จะไปต่างประเทศทั้งที นอกจากการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ไอเทมสำคัญอย่างหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศ เพราะแต่ละประเทศที่จะไปนั้น มีการใช้หัวปลั๊กที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟญี่ปุ่น, ปลั๊กไฟฮ่องกง, ปลั๊กไต้หวันหรือประเทศอื่นๆ หากไม่ได้เตรียมเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อไปถึงก็อาจจะทำให้ไม่สามารถใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้นะคะ ดังนั้นวันนี้ insurverse จะพามาทำความรู้จักหัวปลั๊กแปลงไฟในแต่ละประเทศกัน ว่าเขาใช้แบบไหนกันบ้าง? เพื่อที่คุณจะได้เตรียมซื้อเอาไว้ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศค่ะ
ปลั๊กไฟญี่ปุ่น 2567 มีความแตกต่างจากปลั๊กไฟเมืองไทย โดยจะมีลักษณะทั้งแบบขาแบน 2 ขาและขากลม 1 ขา แต่โดยส่วนมากจะพบปลั๊กไฟญี่ปุ่นแบบขาแบน 2 ขา ดังนั้นถ้าต้องการจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ทางที่ดีซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศแบบที่เป็นหัวปลั๊กแปลงไฟ Universal เตรียมเอาด้วยค่ะ จะชัวร์ที่สุดค่ะ เพราะหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศแบบนี้จะสามารถเสียบใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ทุกรูปแบบ เรียกได้ว่าเพียงแค่พกติดตัวอันเดียวก็ใช้เดินทางได้รอบโลกเลยค่ะ
สามารถหาซื้อปลั๊กไฟญี่ปุ่นได้ที่ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยราคาก็จะมีเริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยบาทขึ้นไป แล้วแต่วัสดุ, คุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ
หัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศสำหรับใช้งานปลั๊กไฟฮ่องกงนั้น ควรหาซื้อปลั๊กไฟที่มีกำลังไฟ 220 V ซึ่งจะมีลักษณะเป็นหัวเหลี่ยม 3 ขา หรือจะหาหัวปลั๊กแปลงไฟที่สามารถเสียบ 3 ขามาใช้แทนก็ได้ค่ะ เช่น หัวปลั๊กแปลงไฟ Universal
ปลั๊กไฟฮ่องกงสามารถหาซื้อได้ที่ 7-11, ร้านขายสินค้าสำหรับนักเดินทาง, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โดยราคาปลั๊กไฟฮ่องกง 2024 อยู่ที่ประมาณ 100-300 บาท
ปลั๊กไฟสิงคโปร์ จะเป็นใช้แบบเดียวกับฮ่องกง ก็คือเป็นหัวปลั๊กแบบ Type G ที่มี 3 ขาแบบหัวเหลี่ยมหนา หากต้องการเดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์แบบง่ายๆ ใช้ปลั๊กไฟได้แน่นอน สามารถพกหัวปลั๊กแปลงไฟ Universal ไปใช้แทนได้ค่ะ
หัวปลั๊กแปลงไฟสิงคโปร์หาซื้อไม่ยากค่ะ ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างร้าน D.I.Y., ร้านค้าออนไลน์ใน Shopee หรือในห้างสรรพสินค้าชั้นนำมีแน่นอนค่ะ ราคาปลั๊กไฟสิงคโปร์มีหลากหลาย ส่วนใหญ่เริ่มต้นหลักร้อยค่ะ
ปลั๊กไฟเกาหลีส่วนใหญ่จะใช้ปลั๊ก 2 ขาแบนหรือบางครั้งก็อาจจะมีปลั๊กไฟที่มีขาแบน 2 ขาและขากลม 1 ขาด้วยได้ ดังนั้นเพื่อความชัวร์ควรซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศที่ใช้ได้แบบ Universal จะดีที่สุดค่ะ
หัวแปลงปลั๊กไฟแบบ Universal ก็สามารถใช้งานที่เกาหลีได้ ถ้าลืมซื้อจากไทย ก็สามารถหาซื้อปลั๊กไฟต่างประเทศ 7-11 ได้เลยค่ะหรือถ้าเน้นฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมในมาตรฐานที่ไว้ใจได้ ก็สามารถหาซื้อที่ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือในห้างสรรพสินค้าได้เลย จะมีให้เลือกเยอะหลากหลายคุณภาพ ในราคาเริ่มต้นที่ 100 บาทค่ะ
ปลั๊กไฟเวียดนามจะใช้แบบที่เป็นปลั๊กขาแบน 2 ขา มีลักษณะเดียวกับปลั๊กของประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีค่ะ
หัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศสำหรับใช้งานที่เวียดนาม สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่, ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า, ร้านที่ขายของสำหรับนักเดินทางหรือห้างสรรพสินค้าค่ะ ราคาจะเริ่มต้นที่หลักร้อยจนถึงหลักพัน
ใครไปญี่ปุ่นแล้วมีปลั๊กไฟญี่ปุ่น สามารถนำมาใช้ที่ไต้หวันได้ด้วยนะคะ เพราะปลั๊กไฟไต้หวันเป็นปลั๊กขาแบน 2 ขา เหมือนที่ญี่ปุ่นเลยค่ะหรือจะใช้แบบ Universal Adapter ก็ได้ค่ะ
สามารถหาซื้อปลั๊กไฟไต้หวัน 2567 ได้ที่ร้านค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นนำหรือถ้าจะให้ชัวร์ก็เดินเข้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ได้เลย มีแน่นอน โดยราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพันเลยค่ะ
ปลั๊กไฟมาเลเซีย จะมีลักษณะแบบเดียวกับปลั๊กไฟฮ่องกง เป็นแบบหัวเหลี่ยม 3 ขา ดังนั้นหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศที่เหมาะสำหรับใช้งานในมาเลเซียควรเป็นแบบที่สามารถเสียบปลั๊กแบบ 3 ขาได้ค่ะ
สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ 7-11, ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ D.I.Y หรือถ้าอยากได้ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน สามารถหากซื้อปลั๊กคุณภาพดีได้ในห้างใหญ่ๆ เช่น โฮมโปร ได้เลยค่ะ ราคามีตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป
ใครจะเดินทางไปต่างประเทศก็อย่าลืมเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศให้พร้อมนะคะ จะไปประเทศไหน? ก็ศึกษาเรื่องปลั๊กดูให้ดีค่ะหรือพกหัวปลั๊กแปลงไฟ Universal เอาไว้ใช้ จะได้ไม่ลำบากหากต้องการชาร์จโทรศัพท์หรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ ค่ะ ถ้าเตรียมเรื่องปลั๊กไฟเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมทำประกันเดินทางต่างประเทศด้วยนะคะ จะได้เที่ยวแบบคนที่มีความพร้อม ไปเที่ยวต่างประเทศกับประกันท่องเที่ยวแล้วอุ่นใจกว่า เกิดเหตุไม่คาดคิดอะไรขึ้นมา ก็มีเบิกเคลมค่าใช้จ่ายได้ค่ะ มาเช็คเบี้ยประกันเดินทาง insurverse ดูได้ค่ะ เลือกรับความคุ้มครองที่ใช่ในราคาเริ่มต้นเพียงหลักสิบผ่านออนไลน์ได้เลย จะได้ออกเดินทางอย่างมั่นใจยิ่งกว่าเดิม เที่ยวอย่างสบายใจหายห่วงในทุกๆ เรื่องที่ไม่คาดฝันค่ะ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”