เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนทางหลวงใกล้แยกลือชัย ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อโม่ปูน สีขาว เกิดเสียหลักพุ่งชนเข้ากับกำแพงบ้านเรือนประชาชนริมถนนอย่างจัง จนหน้ารถยุบอัดติดกับแนวกำแพงอิฐพังทลาย ส่งผลให้คนขับรถบรรทุกเพศชาย วัย 40 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุและร่างติดค้างภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าเปิดซากห้องโดยสารเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ โรงพยาบาลลืออำนาจ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ขับขี่อาจเกิดอาการวูบหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่
สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องประสบเคราะห์ร้าย รั้วบ้านหรือกำแพงพังเสียหาย คำถามแรกคือ “จะเรียกค่าเสียหายจากใคร และประกันอะไรจ่าย?” ในกรณีนี้ ตามกฎหมายแพ่ง ผู้ขับขี่ถือเป็นผู้กระทำละเมิด หากผู้ขับขี่เสียชีวิต ความรับผิดจะตกแก่ “นายจ้างหรือเจ้าของรถบรรทุก” หากเป็นการขับรถในทางการที่จ้าง นอกจากนี้ หากรถบรรทุกคันดังกล่าวมีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ บริษัทประกันภัยของผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์
1. ความรับผิดฐานละเมิด (ม.420): ผู้ขับขี่กระทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
2. ความรับผิดของนายจ้าง (ม.425): นายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง ดังนั้น หากคนขับรถโม่ปูนขับรถส่งปูนของบริษัท นายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบค่าซ่อมแซมกำแพงบ้านทั้งหมด
3. การคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ: สำหรับผู้ขับขี่ที่เสียชีวิต หากเป็นฝ่ายประมาท ทายาทจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าปลงศพตามวงเงิน พ.ร.บ.
1. เรียกร้องจากประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจของรถคู่กรณี: ตรวจสอบว่ารถโม่ปูนมีประกันภัยชั้น 1, ชั้น 2+ หรือชั้น 3 หรือไม่ ซึ่งจะมีหมวด “ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก” บริษัทประกันภัยคู่กรณีจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินราคาค่าซ่อมกำแพงและชดใช้ค่าเสียหายให้ตามจริง
2. เคลมจาก “ประกันบ้านและคอนโด” ของเจ้าของบ้าน: หากเจ้าของบ้านมีประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย กรมธรรม์มาตรฐานจะมีความคุ้มครอง “ภัยจากยวดยานพาหนะ” (ไม่รวมยานพาหนะของตนเอง) เจ้าของบ้านสามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยของตนเองเพื่อให้เข้ามาซ่อมแซมกำแพงได้ทันที โดยบริษัทประกันบ้านจะไปไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากคู่กรณีภายหลัง
1. ตรวจสอบความปลอดภัยคนในบ้าน: รีบตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณกำแพงหรือจุดที่เสาไฟได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟดูด
2. ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอ: บันทึกสภาพความเสียหายของกำแพง รั้ว ทรัพย์สิน ป้ายทะเบียนรถคู่กรณี และสภาพแวดล้อมโดยละเอียด
3. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน: ไปลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจท้องที่ เพื่อเป็นหลักฐานเอกสารราชการในการยื่นเคลมประกัน
4. ติดต่อตัวแทนประกันภัย: ติดต่อบริษัทประกันภัยรถคู่กรณีและประกันภัยบ้านของตนเองเพื่อเปิดเคลมและประเมินราคาซ่อมแซม
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ แม้กระทั่งตอนที่เรานั่งอยู่ในบ้าน การมี “ประกันบ้านและคอนโด“ ติดบ้านไว้ ถือเป็นเกราะคุ้มครองที่ช่วยให้เจ้าของบ้านไม่ต้องควักเงินเก็บมาซ่อมแซมบ้านด้วยตนเอง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เจาะลึกนาทีพบจุดรั่วใต้ดินพระราม 3 ท่อส่งน้ำมันเก่าแก่อายุกว่า 30 ปี หลังจากมีประชาชนและผู้ใช้เส้นทางถนนพระราม 3 ร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงคละคลุ้งมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ทีมเทคนิคและวิศวกรได้ดำเนินการขุดเปิดชั้นดินบริเวณใต้ตอม่อทางยกระดับถนนพระราม 3 จนกระทั่งพบความผิดปกติที่ท่อส่งน้ำมันใต้ดิน โดยพบว่าบริเวณปลอกหุ้มท่อช่วงรอยต่อมีลักษณะบวมพองและมีคราบน้ำมันซึมออกมา ซึ่งท่อส่งน้ำมันเส้นดังกล่าวมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ ทางกระทรวงพลังงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและกำชับให้บริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบระบบท่อ คือ BPT และ BFPL เร่งดำเนินการปิดรอยรั่ว ซ่อมแซมระบบ และเตรียมนำอุปกรณ์ Pigging Run Test เข้าตรวจสแกนความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของท่อตลอดแนวความยาว 32 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดรั่วไหลซ้ำซ้อนในอนาคต ข้อสงสัยที่คนกรุงกังวล: อันตรายต่อโครงสร้างสะพานและสุขภาพชุมชนแค่ไหน? คำถามสำคัญที่ประชาชนในย่านพระราม 3 และผู้ใช้ทางยกระดับต่างวิตกกังวลคือ การรั่วซึมของน้ำมันใต้ดินจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของฐานรากตอม่อสะพานหรือไม่ รวมถึงไอระเหยของน้ำมันจะก่อให้เกิดประกายไฟลุกไหม้หรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงเพียงใด ในเบื้องต้น กรมธุรกิจพลังงานและกรุงเทพมหานครได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดค่าสารระเหยและแรงสั่นสะเทือน พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ ไม่มีการยุบตัวของชั้นดินฐานราก แต่จำเป็นต้องมีมาตรการขุดลอกดินปนเปื้อนและดูดซับสารไฮโดรคาร์บอนออกจากท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างเด็ดขาด ส่องข้อกฎหมายและความรับผิด: เมื่อระบบสาธารณูปโภคสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในทางกฎหมาย การประกอบกิจการท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.… Continue reading ต้นตอท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 ส่องกฎหมายความรับผิด สิทธิเยียวยา และการคุ้มครองชุมชน
นาทีเพลิงโหมลุกไหม้บ้านพัก รพ.ปากช่องนานา ระดมรถดับเพลิงสกัดกลางดึก เมื่อเวลา 23.25 น. ของคืนวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่โรงพยาบาลปากช่องนานา ริมถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง ในจุดเกิดเหตุพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารบ้านพักอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนกของบุคลากรและชาวบ้านใกล้เคียง รถดับเพลิงเทศบาลเมืองปากช่องและอาสาสมัครกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานได้ระดมรถน้ำเข้าฉีดสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลากว่า 25 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและดับลงได้สนิท ประเมินความเสียหายและกระทบต่ออาคารรักษาพยาบาลหรือไม่? จากการตรวจสอบเบื้องต้น อาคารบ้านพักได้รับความเสียหายบางส่วน แต่จุดเกิดเหตุตั้งอยู่แยกออกจากอาคารผู้ป่วยหลัก ทำให้การให้บริการทางการแพทย์ การรักษาพยาบาล และผู้ป่วยในหอผู้ป่วยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และไม่มีบุคลากรหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ข้อกฎหมายอาคารและการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงว่าด้วยระบบป้องกันอัคคีภัย อาคารในสถานพยาบาลและที่พักอาศัยของรัฐต้องมีการจัดวางระบบสัญญาณเตือนภัย อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร และแผนเผชิญเหตุกรณีฉุกเฉิน ซึ่งการเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้สะท้อนถึงการซักซ้อมแผนความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ สิทธิเยียวยาและการชดเชยความเสียหายของทรัพย์สินเจ้าหน้าที่และทางราชการ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินราชการและสิ่งของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ มีแนวทางเยียวยาดังนี้: 1. งบประมาณซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารจากกระทรวงสาธารณสุข 2. เงินสวัสดิการช่วยเหลือข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ผู้ประสบภัยตามระเบียบสวัสดิการโรงพยาบาล 3. การเคลมประกันภัยสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินตามสัญญาประกันอัคคีภัยของหน่วยงาน ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในสถานพยาบาลและการเตรียมความพร้อมป้องกันเหตุ 1. ตรวจเช็กระบบตัดกระแสไฟฟ้าและเบรกเกอร์อัตโนมัติเป็นประจำทุกเดือน 2.… Continue reading ไฟไหม้ รพ.ปากช่องนานา ระทึกกลางดึกบ้านพักเจ้าหน้าที่คุมเพลิงทันไร้เจ็บ
นาทีอาลัย นายพนอ พระพิมล หัวหน้าชุดอาสาฯ พลีชีพขณะผลักดันช้างป่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งสำคัญในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ภายหลังนายพนอ พระพิมล อายุ 58 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ท่ากระดาน และหัวหน้าชุดอาสาสมัครชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตในขณะนำทีมเข้าผลักดันช้างป่าที่ออกนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน บริเวณบ้านหนองกระทิง หมู่ 20 เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในชุมชน เปิดเบื้องหลังภารกิจเสี่ยงภัย ทำไมช้างป่าบุกประชิดชุมชนท่ากระดาน? ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก นับเป็นวิกฤตที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช้างป่ามักออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมและประชิดชุมชน กลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าจึงถือเป็นด่านหน้าที่มีบทบาทสำคัญในการลาดตระเวนและแจ้งเตือนภัย ทว่าภารกิจดังกล่าวต้องเผชิญกับพฤติกรรมสัตว์ป่าที่คาดเดาได้ยากและมีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงตลอด 24 ชั่วโมง ส่องระเบียบกฎหมาย: สิทธิประโยชน์และกองทุนเยียวยาผู้ประสบภัยจากสัตว์ป่า ในมิติทางกฎหมาย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่าป่ารอยต่อ โดยอาศัยระเบียบเงินรายได้เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. 2565 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเป็นกรณีพิเศษสูงสุดถึง 1,000,000 บาท… Continue reading เยียวยา 1 ล้านอาสาช้างป่า สดุดีหัวหน้าชุดท่ากระดานเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่