เชื่อเลยว่าเจ้าของรถใหม่หลายคนอาจเกิดความสงสัยเกี่ยวกับ ประกันภัยภาคบังคับ คือ อะไร ทำไมถึงต้องทำก่อนต่อภาษีรถยนต์ หากเราเลือกทำจะมีการคุ้มครองเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง มีเงื่อนไขการคุ้มครองอะไรบ้างที่เราควรรู้ และถ้าเราไม่ได้ทำประกันภัยภาคบังคับมีโทษไหม กรณีที่เรารับทราบแล้วว่าประกันภัยภาคบังคับหรือ พรบ รถยนต์ คือ สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ แล้วประกันภัยภาคสมัครใจต้องมีการบังคับให้เราทำด้วยหรือไม่ เพื่อให้คุณเจ้าของรถมือใหม่ทุกคนได้เข้าใจตรงกัน insurverse ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอให้ทุกคนแล้วในบทความนี้
ประกันภัยภาคบังคับ คือ การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ที่กำหนดไว้ว่ารถยนต์ทุกคน ทุกชนิดที่ได้มีการจดทะเบียนเอาไว้กับกรมขนส่งทางบก และรถยนต์ที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หรือพลังงานใดก็ตาม ต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเสมอ ซึ่งประกันภัยภาคบังคับ คือ พ.ร.บ.รถยนต์ที่เราเรียกกันในทุกวันนี้นั่นเอง
เหตุผลที่มีเจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องทำประกันภัยภาคบังคับ คือ การที่ภาครัฐต้องคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พร้อมกับให้ความช่วยเหลือทุกคนทางด้านพยาบาลอย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ตาม รวมถึงประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนี้ยังเป็นหลักประกันให้แก่โรงพยาบาล ถึงการได้รับค่ารักษาพยาบาลจากผู้ประสบเหตุจากรถยนต์อย่างแน่นอน
อายุของประกันภัยภาคบังคับ คือ 1 ปี และต้องมีการต่ออายุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับสามารถต่ออายุล่วงหน้าได้สูงสุดไม่เกิน 90 วันเท่านั้น หากใครอยากจัดการให้เรียบร้อยก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี สามารถวางแผนต่อล่วงหน้าได้ตามกรอบระยะเวลาตามกำหนด
ช่องทางการซื้อประกันภัยภาคบังคับ คือ ช่องทางออนไลน์, กรมขนส่ง และผู้ให้บริการรายย่อยอื่นในประเทศไทย แต่ปัจจุบันช่องทางในการซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับออนไลน์ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย ราคาที่คุ้มค่า และเรื่องเอกสารที่ไม่วุ่นวายด้วยเช่นกัน
การคุ้มครองทั้งหมดของประกันภัยภาคบังคับ คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น และค่าสินไหมทดแทน โดยทั้ง 2 หมวดใหญ่นี้จะมีการแบ่งย่อยรายละเอียดเรื่องการคุ้มครองเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก หากใครยังไม่เคยรู้ข้อมูลตรงนี้มาก่อน insurverse อยากแนะนำให้ลองอ่านเก็บข้อมูลไว้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ในการคุ้มครองของคุณเจ้าของรถยนต์ทุกคน
ค่าเสียหายเบื้องต้นจากประกันภัยภาคบังคับ คือ การที่ผู้ประสบภัยจะได้รับค่าความเสียหายเบื้องต้น โดยไม่ต้องพิสูจน์เรื่องความผิดภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันแรกที่มีคำขอการชดเชยสินไหมกับบริษัทประกัน ซึ่งจะมีรายการเบื้องต้นตามลิสต์ด้านล่างนี้
กรณีที่มีการบาดเจ็บแต่ไม่ถึงกับสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ จะได้รับค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายด้านการพยาบาลตามค่าเสียหายจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30,000 บาทตามที่กล่าวมาด้านบนทั้งหมด
ค่าเสียหายกรณีสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพจากประกันภัยภาคบังคับ คือ 35,000 บาทต่อคน ซึ่งเป็นไปได้เมื่อเข้าข่ายในกรณีใดก็ตามดังนี้
แต่ถ้าหากเป็นกรณีเสียชีวิต ทายาทโดยชอบธรรมจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 30,000 บาทต่อคน ส่วนกรณีที่เป็นการเสียชีวิตหลังจากรักษาพยาบาล จะได้รับค่าเสียหายที่เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าปลงศพรวมกันไม่เกิน 35,000 บาทต่อคน รวมแล้วไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน
ค่าสินไหมทดแทนของประกันภัยภาคบังคับ คือ ค่าเสียหายส่วนที่เกินมาจากค่าเสียหายเบื้องต้น ต้องได้รับการพิสูจน์ความผิดให้เรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นผู้ประสบภัยถึงจะได้รับค่าสินไหมทดแทน ซึ่งรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นในรายละเอียดด้านบนแล้วจะต้องไม่เกินกำหนดดังนี้
เงื่อนไขการคุ้มครองจากประกันภัยภาคบังคับ คือ ต้องดูการพิสูจน์ในที่เกิดเหตุว่าใครเป็นฝ่ายถูกและฝ่ายผิด จากนั้นจะมีเงื่อนไขรายละเอียดการคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ตามเนื้อหาในหัวข้อย่อยต่อจากนี้
กรณีที่ประสบอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายถูก จะสามารถเบิกค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาลตามจริงสูงสุด 80,000 บาท, เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสูงสุด 500,000 บาท, สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วนขึ้นไป ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 500,000 บาท, สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 250,000 บาท, สูญเสียนิ้ว ตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 200,000 บาท, ทุพพลภาพถาวร ไม่สามารถประกอบอาชีพประจำได้ ชดเชยสูงสุด 300,000 บาท และรับเงินชดเชยเมื่อรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน วันละ 200 บาท (ไม่เกิน 20 วัน)
กรณีที่ประสบอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิด จะสามารถรับค่าเสียหายเบื้องต้นได้ก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนค่าสินไหมทดแทนจะไม่ได้รับในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด
โทษของการไม่ต้องประกันภัยภาคบังคับ คือ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท, หากมีการขับขี่รถยนต์โดยไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ ซึ่งไม่ได้มีการต่อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับเอาไว้ ปรับไม่เกิน 10,000 บาทเช่นกัน และกรณีที่ไม่มีการต่อประกันภัยภาคบังคับ ถือว่ามีความผิด 2 ข้อ จะโดนปรับไม่เกิน 20,000 บาท
มีประกันรถยนต์ภาคบังคับ ต้องทำประกันภาคสมัครใจด้วยหรือไม่ ตรงนี้เราสามารถเลือกได้เองตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ ซึ่งจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเพื่อป้องกันการเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนน หากมีประกันภัยภาคสมัครใจเข้ามาช่วยเหลือดูแล จะช่วยให้คุณไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายแต่เพียงผู้เดียว เพราะมีการดูแลมาจากทั้งประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และประกันภาคสมัครใจอีกด้วย
ในเบื้องต้นหากใครอยากต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกสบายที่สุด สามารถเข้ามาใช้บริการจาก insurverse ได้เลยทันที ด้วยราคาที่ถูกกว่า คุ้มครองทันทีที่ซื้อ รับกรมธรรม์พร้อมต่อภาษีได้เลย และยังมีบริการแจ้งเตือนก่อนหมดอายุอีกต่างหาก น่าสนใจขนาดนี้อย่าลืมเข้ามาใช้บริการดี ๆ กับ insurverse หรือติดต่อสอบถามการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-842-9899
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง