วันหยุดยาวใกล้เข้ามาแล้ว เชื่อว่าการออกทริปครอบครัวถือว่าตอบโจทย์อย่างมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะได้พักผ่อน ยังได้ใช้เวลากับครอบครัวอีกด้วย และถือเป็นการเดินทางเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ให้กับทุกคนในครอบครัว หากใครที่ยังไม่มีรถยนต์สำหรับเดินทางมาทางนี้เลย มาทำความรู้จักกับรถ MG 7 ที่นั่งที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว
วันนี้เราจะมาแนะนำรถ MG 7 ที่นั่งสำหรับสายท่องเที่ยวแบบครบทั้งครอบครัว ซึ่งรถยนต์ MG เป็นรถคุณภาพดีและมีมาตรฐานระดับโลก มีความคุ้มค่าและข้อดีมากมาย ได้แก่
รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีพวงมาลัยด้านขวาคันแรกของประเทศไทย ดีไซน์หรูหราและทันสมัยเป็นรถ MG รุ่นแรกที่ออกแบบมาเป็น EV – Car ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาว ทั้งจาก EURO NCAP และ AUSTRALIAN NCAP พละกำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มีแบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน ความจุ 90 kWH วิ่งได้สูงสุด 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และใช้เวลาชาร์จนานประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง เบาะคนขับปรับได้ถึง 8 ทิศทาง เบาะหน้าข้างคนขับปรับได้ 4 ทิศทาง และเบาะแถวที่ 2 เป็นแบบ Captain Seat มีระบบนวด ให้ความอบอุ่น และระบายความร้อน
Smart SUV สุดล้ำ ทันสมัย ดีไซน์สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ด้วยการออกแบบที่เต็มไปด้วย PASSION ภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC มีความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ มาพร้อมการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 114 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 Speeds มีระบบสั่งการ ระบบค้นหารถ Find My Car และระบบนำทาง Navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time
เป็นที่รู้กันดีว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ให้เลือกตามความต้องการ และสำหรับทริปครอบครัวแล้ว การได้ใช้เวลาร่วมกันถือว่ามีความสำคัญที่สุด เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถสนุกกันได้ทั้งครอบครัว ไปดูกันเลย
การออกทริปกับครอบครัวจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างเหลือเชื่อ และเพื่อการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการทำประกันภัยรถยนต์ เพราะนอกจากจะช่วยดูแลเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้ว ยังสามารถครอบคลุมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของคุณอีกด้วย เพียงเลือกทำประกันชั้น 1 แม้จะมีราคาที่สูงกว่าประกันภัยประเภทอื่น แต่การันตีว่าจะได้รับความคุ้มครองสุดคุ้มค่าอย่างแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน