกัน
ไม่ว่าจะเป็นสนามบินประเทศไทย, สนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินประเทศไหนๆ ก็ตาม สิ่งที่เราควรศึกษาก็คือการขึ้นเครื่องบินห้ามอะไรบ้างและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกด้วย เพราะการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ต้องการความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารในทุกๆ ด้านและยังต้องการความร่วมมือของผู้โดยสารทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน รับรู้ข้อตกลงสำหรับพฤติกรรมต้องห้ามในสนามบินและบนเครื่องบินไม่ว่าจะเป็นเรื่องคำพูดหรือการกระทำใดดังต่อไปดังนี้
การพูดระเบิดที่สนามบิน หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องต้องห้ามที่น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนบางส่วนที่ยังไม่รู้ข้อห้ามนี้ จึงอาจจะมีการพูดหยอกล้อกันเล่นๆ ในกลุ่มเพื่อนนักเดินทางด้วยกัน ซึ่งถ้าไม่มีใครได้ยินก็ไม่เป็นไร แต่หากเราพูดจาทีเล่นทีจริงว่ามีระเบิดหรือพูดจาข่มขู่ว่าจะระเบิดสนามบิน รับรองได้เลยว่ารู้ไปถึงหูเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่ กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถจัดการด้วยมาตรการขั้นสูงสุดกับคุณได้เลย ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือคุณจะถูกระงับการเดินทางหรือสายการบินที่คุณกำลังจะเดินทางอาจจะต้องโดนสั่งหยุดให้ยกเลิกการเดินทางแบบกะทันหันเพื่อส่งทีมตรวจสอบความปลอดภัยเข้าไปตรวจเช็กเสียก่อน
ไม่ว่าจะเป็น ปืน, มีด, สารอันตรายต่างๆ หรือคำพูดใดที่เกี่ยวกับอาวุธร้ายแรง ห้ามนำมาพูดเล่นในสนามบินโดยเด็ดขาด ถ้าไม่อยากจะกลายเป็นบุคคลต้องสงสัย เพียงคุณพูดขึ้นมาว่าในกระเป๋ามีปืน แล้วมีใครได้ยินเข้า เจ้าหน้าที่จะเข้ามารวบตัวแล้วนำไปสอบปากคำโดยทันที บางทีอาจจะโดนกักตัวทั้งวันเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดเสียก่อนว่าเป็นเพียงคำพูดลอยๆ เพราะความคึกคะนอง หากตรวจสอบว่าไม่มีอาวุธตามที่กล่าวอ้างก็จะปล่อยตัวคุณไป แต่นั่นต้องกลายเป็นฝันร้ายอย่างแน่นอน เพราะคุณจะไม่ได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ 2023 ที่ไหน ทำให้ทริปที่วางแผนเอาไว้ล่มอย่างไม่เป็นท่าอีกด้วย
ประโยคที่มีความละเอียดอ่อน ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนในสนามบินได้อย่างร้ายกาจก็คือ การพูดถึงเรื่องการก่อการร้ายและการจี้ปล้นเครื่องบิน ถ้าอยากเดินทางไปเที่ยวให้ราบรื่น เราห้ามนำคำพูดเหล่านี้มาพูดเล่นเลย เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเพื่อนำตัวไปสอบสวนได้
แม้เรื่องโรคระบาดจะเริ่มซาไป แต่ถ้าหากใครคิดสนุกอยากพูดที่สนามบินในประเทศไทยว่า ตัวเองติดโรคระบาดร้ายแรง แสดงท่าทีว่ามีอาการไอคล้ายกับเป็นไข้หนัก สร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้กับผู้ร่วมเดินทาง รับรองได้เลยว่า เราจะถูกเจ้าหน้าที่เชิญออกไปจากสนามบินเพื่อไปตรวจสุขภาพโดยทันที การกระทำแบบนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลย อาจจะทำให้ผู้โดยสารคนอื่นหวาดวิตก ไม่กล้าเดินทางไปไหนอีกเลยก็ได้
แม้ชีวิตจะน่าเบื่อขนาดไหนก็ตาม อย่าคิดสั้นตะโกนขึ้นมากลางสนามบินว่า “เครื่องบินลำนี้กำลังจะตก” หรือเขียนถ้อยคำลงบนกระดาษว่า “ระเบิด” หรือพูดระเบิดที่สนามบินเพราะนี่เป็นการกระทำที่หยาบคายและคุกคามชีวิตผู้อื่นให้รู้สึกเหมือนกับตกอยู่ในอันตราย นอกจากนี้ไม่ควรถือกระเป๋าแล้วทำท่าวิ่งหนี ราวกับว่าในกระเป๋าใบนั้นมีวัตถุอันตราย รวมไปถึงไม่ควรโยนกระเป๋าหรือสิ่งของเพื่อทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ การกระทำแบบนี้นอกจากจะไม่น่ารักแล้ว ยังมีโอกาสเข้าไปนอนในคุกได้แบบง่ายๆ เพราะมันเป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยและเป็นภัยคุกคามต่อผู้ร่วมเดินทางคนอื่นได้
สำหรับบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนเรื่องข้อห้ามในสนามบิน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 (มาตรา 22) ได้ระบุความผิดเอาไว้ว่า หากผู้ใดแจ้งข้อความหรือข่าวสารที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จและเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในสนามบินหรืออยู่ระหว่างการบินเกิดความตื่นตระหนกตกใจ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี /ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและหากการกระทำนั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานระหว่างการบิน จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปีหรือปรับตั้งแต่ 200,000 – 600,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย
ไม่เพียงผู้กระทำความผิดเพียงผู้เดียวที่ต้องโทษ แต่ผู้ร่วมกระทำผิดด้วยความคึกคะนองร่วมกลุ่มกันพูดคำพูดต้องห้ามจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ก็จะมีโทษในฐานเป็นผู้สนับสนุนการฝ่าฝืนข้อห้ามในสนามบินด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดเลยทีเดียว
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทุกครั้งที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน ทุกคนควรพึงระวังในกฎข้อห้ามต่างๆ เหล่านี้ด้วย เพื่อความปลอดภัยกับตนเองและเป็นการไม่ก่อความวุ่นวายสร้างปัญหาในสนามบินให้กับผู้ร่วมเดินทางท่านอื่นๆ หรือหากใครกังวลเหตุร้ายหรือความเสียหายต่างๆ ก็ควรซื้อประกันเดินทางต่างประเทศติดเอาไว้ทุกครั้งก่อนเดินทาง ก็จะทำให้เราได้ไปเที่ยวแบบได้รับความคุ้มครองอย่างสบายใจหายห่วงในทุกๆ เรื่อง
สำหรับคนที่กำลังวางแผนจองตั๋วเดินทางกับสนามบินเพื่อมุ่งหน้าไปเที่ยวต่างประเทศ 2023 และกำลังมองหาซื้อประกันเดินทางต่างประเทศที่ไหนดี 2566 ให้ปลอดภัย ให้ได้รับความคุ้มครองที่ดีที่สุด การเลือกประกันการเดินทางของ Insurverse ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ที่พร้อมจะร่วมเดินทางไปกับคุณได้ทุกที่ ช่วยทำให้คุณอุ่นใจตลอดการท่องเที่ยว เป็นประกันท่องเที่ยวต่างประเทศที่หาซื้อง่าย สะดวกรวดเร็วทันใจ ให้ความคุ้มครองทันทีและสามารถเลือกแพ็จเกจความคุ้มครองของประกันได้อย่างที่ต้องการ สนใจประกัน Insurverse ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ