กลางดึกของวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 22.12 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนอย่างรุนแรงภายในซอยรัชดาภิเษก 7 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จุดเกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัยที่สร้างด้วยวัสดุครึ่งตึกครึ่งไม้ ประกอบกับซอยมีลักษณะคับแคบ ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนบ้านต้นเพลิงวอดวายเสียหายทั้งหลัง และเปลวไฟยังแผ่ความร้อนลุกลามไปยังผนังและหลังคาของบ้านข้างเคียง
เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวางและสุทธิสาร พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและป่อเต็กตึ๊ง ได้ระดมหัวฉีดน้ำเข้าสกัดเพลิงจากหลายทิศทาง ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้อย่างสงบ จากการตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสำลักควันไฟและแผลถูกความร้อนลวก เจ้าหน้าที่กู้ชีพปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตาม มาตรา 420 และ มาตรา 437 หากเพลิงไหม้เกิดจากการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของเจ้าของบ้านต้นเพลิง เช่น การลืมปิดแก๊ส หรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดจนเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เจ้าของบ้านต้นเพลิง อาจเข้าข่ายต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่เจ้าของบ้านข้างเคียงที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงที่ลุกลามไป
ในทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 หากการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้จนทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ผู้กระทำมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและรายงานการตรวจพิสูจน์หลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เหตุอัคคีภัยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและสร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ไม่เพียงแต่บ้านของตนเองเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้าน การมี ประกันบ้านและคอนโด ไม่เพียงแต่ช่วยคุ้มครองตัวอาคารและทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือระเบิด แต่ยังมักครอบคลุมถึงความรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability) ในกรณีที่ไฟลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง ช่วยให้คุณมั่นใจและคลายกังวลจากภาระหนี้สินก้อนใหญ่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เกิดอะไรขึ้น? สองสามีภรรยาวัย 74 ขับรถข้ามจังหวัดไปหาหมอ เสียหลักชนเกาะกลางพลิกคว่ำหงายท้อง จ.พัทลุง เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง พร้อมด้วยกู้ชีพกู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพลิกคว่ำ บนถนนสายเอเชีย ท้องที่ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตัวรถพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่กลางถนน ไถลไปไกลกว่า 50 เมตร ภายในซากรถพบผู้ขับขี่คือ นายจ่ำ อายุ 74 ปี และภรรยาอายุ 74 ปี ติดอยู่ภายในห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพลเมืองดีเร่งช่วยเหลืองัดประตูนำตัวทั้งสองออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ มีอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำ และแผลถลอกตามร่างกาย จึงรีบนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทลุง สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองเดินทางออกจากบ้านพักที่ จ.ตรัง ตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมุ่งหน้าไปพบแพทย์ตามนัดหมายที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งประกอบกับมีฝนตกถนนลื่น ทำให้รถเสียหลักชนเกาะกลางถนนอย่างรุนแรง คำถามหลักที่คนอยากรู้เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนเอง (ไม่มีคู่กรณี) ประเด็นกฎหมายและความรับผิด ในแง่ของกฎหมายจราจรทางบก การขับรถเสียหลักชนเกาะกลางหรือเสาไฟสาธารณะ ถือเป็นการขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ซึ่งผู้ขับขี่ อาจเข้าข่ายต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย… Continue reading สองตายายวัย 74 ขับรถหาหมอพุ่งชนเกาะกลางหงายท้อง: เช็กสิทธิ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์กรณีชนไม่มีคู่กรณี
ลำดับเหตุการณ์สลดบนถนน AH16 เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.20 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวงแผ่นดินสาย AH16 (กาฬสินธุ์–มุกดาหาร) บริเวณพื้นที่อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรถตู้โดยสารเช่าเหมาคันนำพาชาว สปป.ลาว รวม 13 คน เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าด่านพรมแดนจังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการต่ออายุหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัว ระหว่างการเดินทาง รถตู้คันดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งชนแท่งคอนกรีตแบริเออร์กั้นขอบทางอย่างรุนแรง ก่อนจะพลิกคว่ำไถลตกลงไปในคูน้ำข้างทาง และเกิดประกายไฟลุกไหม้ท่วมห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง แต่เนื่องจากเปลวไฟลุกลามรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้โดยสารหญิงติดอยู่ภายในและถูกไฟคลอกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ และคนขับรวม 12 ราย ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน โดยพนักงานสอบสวนสันนิษฐานเบื้องต้นว่าคนขับอาจเกิดอาการหลับในจากการขับรถระยะไกลข้ามคืน ประเด็นกฎหมายและความรับผิด 1. ความรับผิดทางอาญาของผู้ขับขี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 (กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท) และมาตรา 300… Continue reading รถตู้รับจ้างคว่ำไฟลุกท่วม ดับ 2 เจ็บ 12 : เปิดข้อกฎหมาย สิทธิผู้โดยสาร และการเบิกเคลม พ.ร.บ.
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ได้นำหลักฐานการแชตข้อความและสลิปการทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.ศรีสะเกษ ของพรรคการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนรู้จักกับอดีตผู้สมัคร สส. รายนี้เป็นการส่วนตัว ต่อมาฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่ามีโควตาพิเศษและสามารถใช้เส้นสายวิ่งเต้นช่วยเหลือให้บุคคลสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้อย่างแน่นอน ด้วยความหวังอยากให้ลูกหลานมีความมั่นคงในอาชีพ ตนจึงหลงเชื่อและรวบรวมเงินเก็บส่วนตัวรวมทั้งสิ้น 2,350,000 บาท มอบให้เพื่อเป็นค่าดำเนินการฝากลูกหลานจำนวน 5 คน แต่เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศผลการสอบอย่างเป็นทางการ กลับปรากฏว่าไม่มีรายชื่อลูกหลานของตนแม้แต่คนเดียว เมื่อตนพยายามทวงถามเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง อ้างว่าเดินทางไปต่างจังหวัดและอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงและตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด การจ่ายเงินวิ่งเต้นสอบราชการ แล้วถูกหลอก สามารถฟ้องร้องเรียกเงินคืนตามกฎหมายได้หรือไม่? ในทางกฎหมาย ประเด็นการฟ้องเรียกเงินวิ่งเต้นคืนมีความซับซ้อนและมีหลักเกณฑ์สำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้: 1. ในทางแพ่ง: สัญญาเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 150) ข้อตกลงหรือสัญญาจ้างวานเพื่อวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการ ถือเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ส่งผลให้สัญญานั้นตกเป็น… Continue reading สูญเงิน 2.3 ล้านชวดบรรจุ! แจ้งจับอดีตผู้สมัคร สส. หลอกฝากลูกหลานสอบ อปท. : เปิดข้อกฎหมาย สัญญาวิ่งเต้นเป็นโมฆะ ฟ้องเรียกเงินคืนได้อย่างไร?