เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอัตราดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยบ้าน ดอกเบี้ยรถ หรือแม้แต่ดอกเบี้ยสินเชื่อ ต่างมีการปรับขึ้นลงอยู่เสมอ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือก่อนตัดสินใจกู้สินเชื่อจึงจำเป็นต้องเช็กดอกเบี้ยให้ดี และสำหรับใครที่กำลังวางแผนรีไฟแนนซ์รถ ลองมาเช็กกันว่าธนาคารต่าง ๆ คิดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์รถ ปี 2568 เท่าไหร่บ้าง ธนาคารไหนจะมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในปีนี้ พร้อมแนะนำวิธีรีไฟแนนซ์รถสำหรับคนที่สนใจโดยเฉพาะ
ก่อนจะไปดูดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์รถของแต่ละธนาคารอยากให้ลองมาทำความรู้จักกันก่อนว่าการรีไฟแนนซ์รถนั้นคืออะไร โดยการรีไฟแนนซ์รถคือการขอสินเชื่อก้อนใหม่เพื่อนำมาปิดยอดหนี้รถปัจจุบัน เพื่อให้ได้เงื่อนไขการผ่อนรถที่ดีขึ้น เช่น ขยายเวลาผ่อนชำระ ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ท่านเจ้าของรถสามารถบริหารจัดการการเงินได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถรีไฟแนนซ์ได้ทั้งกับสถาบันการเงินเดิมหรือเปลี่ยนสถาบันการเงินใหม่ก็ได้เช่นกัน แต่วิธียอดนิยมคือการรีไฟแนนซ์รถกับสถาบันการเงินใหม่ เนื่องจากมักได้ข้อเสนอที่โดนใจกว่า
ใครอยากรีไฟแนนซ์รถลองมาดูดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์รถกันว่าธนาคารไหนมอบอัตราดอกเบี้ยที่โดนใจ
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 2.75 – 5.60% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 5.21 – 10.00% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.18 – 8.17% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6.04 – 15.00% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 2.80 – 8.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 5.73 – 15.81% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 5.87% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 10% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 3.19% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 10% ต่อปี
(อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของสถาบันการเงิน)
จะเห็นว่าในปี 2568 แต่ละธนาคารต่างนำเสนอดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์รถที่น่าสนใจ เพื่อให้คนมีรถแบกรับภาระดอกเบี้ยที่ถูกลงด้วยการรีไฟแนนซ์ นอกจากการวางแผนรีไฟแนนซ์รถจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยแล้ว การ ซื้อประกันรถยนต์ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการวางแผนประหยัดเงินในกระเป๋า เพราะหากอนาคตเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างน้อยก็มีประกันทำหน้าที่คุ้มครองค่าใช้จ่าย เลือกได้ตามความเหมาะสมตั้งแต่ประกันชั้น 3 ประกันชั้น 3+ ไปจนถึงประกันชั้น 1 ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้นไหน อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจทุกครั้งที่ขับขี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เหตุระทึกแยกลือชัย รถโม่ปูนเสียหลักอัดกำแพงบ้านพังยับเยิน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนทางหลวงใกล้แยกลือชัย ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อโม่ปูน สีขาว เกิดเสียหลักพุ่งชนเข้ากับกำแพงบ้านเรือนประชาชนริมถนนอย่างจัง จนหน้ารถยุบอัดติดกับแนวกำแพงอิฐพังทลาย ส่งผลให้คนขับรถบรรทุกเพศชาย วัย 40 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุและร่างติดค้างภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าเปิดซากห้องโดยสารเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ โรงพยาบาลลืออำนาจ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ขับขี่อาจเกิดอาการวูบหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้: รถชนบ้าน ใครต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซม? สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องประสบเคราะห์ร้าย รั้วบ้านหรือกำแพงพังเสียหาย คำถามแรกคือ “จะเรียกค่าเสียหายจากใคร และประกันอะไรจ่าย?” ในกรณีนี้ ตามกฎหมายแพ่ง ผู้ขับขี่ถือเป็นผู้กระทำละเมิด หากผู้ขับขี่เสียชีวิต ความรับผิดจะตกแก่ “นายจ้างหรือเจ้าของรถบรรทุก” หากเป็นการขับรถในทางการที่จ้าง นอกจากนี้ หากรถบรรทุกคันดังกล่าวมีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ บริษัทประกันภัยของผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์ ข้อกฎหมายความรับผิด: ความรับผิดของผู้ขับขี่และนายจ้างตาม ป.พ.พ. 1. ความรับผิดฐานละเมิด (ม.420): ผู้ขับขี่กระทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 2. ความรับผิดของนายจ้าง (ม.425): นายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง… Continue reading รถโม่ปูนพุ่งชนกำแพงบ้าน อ.ลืออำนาจ คนขับดับ เช็กสิทธิชดใช้ทรัพย์สินและประกันบ้าน
เจาะลึกนาทีพบจุดรั่วใต้ดินพระราม 3 ท่อส่งน้ำมันเก่าแก่อายุกว่า 30 ปี หลังจากมีประชาชนและผู้ใช้เส้นทางถนนพระราม 3 ร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงคละคลุ้งมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ทีมเทคนิคและวิศวกรได้ดำเนินการขุดเปิดชั้นดินบริเวณใต้ตอม่อทางยกระดับถนนพระราม 3 จนกระทั่งพบความผิดปกติที่ท่อส่งน้ำมันใต้ดิน โดยพบว่าบริเวณปลอกหุ้มท่อช่วงรอยต่อมีลักษณะบวมพองและมีคราบน้ำมันซึมออกมา ซึ่งท่อส่งน้ำมันเส้นดังกล่าวมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ ทางกระทรวงพลังงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและกำชับให้บริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบระบบท่อ คือ BPT และ BFPL เร่งดำเนินการปิดรอยรั่ว ซ่อมแซมระบบ และเตรียมนำอุปกรณ์ Pigging Run Test เข้าตรวจสแกนความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของท่อตลอดแนวความยาว 32 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดรั่วไหลซ้ำซ้อนในอนาคต ข้อสงสัยที่คนกรุงกังวล: อันตรายต่อโครงสร้างสะพานและสุขภาพชุมชนแค่ไหน? คำถามสำคัญที่ประชาชนในย่านพระราม 3 และผู้ใช้ทางยกระดับต่างวิตกกังวลคือ การรั่วซึมของน้ำมันใต้ดินจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของฐานรากตอม่อสะพานหรือไม่ รวมถึงไอระเหยของน้ำมันจะก่อให้เกิดประกายไฟลุกไหม้หรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงเพียงใด ในเบื้องต้น กรมธุรกิจพลังงานและกรุงเทพมหานครได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดค่าสารระเหยและแรงสั่นสะเทือน พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ ไม่มีการยุบตัวของชั้นดินฐานราก แต่จำเป็นต้องมีมาตรการขุดลอกดินปนเปื้อนและดูดซับสารไฮโดรคาร์บอนออกจากท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างเด็ดขาด ส่องข้อกฎหมายและความรับผิด: เมื่อระบบสาธารณูปโภคสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในทางกฎหมาย การประกอบกิจการท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.… Continue reading ต้นตอท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 ส่องกฎหมายความรับผิด สิทธิเยียวยา และการคุ้มครองชุมชน
นาทีเพลิงโหมลุกไหม้บ้านพัก รพ.ปากช่องนานา ระดมรถดับเพลิงสกัดกลางดึก เมื่อเวลา 23.25 น. ของคืนวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่โรงพยาบาลปากช่องนานา ริมถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง ในจุดเกิดเหตุพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารบ้านพักอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนกของบุคลากรและชาวบ้านใกล้เคียง รถดับเพลิงเทศบาลเมืองปากช่องและอาสาสมัครกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานได้ระดมรถน้ำเข้าฉีดสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลากว่า 25 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและดับลงได้สนิท ประเมินความเสียหายและกระทบต่ออาคารรักษาพยาบาลหรือไม่? จากการตรวจสอบเบื้องต้น อาคารบ้านพักได้รับความเสียหายบางส่วน แต่จุดเกิดเหตุตั้งอยู่แยกออกจากอาคารผู้ป่วยหลัก ทำให้การให้บริการทางการแพทย์ การรักษาพยาบาล และผู้ป่วยในหอผู้ป่วยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และไม่มีบุคลากรหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ข้อกฎหมายอาคารและการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงว่าด้วยระบบป้องกันอัคคีภัย อาคารในสถานพยาบาลและที่พักอาศัยของรัฐต้องมีการจัดวางระบบสัญญาณเตือนภัย อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร และแผนเผชิญเหตุกรณีฉุกเฉิน ซึ่งการเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้สะท้อนถึงการซักซ้อมแผนความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ สิทธิเยียวยาและการชดเชยความเสียหายของทรัพย์สินเจ้าหน้าที่และทางราชการ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินราชการและสิ่งของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ มีแนวทางเยียวยาดังนี้: 1. งบประมาณซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารจากกระทรวงสาธารณสุข 2. เงินสวัสดิการช่วยเหลือข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ผู้ประสบภัยตามระเบียบสวัสดิการโรงพยาบาล 3. การเคลมประกันภัยสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินตามสัญญาประกันอัคคีภัยของหน่วยงาน ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในสถานพยาบาลและการเตรียมความพร้อมป้องกันเหตุ 1. ตรวจเช็กระบบตัดกระแสไฟฟ้าและเบรกเกอร์อัตโนมัติเป็นประจำทุกเดือน 2.… Continue reading ไฟไหม้ รพ.ปากช่องนานา ระทึกกลางดึกบ้านพักเจ้าหน้าที่คุมเพลิงทันไร้เจ็บ