หลายคนน่าจะเคยอยากยกเลิกประกันภัยรถยนต์ที่ทำอยู่ และอยากเปลี่ยนไปใช้ประกันตัวอื่น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ การยกเลิกประกันรถยนต์ไม่ได้มีข้อแม้อะไรมาก เพราะจะมีการคืนเงินแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อค่าเบี้ยประกันรายปี โดยจะลดหลั่นกันไปตามระยะเวลาการคุ้มครองกรมธรรม์
การยกเลิกประกันภัยรถยนต์ หรือยกเลิกกรมธรรม์รถยนต์ หากเป็นการยกเลิกก่อนวันคุ้มครองโดยที่ยังไม่ได้ออกเอกสารตัวจริง การยกเลิกกรมธรรม์รถยนต์ก็จะสะดวกกว่า แต่หากเอกสารถูกออกมาแล้ว หรือถึงวันคุ้มครองตามกรมธรรม์เกิดขึ้น ก็จะมีเงื่อนที่แตกต่างออกไป ส่วนวิธีในการขอยกเลิกมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน
หากตัดสินใจยกเลิกประกันภัยรถยนต์ก่อนถึงวันคุ้มครอง และยังไม่ได้รับตัวกรมธรรม์จากบริษัทประกันภัย เราสามารถโทรติดต่อบริษัทประกันภัย โบรกเกอร์ประกันภัย หรือตัวแทนขายประกันภัยที่เราเคยทำประกันด้วย พร้อมแจ้งชื่อผู้เอาประกัน ทะเบียนรถยนต์ และสาเหตุการขอยกเลิกประกันภัยรถยนต์กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการขอยกเลิก
แต่ถ้าการขอยกเลิกประกันภัยรถยนต์ มีเอกสารกรมธรรม์ตัวจริงส่งมาแล้ว แต่ยังไม่ถึงวันคุ้มครอง ก็สามารถทำเรื่องขอยกเลิกได้เหมือนกับแบบยังไม่ได้รับกรมธรรม์ และต้องส่งเอกสารกรมธรรม์คืนบริษัทประกันภัย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละประเภท
แต่หากเราตัดสินใจยกเลิกประกันภัยรถยนต์หลังคุ้มครองไปแล้ว ก็สามารถทำเรื่องขอยกเลิกได้ไม่ต่างกับสองแบบแรก เพียงแต่จะมีระยะเวลาการรอเงินคืนที่นานกว่าเท่านั้นเอง
อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย คือ การยกเลิกประกันภัยรถยนต์ ได้เงินคืนเท่าไหร่ ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของบริษัทประกันแต่ละเจ้า แต่โดยส่วนมากจะมีการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อค่าเบี้ยประกันรายปี ซึ่งจะยิ่งลดน้อยลงตามจำนวนวันที่ประกันภัยคุ้มครองไปแล้ว
โดยส่วนมาก การขอเงินคืนจากการยกเลิกประกันภัยรถยนต์จะกินระยะเวลาไม่เกิน 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนดำเนินการของบริษัทประกันภัยแต่ละเจ้า
หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ทำประกันรถยนต์ไปแล้วไม่สามารถยกเลิกได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงแน่นอน ประกันภัยทุกประเภทสามารถขอยกเลิกได้ เพียงแต่จะมีขั้นตอนในการขอเงินคืนตามเงื่อนไขที่ไม่มีเหมือนกันตามแต่ละกรมธรรม์เท่านั้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง แตกต่างจากประกันชั้น 3+ อย่างไรหาคำตอบได้ในบทความนี้ พร้อมแนะนำประกันชั้น 3 เบี้ยถูก รถอายุ 30 ปี ก็ซื้อประกันออนไลน์ได้