vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
eSIM คือ

eSIM คืออะไร? เปลี่ยนการใช้ซิมแบบเดิม ให้สะดวกขึ้นอีกขั้น กับ eSIM จาก Vacay

schedule
share

ยุคนี้การใช้งานมือถือไม่ได้หยุดแค่ “โทรหรือเล่นเน็ต” แต่ต้องเร็ว ยืดหยุ่น และพร้อมใช้งานทันที

eSIM คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีใช้ซิมแบบเดิม ให้สะดวกขึ้นแบบที่หลายคนไม่เคยคิดว่าจะจำเป็น จนได้ลองใช้ eSIM จาก Vacay

Key Takeaway 

  • eSIM คือซิมดิจิทัลที่ใช้งานได้เหมือนซิมปกติ แต่สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องใส่ซิมจริง
  • จุดเด่นคือ “เปิดใช้งานทันที + สลับเครือข่ายง่าย + เหมาะกับคนเดินทาง
  • Vacay ช่วยให้การใช้ eSIM ง่ายขึ้น ด้วยแพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อทริปจริงและใช้งานได้ทันที
  • ถ้าเน้นความสะดวก ความเร็ว และไม่อยากยุ่งกับซิมแบบเดิม eSIM คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในตอนนี้

eSIM คืออะไร?

eSIM คือ ซิมการ์ดรูปแบบดิจิทัลที่ถูกฝังอยู่ในตัวเครื่อง (Embedded SIM) มือถือหรืออุปกรณ์ตั้งแต่โรงงาน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องใส่ซิมการ์ดแบบแผ่นอีกต่อไป แต่สามารถสแกน QR Code หรือดาวน์โหลดโปรไฟล์จากผู้ให้บริการ เพื่อเปิดใช้งานเครือข่ายได้ทันที ข้อสำคัญคือ eSIM ทำหน้าที่เหมือนซิมปกติทุกอย่าง ทั้งโทร เล่นเน็ต หรือรับส่งข้อความ

6 ข้อดีของ eSIM ที่เหนือกว่าซิมการ์ดแบบเดิม

eSIM ไม่ได้แค่ใหม่ แต่แก้ Pain ของการใช้ซิมแบบเดิมได้หลายจุด โดยเฉพาะเรื่องความสะดวกและความยืดหยุ่น

  • ไม่ต้องใส่ซิมการ์ด ไม่ต้องเปิดถาดซิม หรือพกซิมหลายอันให้ยุ่งยาก
  • เปิดใช้งานได้ทันที แค่สแกน QR Code ก็ใช้งานได้ ไม่ต้องรอซิมส่งถึง
  • สลับเครือข่ายได้ง่าย เหมาะกับคนที่ใช้หลายเบอร์ หรือเดินทางต่างประเทศ
  • ลดความเสี่ยงซิมหายหรือเสียหาย เพราะไม่มีซิมจริงให้หล่นหายหรือพัง
  • รองรับการใช้งานหลายโปรไฟล์ในเครื่องเดียว เช่น ใช้เบอร์ส่วนตัว + เบอร์งาน ในมือถือเครื่องเดียว
  • เหมาะกับสายเดินทาง สามารถซื้อแพ็กเกจเน็ตต่างประเทศแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเปลี่ยนซิมไปมา

ซื้อ eSIM จาก Vacay ดีกว่าที่อื่นยังไง

eSIM vacay

ถ้าพูดถึง eSIM สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “มีหรือไม่มี” แต่คือประสบการณ์ใช้งานตั้งแต่ซื้อจนถึงใช้งานจริง Vacay ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนเดินทางที่ต้องการความเร็ว ง่าย และไม่สะดุดระหว่างทริป

  • ซื้อออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง พร้อมใช้งานได้ทันที รับ QR Code หรือกดปุ่มติดตั้ง eSIM เท่านี้ก็เปิดใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอซิมหรือขั้นตอนยุ่งยาก
  • แพ็กเกจออกแบบมาเพื่อการเดินทางจริง ครอบคลุมประเทศยอดนิยม  ปลายทางทั่วโลกรวม 200 ปลายทาง และเลือกแพ็กได้ตามระยะเวลาทริป 
  • ตั้งค่าไม่ซับซ้อน มือใหม่ก็ใช้งานได้ มีขั้นตอนชัดเจน ลดปัญหาติดตั้งไม่เป็นหรือใช้งานไม่ขึ้น
  • ไม่ต้องเปลี่ยนซิมไปมา ใช้ควบคู่กับเบอร์หลักได้ ทำให้ไม่พลาดการติดต่อสำคัญ
  • มีทีมซัพพอร์ตเมื่อมีปัญหา ลดความเสี่ยงเวลาใช้งานต่างประเทศที่แก้ปัญหาเองยาก เพราะ Vacay มีแอดมินคนไทยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
  • ทุกแพ็กเกจการันตีการใช้งาน Social Application ยอดนิยม ได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึง TikTok ใช้งานได้ 100% ไม่มีข้อจำกัด
  • ไม่ต้องลงทะเบียนให้ยุ่งยาก  ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องรอซิมมาส่ง หรือถอดสลับซิม
  • ฟรี! ประกันเดินทาง Insurverse คุ้มครองสูงสุด 1,500,000 บาท
  •  แพ็กเกจหลากหลาย เลือกได้ตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Unlimited / เลือกจำนวน GB และเน็ตรายวัน

eSIM เหมาะกับใคร?

eSIM คืออะไรที่เหมาะมาก สำหรับคนที่…

  • สายเที่ยวต่างประเทศ ไม่ต้องหาซื้อซิมปลายทาง เปิดใช้งานได้ตั้งแต่เครื่องลง มีความจำเป็นพอ ๆ กับ ประกันเดินทางต่างประเทศหรือสนใจเช็คเบี้ยประกันเดินทางต่างประเทศจาก insurverse
  • ต้องใช้หลายเบอร์ในเครื่องเดียว เช่น แยกเบอร์งานกับเบอร์ส่วนตัว โดยไม่ต้องพกหลายเครื่อง
  • ต้องการความรวดเร็ว ไม่อยากยุ่งกับซิมจริง ไม่ต้องแกะ ไม่ต้องใส่ แค่สแกนก็จบ
  • เปลี่ยนแพ็กเกจหรือเครือข่ายบ่อย สามารถสลับโปรไฟล์ได้ง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนซิมทุกครั้ง
  • สายดิจิทัลที่อยากลดของที่ต้องพก ไม่มีซิมให้หาย ไม่มีอุปกรณ์จุกจิกเพิ่ม

eSIM Vacay แตกต่างจากซิมแบบปกติยังไง?

เปรียบเทียบeSIM Vacayซิมการ์ดแบบปกติ
รูปแบบดิจิทัล (ฝังในเครื่อง)ซิมการ์ดแบบแผ่น
การติดตั้งสแกน QR Codeใส่ซิมลงเครื่อง
ระยะเวลาการสั่งซื้อใช้งานได้ทันทีต้องรอรับซิม
การสลับเครือข่ายเปลี่ยนผ่านระบบได้ต้องเปลี่ยนซิม
ความเสี่ยงสูญหายไม่มี (ไม่มีซิมจริง)มีโอกาสหาย/พัง
การใช้งานหลายเบอร์ทำได้ในเครื่องเดียวจำกัดตามช่องใส่ซิม
ความสะดวกเวลาเดินทางสูงมากต้องเปลี่ยนซิม
ขั้นตอนการสั่งซื้อไม่ต้องลงทะเบียนใช้เอกสารลงทะเบียน
รูปแบบแพ็กเกจแพ็กเกจหลากหลายแพ็กเกจจำกัด
ข้อมูลสินค้าให้ข้อมูลครบถ้วนให้ข้อมูลจำกัด

การตั้งค่าเมื่อเปลี่ยนไปใช้ e-sim ใน Andriod

eSIM ใช้ยังไง การตั้งค่า eSIM บน Android ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่กี่นาที หากมี QR Code พร้อมก็เริ่มได้เลย

  1. เข้าไปที่ “การตั้งค่า (Settings)” → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network & Internet) จากนั้นเลือกเมนู “ซิมการ์ด (SIMs)” หรือ “Mobile Network” (ชื่อเมนูอาจแตกต่างตามรุ่น)
  2. เลือก “เพิ่ม eSIM” หรือ “ดาวน์โหลดซิม” ระบบจะให้เลือกเพิ่มเครือข่ายใหม่แบบดิจิทัล
  3. สแกน QR Code ที่ได้รับจากผู้ให้บริการ ใช้กล้องสแกนเพื่อดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ลงเครื่อง หรือกดปุ่มติดตั้ง eSIM ได้ทันที
  4. ยืนยันการใช้งาน และตั้งค่าเบอร์หลัก/อินเทอร์เน็ต  เลือกว่าจะใช้ eSIM สำหรับโทรหรือใช้อินเทอร์เน็ต จากนั้นเปิดใช้งานได้ทันที

การตั้งค่าเมื่อเปลี่ยนไปใช้ e-sim ใน IOS

วิธีทํา eSIMสำหรับ iPhone ขั้นตอนจะค่อนข้างตรงไปตรงมา และรองรับ eSIM ได้ค่อนข้างเสถียรในหลายรุ่นโมเดล เปิด eSIM ได้ลื่นไหล

  1. เข้าไปที่ “การตั้งค่า (Settings)” → เซลลูลาร์ (Cellular) จากนั้นเลือก “เพิ่ม eSIM” หรือ “Add eSIM”
  2. เลือก “ใช้ QR Code” ระบบจะเปิดกล้องเพื่อสแกนข้อมูลจากผู้ให้บริการ
  3. สแกน QR Code เพื่อเพิ่มแพ็กเกจ เมื่อสแกนเสร็จ ระบบจะดาวน์โหลด eSIM เข้ามาในเครื่อง หรือกดปุ่มติดตั้ง eSIM ได้ทันที
  4. ตั้งค่าการใช้งาน (เลือกเบอร์หลัก/อินเทอร์เน็ต) สามารถกำหนดได้ว่า eSIM ใช้สำหรับดาต้าหรือโทร และสลับใช้งานได้ตามต้องการ 

วิธีตรวจสอบว่ามือถือรองรับ eSIM มั้ย

โดยการตรวจสอบ ว่าโทรศัพท์ที่เราใช้นั้น รองรับ eSIM หรือไม่ จะมีวิธีการเช็คด้วยกันหลัก ๆ 3 วิธี ดังนี้

1. กดเบอร์ *#06# และกดโทรออก จะมี pop-up serial number แสดงขึ้นมา แสดงว่าของหัวข้อ EID (เลขของชิป  eSIM ที่ฝังบนเครื่องเลขยาว32 หลัก) มั้ย ถ้ามีแสดงว่าสามารถใช้ EID ได้
2. สำหรับบน iPhone ไปที่การตั้งค่า (Settings) -> ข้อมูลมือถือ (Cellular) -> ดูว่ามีเมนู เพิ่ม eSIM มั้ย (ถ้ามีแสดงว่ารองรับ eSIM)
3. สำหรับบน Android ไปที่การตั้งค่า (Settings) -> ค้นหา เมนูเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network & Internet) หรือในบางยี่ห้อจะเป็น การเชื่อมต่อ (Connections) -> เลือก ซิมการ์ด (SIMs) -> ดูว่ามีเมนู เพิ่มโปรไฟล์ eSIM (Add eSIM) หรือ เพิ่มเครือข่ายมือถือ (Add Mobile Network) มั้ย (ถ้ามีแสดงว่ารองรับ eSIM)

eSIM  ที่แนะนำสำหร้บสายเดินทางตัวจริงต้อง Vacay

ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวต่างประเทศที่ต้องการ “ความพร้อมตั้งแต่เครื่องลง” Vacay คือ eSIM ที่ตอบโจทย์มากที่สุดเพราะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่มีเน็ตใช้ แต่ต้องเปิดแล้วใช้ได้เลยทันที เหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลาเปลี่ยนซิม หาซื้อซิมปลายทาง หรือกังวลเรื่องเน็ตหมดระหว่างทริป  หรืออยากให้ทุกการเดินทางลื่นไหลแบบไม่สะดุด

จุดเด่นของ Vacay ที่ทำให้ต่างจากซิมทั่วไป

  • เปิดใช้งานได้ทันทีผ่าน QR Code ไม่ต้องรอซิม
  • ครอบคลุมกว่า 200 ปลายทาง  เลือกแพ็กเกจได้ตามทริป
  • ใช้งาน Social ได้ครบทุกช่องทาง  ไม่มีข้อจำกัด (รวมถึง TikTok)
  • มี Vacay Card สำหรับมือถือที่ไม่รองรับ eSIM ใช้ซ้ำได้ ไม่ต้องซื้อซิมใหม่ทุกทริป
  • เลือกแพ็กเกจใหม่ได้ตลอดผ่านเว็บ esim.vacay.asia  ใช้งานยืดหยุ่นกว่าแบบเดิม

Vacay คือทางเลือกที่ช่วยให้การเดินทาง “ง่ายขึ้นตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่อง” และพร้อมใช้งานทันทีเมื่อถึงปลายทาง ยิ่งถ้ายังไม่เคยลองใช้ eSIM ตอนนี้มีโปรสำหรับลูกค้าใหม่ เพียงซื้อผ่าน esim.vacay.asia แล้วใส่โค้ด INSVC50 รับส่วนลด 50 บาท เมื่อครบ 199 บาทขึ้นไป ใช้ได้ทุกแพ็กเกจ ถึง 31 ธันวาคม 2569 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

มือถือสามารถใส่ eSIM ได้กี่เบอร์?

ส่วนใหญ่มือถือสามารถ “เก็บ eSIM ได้หลายโปรไฟล์” แต่จะเปิดใช้งานพร้อมกันได้จำกัด เช่น iPhone รุ่นใหม่มักใช้งานได้ 2 ซิม (eSIM + eSIM หรือ eSIM + SIM) ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง

ซิมการ์ด eSIM สามารถใช้งานได้เหมือนซิมการ์ดปกติรึเปล่า?

eSIM คือใช้งานได้เหมือนกันทั้งหมด ทั้งโทร อินเทอร์เน็ต และ SMS ความต่างมีแค่รูปแบบที่เป็นดิจิทัล ไม่ใช่ซิมการ์ดจริง

eSIM สามารถใช้งานที่ต่างประเทศได้ไหม?

ใช้งานได้ แต่ต้องใช้แพ็กเกจที่รองรับต่างประเทศ (เช่น eSIM สำหรับ Travel) ไม่ใช่ทุก eSIM จะใช้โรมมิ่งอัตโนมัติ

มีวิธีเช็คเบอร์ที่มีอยู่ในเครื่องได้อย่างไรบ้าง?

อีซิมสามารถดูได้ในเมนูตั้งค่า เช่น iPhone ไปที่ “Cellular” หรือ Android ไปที่ “SIM / Network” ซึ่งจะแสดงเบอร์และโปรไฟล์ที่ติดตั้งอยู่ แต่บางกรณี eSIM สำหรับเน็ตอาจไม่แสดงเป็น “เบอร์โทร”

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)