ท่ามกลางเศรษฐกิจที่คาดเดาได้ยากแบบนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนเลือกที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้เงินเท่าที่จำเป็นมากกว่า โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อรถ เพราะถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ซึ่งในวันนี้จะมาแนะนำ 5 รถเก๋งที่ทั้งประหยัดน้ำมัน และราคาไม่เกิน 5 แสนบาท
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 359,000 บาท ดูแลง่าย ห้องโดยสารกว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน มาพร้อมเครื่องยนต์ K12B 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดเพียง 22.7 กม./ลิตร
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 389,000 บาท ดีไซน์ภายนอกสวยงามด้วยกระจังโครเมียมรมดำ เบาะผ้าดีไซน์สปอร์ตทูโทนสีดำ-แดง เครื่องยนต์ DOCH MIVEC 1.2L 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที และที่สำคัญเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันอีกด้วย
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 399,000 บาท เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาลว์ พร้อมระบบ i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที และมีระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 465,000 บาท เบาะนั่งด้านหลังพับได้แบบ Fold Seat 60:40 พร้อมที่วางแขน และที่วางแก้วน้ำ เพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นของพื้นที่เก็บสัมภาระให้กว้างขวางมากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร และล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 489,000 บาท เป็นรถที่มีความทันสมัย สวยงาม ดูมีความสปอร์ต เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 D-4S VVT-iW 167 แรงม้า 199 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว และมีระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ Stop & Start System
รถทุกคันควรจะทำประกันภัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน แม้จะเป็นรถมือสอง แต่ก็จำเป็นต้องทำประกันรถยนต์เช่นเดียวกัน และประกันภัยแต่ละประเภทก็มีราคาเบี้ยประกันและความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจทำประกันรถยนต์ ควรจะเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันและความคุ้มครองก่อน
ควรจะทำประกันชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองแบบครอบคลุมในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทั้งรถชนแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี และเหตุไม่คาดคิดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น รถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปและอายุการใช้งานของรถมากกว่า 5 ปี ก็สามารถเปลี่ยนเป็นประกันรถชั้น 2 หรือประกันรถชั้น 2+ ได้
รถยนต์มือสองที่ผ่านการใช้งานมาระหว่าง 5-7 ปี ควรจะทำประกันชั้น 2 หรือ ประกันชั้น 2+ เพราะมีเบี้ยประกันที่ราคาถูกลง แต่ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมเท่ากับประกันชั้น 1 โดยประกันชั้น 2+ จะสามารถคุ้มครองรถเราในกรณีที่รถสูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และรถชนแบบมีคู่กรณี
รถยนต์มือสองที่ผ่านการใช้งานยาวนานกว่า 7 ปี ถือว่าเป็นรถเก่า เหมาะกับการทำประกันชั้น 3 หรือ ประกันชั้น 3+ เพราะเป็นประกันภัยที่ไม่ได้จำกัดอายุการใช้งาน แต่ประกันชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองคู่กรณีเท่านั้น ไม่รับผิดชอบค่าซ่อมรถของเรา
การซื้อรถมือสองทำให้เรามีทางเลือกมากกว่าในการตัดสินใจซื้อรถ ซึ่งก็อาจจะตามมาด้วยการดูแลที่มากกว่าและคุณภาพของตัวเครื่องที่มีการเสื่อมสภาพไปตามเวลาและการใช้งาน ดังนั้น การดูแลรักษา และตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน