รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้! ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกประกันทั้งที อย่าดูแค่เบี้ย หลายคนลังเลระหว่างประกัน 2+ และ 3+ ว่าจะเลือกอะไร? เลือกแบบไหนให้ใช้ความคุ้มครองได้คุ้มค่ากับเรามากที่สุด บทความนี้มีคำตอบ
Key Takeaway
การเลือกประกันควรดู พฤติกรรมการใช้รถ สถานที่จอดรถ และงบประมาณค่าเบี้ย เพื่อให้ได้แผนที่เหมาะกับการใช้งานจริงที่สุด
ประกันรถยนต์ 2+ คือประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครอง กรณีรถชนกับรถยนต์คันอื่น คล้ายกับประกัน 3+ แต่จะเพิ่มความคุ้มครองในกรณี รถหายและไฟไหม้ เข้ามาด้วย คุ้มครอง ความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกายของบุคคลภายนอก รวมถึงอุบัติเหตุของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองมากกว่า 3+ แต่ยังอยากจ่ายเบี้ยประกันไม่สูงเท่าประกันชั้น 1
ประกันรถยนต์ 3+ คือประกันรถยนต์ที่คุ้มครอง กรณีรถชนกับรถยนต์คันอื่นเท่านั้น โดยบริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่าซ่อมรถของผู้เอาประกันและรถคู่กรณีตามเงื่อนไขที่กำหนด คุ้มครอง ความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกายของบุคคลภายนอก รวมถึงอุบัติเหตุของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐานในเบี้ยประกันที่ประหยัดกว่าแผนอื่น ๆ
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร ความต่างหลักของประกันรถยนต์ ชั้น 2+ และ 3+ คือเรื่องความคุ้มครองเพิ่มเติม โดยประกัน 2+ จะคุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้เพิ่มเข้ามา ในขณะที่ประกัน 3+ จะคุ้มครองเฉพาะกรณีรถชนกับรถยนต์เท่านั้น หากต้องการความคุ้มครองมากขึ้นสามารถเลือก 2+ ได้ แต่ถ้าเน้นค่าเบี้ยประกันที่ประหยัดกว่า ประกัน 3+ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป
เหมาะกับคนที่ ต้องจอดรถกลางแจ้ง จอดคอนโด หรือจอดตามที่สาธารณะบ่อย ๆ และกังวลเรื่องรถหายหรือไฟไหม้ การเลือกประกัน 2+ คือการเพิ่มความอุ่นใจมากกว่าประกันรถยนต์ 3+
เหมาะกับคนที่ ใช้รถทุกวัน แต่ต้องการควบคุมค่าเบี้ยประกัน เช่น รถที่มีอายุหลายปี หรือรถที่ไม่ได้ต้องการความคุ้มครองเต็มรูปแบบแบบประกันชั้น 1
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร ความต่างที่ชัดที่สุดคือ ประกัน 2+ คุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ ในขณะที่ประกัน 3+ จะคุ้มครองเฉพาะกรณี รถชนกับรถยนต์เท่านั้น จึงทำให้ค่าเบี้ยของ 3+ มักถูกกว่า
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประเภทประกันรถยนต์แต่ละแบบ “ตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน” ถ้าเลือกถูก คุณจะได้ความคุ้มครองที่พอดีกับความเสี่ยง แต่ถ้าเลือกผิด อาจจ่ายแพงเกินหรือคุ้มครองไม่พอ บทความนี้จะช่วยเช็คประกันรถยนต์ให้คุณเข้าใจภาพรวม และเลือกได้อย่างมีเหตุผล
หลายคนทำประกันรถ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า “ทุนประกันรถยนต์” ที่เลือกไป ส่งผลกับทั้งค่าเบี้ยและเงินที่ได้ตอนเคลม บางคนเลือกสูงไปโดยไม่จำเป็น บางคนเลือกต่ำไปจนขาดความคุ้มครอง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทุนประกันแบบใช้งานจริง และเลือกซื้อประกันได้ไม่พลาด
หลายคนใช้รถทุกวัน แต่ไม่เคยเช็กเลยว่า “ประกันรถหมดเมื่อไหร่” รู้ตัวอีกที… ประกันรถยนต์ขาดไปแล้ว ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณอาจต้องจ่ายทุกอย่างเองแบบเต็ม ๆ บทความนี้จะพาไปดูว่า “ประกันขาด” ส่งผลอะไรกับคุณบ้าง มากกว่าที่คิด