เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 กันยายน 2569 คนร้ายสวมเสื้อฮู้ดสีดำและหน้ากากมิดชิด บุกเดี่ยวเข้าไปในร้านทองบางกอกโกลด์ส สาขาปากซอยเทศบาล 1 อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยใช้อาวุธปืนสั้นเล็งข่มขู่พนักงาน จากนั้นปีนเคาน์เตอร์เข้าไปกวาดสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท มูลค่าความเสียหายกว่า 2.2 ล้านบาท ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปซ้อนท้ายวินจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการประชุมด่วนร่วมกับ ผกก.สภ.สามโคก เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมสอบปากคำคนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งให้การว่าเป็นเพียงผู้รับส่งตามปกติโดยไม่ทราบว่าผู้โดยสารเพิ่งก่อเหตุปล้นชิงทองมา ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป
ในทางกฎหมาย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน ชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ประกอบมาตรา 340 ตรี เนื่องจากการใช้อาวุธปืนข่มขู่ ย่อมมีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 300,000 บาท และหากใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จะต้องรับโทษหนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่ง
สำหรับพนักงานหรือประชาชนทั่วไป หากตกเป็นเหยื่อในคดีอาญาจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีสิทธิยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544
1. ติดตั้งประตูล็อกอัตโนมัติ (Interlock System) ที่ต้องสแกนใบหน้าหรือตรวจสอบก่อนเปิดประตู
2. หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือต่อสู้กับคนร้ายที่มีอาวุธ เพื่อรักษาชีวิตและความปลอดภัยของพนักงาน
3. จดจำรูปพรรณสัณฐาน ตำหนิ ท่าทาง ยานพาหนะ และทิศทางการหลบหนีของคนร้ายให้ได้มากที่สุด
4. กดสัญญาณเตือนภัยเงียบเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีที่ทำได้อย่างปลอดภัย
ร้านทองและธุรกิจค้าปลีกที่มีมูลค่าสูง จำเป็นต้องทำ ประกันภัยการโจรกรรม (Burglary Insurance) หรือประกันภัยร้านทองเฉพาะทาง (Jewelers Block Insurance) เพื่อรองรับความเสียหายของสต็อกสินค้าทองคำ ขณะเดียวกัน พนักงานและประชาชนทั่วไปที่อยู่ในจุดเสี่ยง การมี ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรือเงินชดเชยกรณีถูกทำร้ายร่างกายจากภัยอาชญากรรม
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เหตุระทึกแยกลือชัย รถโม่ปูนเสียหลักอัดกำแพงบ้านพังยับเยิน เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนทางหลวงใกล้แยกลือชัย ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อโม่ปูน สีขาว เกิดเสียหลักพุ่งชนเข้ากับกำแพงบ้านเรือนประชาชนริมถนนอย่างจัง จนหน้ารถยุบอัดติดกับแนวกำแพงอิฐพังทลาย ส่งผลให้คนขับรถบรรทุกเพศชาย วัย 40 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุและร่างติดค้างภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญต้องนำอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าเปิดซากห้องโดยสารเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ โรงพยาบาลลืออำนาจ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ขับขี่อาจเกิดอาการวูบหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้: รถชนบ้าน ใครต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซม? สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องประสบเคราะห์ร้าย รั้วบ้านหรือกำแพงพังเสียหาย คำถามแรกคือ “จะเรียกค่าเสียหายจากใคร และประกันอะไรจ่าย?” ในกรณีนี้ ตามกฎหมายแพ่ง ผู้ขับขี่ถือเป็นผู้กระทำละเมิด หากผู้ขับขี่เสียชีวิต ความรับผิดจะตกแก่ “นายจ้างหรือเจ้าของรถบรรทุก” หากเป็นการขับรถในทางการที่จ้าง นอกจากนี้ หากรถบรรทุกคันดังกล่าวมีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ บริษัทประกันภัยของผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์ ข้อกฎหมายความรับผิด: ความรับผิดของผู้ขับขี่และนายจ้างตาม ป.พ.พ. 1. ความรับผิดฐานละเมิด (ม.420): ผู้ขับขี่กระทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 2. ความรับผิดของนายจ้าง (ม.425): นายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง… Continue reading รถโม่ปูนพุ่งชนกำแพงบ้าน อ.ลืออำนาจ คนขับดับ เช็กสิทธิชดใช้ทรัพย์สินและประกันบ้าน
เจาะลึกนาทีพบจุดรั่วใต้ดินพระราม 3 ท่อส่งน้ำมันเก่าแก่อายุกว่า 30 ปี หลังจากมีประชาชนและผู้ใช้เส้นทางถนนพระราม 3 ร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงคละคลุ้งมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ทีมเทคนิคและวิศวกรได้ดำเนินการขุดเปิดชั้นดินบริเวณใต้ตอม่อทางยกระดับถนนพระราม 3 จนกระทั่งพบความผิดปกติที่ท่อส่งน้ำมันใต้ดิน โดยพบว่าบริเวณปลอกหุ้มท่อช่วงรอยต่อมีลักษณะบวมพองและมีคราบน้ำมันซึมออกมา ซึ่งท่อส่งน้ำมันเส้นดังกล่าวมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ ทางกระทรวงพลังงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและกำชับให้บริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบระบบท่อ คือ BPT และ BFPL เร่งดำเนินการปิดรอยรั่ว ซ่อมแซมระบบ และเตรียมนำอุปกรณ์ Pigging Run Test เข้าตรวจสแกนความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของท่อตลอดแนวความยาว 32 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดรั่วไหลซ้ำซ้อนในอนาคต ข้อสงสัยที่คนกรุงกังวล: อันตรายต่อโครงสร้างสะพานและสุขภาพชุมชนแค่ไหน? คำถามสำคัญที่ประชาชนในย่านพระราม 3 และผู้ใช้ทางยกระดับต่างวิตกกังวลคือ การรั่วซึมของน้ำมันใต้ดินจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของฐานรากตอม่อสะพานหรือไม่ รวมถึงไอระเหยของน้ำมันจะก่อให้เกิดประกายไฟลุกไหม้หรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงเพียงใด ในเบื้องต้น กรมธุรกิจพลังงานและกรุงเทพมหานครได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดค่าสารระเหยและแรงสั่นสะเทือน พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ ไม่มีการยุบตัวของชั้นดินฐานราก แต่จำเป็นต้องมีมาตรการขุดลอกดินปนเปื้อนและดูดซับสารไฮโดรคาร์บอนออกจากท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างเด็ดขาด ส่องข้อกฎหมายและความรับผิด: เมื่อระบบสาธารณูปโภคสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในทางกฎหมาย การประกอบกิจการท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.… Continue reading ต้นตอท่อน้ำมันรั่วพระราม 3 ส่องกฎหมายความรับผิด สิทธิเยียวยา และการคุ้มครองชุมชน
นาทีเพลิงโหมลุกไหม้บ้านพัก รพ.ปากช่องนานา ระดมรถดับเพลิงสกัดกลางดึก เมื่อเวลา 23.25 น. ของคืนวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่โรงพยาบาลปากช่องนานา ริมถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง ในจุดเกิดเหตุพบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารบ้านพักอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนกของบุคลากรและชาวบ้านใกล้เคียง รถดับเพลิงเทศบาลเมืองปากช่องและอาสาสมัครกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานได้ระดมรถน้ำเข้าฉีดสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลากว่า 25 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและดับลงได้สนิท ประเมินความเสียหายและกระทบต่ออาคารรักษาพยาบาลหรือไม่? จากการตรวจสอบเบื้องต้น อาคารบ้านพักได้รับความเสียหายบางส่วน แต่จุดเกิดเหตุตั้งอยู่แยกออกจากอาคารผู้ป่วยหลัก ทำให้การให้บริการทางการแพทย์ การรักษาพยาบาล และผู้ป่วยในหอผู้ป่วยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และไม่มีบุคลากรหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ข้อกฎหมายอาคารและการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงว่าด้วยระบบป้องกันอัคคีภัย อาคารในสถานพยาบาลและที่พักอาศัยของรัฐต้องมีการจัดวางระบบสัญญาณเตือนภัย อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร และแผนเผชิญเหตุกรณีฉุกเฉิน ซึ่งการเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้สะท้อนถึงการซักซ้อมแผนความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ สิทธิเยียวยาและการชดเชยความเสียหายของทรัพย์สินเจ้าหน้าที่และทางราชการ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินราชการและสิ่งของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ มีแนวทางเยียวยาดังนี้: 1. งบประมาณซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารจากกระทรวงสาธารณสุข 2. เงินสวัสดิการช่วยเหลือข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ผู้ประสบภัยตามระเบียบสวัสดิการโรงพยาบาล 3. การเคลมประกันภัยสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินตามสัญญาประกันอัคคีภัยของหน่วยงาน ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในสถานพยาบาลและการเตรียมความพร้อมป้องกันเหตุ 1. ตรวจเช็กระบบตัดกระแสไฟฟ้าและเบรกเกอร์อัตโนมัติเป็นประจำทุกเดือน 2.… Continue reading ไฟไหม้ รพ.ปากช่องนานา ระทึกกลางดึกบ้านพักเจ้าหน้าที่คุมเพลิงทันไร้เจ็บ