พ.ร.บ. รถเก๋ง เป็นประกันภัยภาคบังคับ ที่รถทุกคันบนท้องถนนต้องมีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งหากขาดต่อ ก็จะทำให้ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ และจะมีโทษทางกฎหมายร่วมด้วยเช่นกัน ส่วนใครที่จำไม่ได้ว่า พ.ร.บ. รถเก๋ง ราคาเท่าไหร่ แม้จะต้องต่อทุกปี หรือใครที่ขาดต่อจนลืมไปแล้ว วันนี้เรามีข้อมูลเรื่องการต่อ พ.ร.บ. แบบครบถ้วนมาฝากกัน
พ.ร.บ. รถเก๋ง จะมีความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเพียง 1 ปีเท่านั้น จึงจำเป็นจะต้องต่ออายุทุกปี เพราะต้องใช้เป็นหลักฐานในการยื่นต่อภาษีรถยนต์ประจำปีด้วยเช่นกัน ซึ่งหากขาดต่ออายุ ก็จะมีโทษปรับตามกฎหมายหากโดนเรียนตรวจ
เมื่อ พ.ร.บ. รถเก๋งหมดอายุ ควรทำการต่อในทันที เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อย่างน้อยการมีประกันภัยภาคบังคับส่วนนี้ ก็ยังให้ความคุ้มครองเบื้องต้นได้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุหนักเบา แต่หากขาดต่อเป็นระยะเวลานาน ก็อาจจะมีเงื่อนไขที่มากขึ้นในการยื่นต่อใหม่ ซึ่งจะแตกต่างกันไป ดังนี้
หากขาดต่อ พ.ร.บ. รถเก๋งไม่เกิน 1 ปี สามารถยื่นต่อได้ทันทีโดยไม่เสียค่าปรับ แต่อาจโดนปรับในส่วนของภาษีรถยนต์แทน
หากขาดต่อ พ.ร.บ. รถเก๋งเกิน 2 ปีขึ้นไป จะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่กรมขนส่งทางบก พร้อมเดินเรื่องต่อทะเบียนรถใหม่ เสียค่าปรับ และค่าใช้จ่ายเพิ่มในการต่อภาษี ตรวจเช็กสภาพ และค่าจดทะเบียนร่วมด้วย โดยจะต้องใช้เอกสารทั้งหมด ดังนี้
หากขาดต่อ พ.ร.บ. รถเก๋งเกิน 3 ปีขึ้นไป รถอาจถูกระงับป้ายเทียนในการใช้งาน ทำให้จะต้องไปยื่นจดทะเบียนใหม่ พร้อมกับการเสียค่าปรับ และอาจมีการเรียกเก็บค่าภาษีย้อนหลังร่วมด้วย และจำเป็นจะต้องใช้เอกสารในการดำเนินเรื่องทั้งหมด ดังนี้
หากโดนตรวจพบว่าขาดต่อ พ.ร.บ. รถเก๋ง จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ทำการต่อภาษีไม่ได้ไปด้วย และหากตรวจพบว่าขาดต่อภาษีรถยนต์ ก็จะโดนโทษปรับ 400 – 1,000 บาท อีกด้วยเช่นกัน
ในส่วนของความคุ้มครองที่ได้รับจาก พ.ร.บ. รถเก๋ง จะแบ่งออกเป็นสองกรณี โดยจะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้
หลายคนอาจจะยังสงสัย ว่าการต่อพ.ร.บ. รถยนต์ มีช่องทางอะไรบ้าง และจำเป็นจะต้องขับรถออกไปต่ออยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า เรามาดูกันว่าตอนนี้สามารถต่อได้กี่ช่องทาง
การต่อ พ.ร.บ. ที่กรมขนส่งทางบก จะมีตัวแทนประกันภัยที่ดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพียงแค่ทำการเล่มทะเบียนรถพร้อมคำร้องไปตามขั้นตอน และชำระค่าธรรมเนียมตามปกติ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน
อีกช่องทางหนึ่งที่ค่อนข้างจะสะดวกสบายมากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องขับรถออกไปเอง ก็คือการต่อ พ.ร.บ. กับทางกรมขนส่งทางบกแบบออนไลน์ แต่จะมีข้อกำหนดตรงที่ ต่อต้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน โดยสามารถกรอกข้อมูลรายละเอียดรถ และพ.ร.บ. ที่มีอยู่ลงในระบบผ่านช่องทางออนไลน์ ก็สามารถต่อได้ทันที
หากอยากต่อ พ.ร.บ. รถเก๋ง อย่างสะดวกสบาย ไม่ปวดหัวกับความยุ่งยาก เลือกต่อกับทาง insurverse นั้นตอบโจทย์กว่า เพราะการันตีราคาที่ถูกกว่า ให้ความคุ้มครองทันที และสามารถนำกรมธรรม์ออนไลน์ไปต่อภาษีได้เลย และยังมีบริการแจ้งเตือนก่อนหมดอายุเพิ่มให้ด้วย ทำให้การขาดต่อ พ.ร.บ. กลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
การต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ราคา จะอยู่ที่ 600 บาท สำหรับรถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง และสำหรับรถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง จะอยู่ที่ 1,100 บาท ในการต่ออายุ แต่หากเป็นการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์กับ insurverse ทางออนไลน์ จะมีค่าต่อ พ.ร.บ. เริ่มต้นเพียง 569 บาทเพียงเท่านั้นสำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง
การขาดต่อ พ.ร.บ. รถเก๋งเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายในการใช้รถแล้ว ยังอาจส่งผลในเรื่องความคุ้มครองเบื้องต้นที่ควรจะได้รับอีกด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่า อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอบนท้องถนนบ้านเรา หากใครเป็นคนขี้ลืมเป็นประจำ สามารถเลือกต่อ พ.ร.บ. รถยนต์กับทาง insurverse ไว้ได้เลย เพราะเรามีบริการแจ้งเตือนก่อน พ.ร.บ. หมดอายุแบบสะดวกสุด ๆ ไปเลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน