การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แม้จะไม่ได้ขับใช้งานบ่อย แต่จำเป็นต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์สม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าจะขับใช้งานได้ดี เครื่องรถยนต์ ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะการเดินทางไกลให้ปลอดภัย มีอะไรต้องระวังบ้าง
หากคุณมีพื้นฐานความรู้เรื่องรถยนต์ติดตัวก็ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ง่ายๆ ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องเข้าอู่หรือศูนย์รถยนต์ เช่น ตรวจเช็กสภาพภายในห้องเครื่อง, เติมน้ำกลั่น, เติมน้ำในหม้อน้ำ, ตรวจเช็กแบตเตอรี่, ตรวจล้อและยางรถยนต์ พร้อมยางอะไหล่, เช็กระบบไฟส่องสว่าง เป็นต้น
เวลาออกจากบ้านไปไหน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล อย่าลืมนำชุดเครื่องมือช่างติดประจำรถไปด้วย วิธีตรวจเช็กสภาพรถยนต์ง่ายๆ ก่อนเดินทาง ต้องระวังอะไรบ้าง
เริ่มเช็กแบตเตอรี่เป็นอย่างแรก เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการสตาร์ทรถและทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟไปยังส่วนต่าง ๆ ของเครื่องรถยนต์ ก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรตรวจดูแบตเตอรี่ว่าอยู่ในสภาพที่ดีพร้อม ตรวจเช็กคราบสกปรกบริเวณขั้วแบตเตอรี่ คราบขี้เกลือบริเวณขั้วแบตเตอรี่เชื่อมต่อแน่นดี เช็กน้ำกลั่นว่ามีระดับที่เหมาะสมเสมอ
ก่อนเดินทางไกลควรตรวจสอบแผงควบคุมและหน้าปัดรถว่าทำงานเป็นปกติดี เห็นชัดทั้งแสงไฟและตัวเลขบนหน้าปัด ปุ่มควบคุมต่าง ๆ ใช้งานได้ตามปกติ
ระบบแตรมีความจำเป็นขณะขับรถ ก่อนเดินทางไกลควรตรวจเช็กว่าเสียงดังดีเพื่อใช้สื่อสารและส่งสัญญาณกับรถคันอื่น
ไฟทุกดวงไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน หรือไฟตัดหมอก ควรส่องสว่างใช้งานได้ตามปกติ ขับรถเวลากลางคืนหรือฝนตกหนักได้ดี
ที่ปัดน้ำฝนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่หลายคนมองข้าม ต้องเช็กว่ามีสภาพดี ไม่มีอาการเปื่อยยุ่ย หากเสื่อมสภาพควรเปลี่ยนใหม่ทันที แนะนำให้เปลี่ยนยที่ปัดน้ำฝนทุก 6-12 เดือน
เช็กสภาพลมยางรถทุกเส้น ไม่มีอาการยางบวมหรือมีรอยเจาะ ร่องดอกยางลึกไม่น้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร ก่อนออกเดินทางควรเติมลมยางทั้งหมด รวมถึงยางอะไหล่เผื่อเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินด้วย เพราะถ้ายางหมดอายุ จะเริ่มเสื่อมสภาพและเบรกไม่อยู่ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ระบบเบรกมีความสำคัญโดยเฉพาะฝนตกหนักถนนลื่น ควรเช็กน้ำมันเครื่องและน้ำมันเบรกว่าเติมเหมาะสม และเตรียมสำรองติดรถไว้อย่างน้อย 1 ลิตร
ดับเครื่องรถยนต์ แล้วรอให้เครื่องเย็นลงก่อน จึงเติมน้ำยาหล่อเย็น หากไม่มีใช้น้ำเปล่าเติมลงไปเพื่อใช้ชั่วคราวก่อนก็ได้ ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนเด็ดขาด
นอกจากเครื่องยนต์และช่วงล่างแล้ว แผ่นกรองอากาศก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกรองกลิ่นไม่พึงประสงค์จากภายนอก หากเครื่องกรองอากาศสกปรกอุดตันมีผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอ
หากเช็กแล้วพบความผิดปกติให้รีบซ่อมแซมแก้ไขก่อนขับรถออกไป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยระหว่างเดินทาง
เช็กสภาพเครื่องยนต์กันแล้วอย่าลืมเช็ก พ.ร.บ.รถยนต์ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ ประกันรถยนต์ชั้น 1 และชั้นอื่น ๆ ต่อไว้พร้อมตั้งรับทุกความเสี่ยง ซึ่งวันนี้มีให้เลือกหลากหลายกรมธรรม์ ยกตัวอย่างที่ insurverse บริษัทประกันออนไลน์ 100% มีหลายกรมธรรม์ให้คุณเลือก จ่ายเบี้ยประกันในราคาที่ต้องการ พร้อมความคุ้มครองที่คุ้มค่า เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน