เมื่อนึกถึงรถมือสอง ความคุ้มค่าน่าจะเป็นสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มองหา ด้วยราคาค่าตัวที่จับต้องได้ บวกกับตัวเลือกในตลาดที่เยอะ เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็มีรถให้เลือกกันอย่างมากมาย เลยทำให้หลายคนอาจตัดสินใจผิด ไปซื้อรถหลุดจำนำมาใช้งานเพราะราคาถูกกว่าราคาตลาดทั่วไป โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถหลุดจำนำ คืออะไร ผิดกฎหมายไหม ทำไมราคาถึงได้ถูกผิดปกติขนาดนั้น วันนี้ insurverse เราจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจกันเอง
รถหลุดจำนำ คือรถที่พ่อค้าคนกลางนำมาขายต่อ จากการยึดรถที่รับจำนำมาจากเจ้าของตัวจริง เพราะไม่สามารถคืนเงินก้อนที่ยืมไปได้ ซึ่งรถประเภทนี้ อาจเป็นรถที่ยังผ่อนกับทางไฟแนนซ์ไม่หมด เลยทำให้ชื่อเจ้าของรถตัวจริงยังเป็นธนาคาร ไม่ใช่ผู้นำรถเข้าไปจำนะ ทางพ่อค้าคนกลางเลยนำไปขายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพราะเป็นรถที่ไม่มีเล่ม จึงไม่ต่างอะไรกับการขโมยรถมาขายต่อแบบผิดกฎหมายนั่นเอง
เพราะรถหลุดจำนำส่วนใหญ่ไม่มีเล่ม มีแต่ตัวรถ แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ผู้ครอบครองที่โอนให้ได้ เพราะชื่อยังคงเป็นของเจ้าของเดิมอยู่ ซึ่งก็คือทางธนาคาร หรืออาจเป็นเจ้าของเดิมที่โดนขโมยรถมา จึงทำให้ไม่มีเล่มทะเบียนในโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ เลยต้องตั้งราคาให้ถูกกว่าเพื่อหลอกล่อให้คนมาซื้อ
การซื้อรถหลุดจำนำ ควรหลีกเลี่ยงทุกกรณี แต่หลายคนอาจยังสงสัยต่อ ว่ารถหลุดจำนำมีแหล่งที่มาจากไหนบ้าง และแบบไหนที่ควรเลี่ยง หรือนำไปเตือนคนใกล้ตัวไม่พลาดไปซื้อในตลาดรถมือสอง เรามาดูกันดีกว่า
รถหลุดจำนำที่เป็นรถหนีไฟแนนซ์ คือสิ่งที่พบได้บ่อยมากที่สุดในตลาดรถมือสอง ที่ชอบเอามาวางขายในราคาค่าตัวที่เตะตา เพราะอย่างที่บอกไปว่า รถประเภทนี้มีแต่ตัวรถ แต่ไม่มีเล่มที่จะโอนเปลี่ยนชื่อเป็นของเราได้ ถึงต่อให้ถูกแค่ไหนก็ไม่ควรซื้อมาใช้งานอยู่ดี เพราะเราไม่ได้ถือครองกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแต่อย่างใด มิหนำซ้ำ อาจจะโดนทางธนาคารที่เป็นเจ้าของรถตัวจริงฟ้องได้อีกด้วย
รถขโมยมา ก็เป็นอีกหนึ่งประเภทที่มักนำมาหลอกขายว่าหลุดจำนำ ซึ่งพบได้มากเช่นกันในกลุ่มตลาดรถมือสอง ที่มักจะพวกพ่อค้าคนกลาง ในการรับรถประเภทนี้มาแบบไม่สนใจที่มา และขายตัดตอนทำกำไร พร้อมกับปลอมแปลงเอกสารเพื่อสวมทะเบียน หรือเปลี่ยนเลขตัวถัง ทำให้หลายคนพลาดไปซื้อโดยไม่ตรวจเช็กดูให้ดี
หลายคนมักคิดว่า การมีเล่มทะเบียนรถ นั่นหมายถึงเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถซื้อมาใช้งานได้อย่างแน่นอน ต้องบอกว่าไม่เสมอไป เพราะอาจมีการสวมทะเบียนมาก่อน จึงทำให้สามารถโอนเป็นชื่อเราได้ แต่อาจโดนหมายศาลตามมาในภายหลังได้ หากเจ้าของรถตัวจริงมีการแจ้งความรถหายเพราะถูกขโมยมา ทางที่ปลอดภัยที่สุด ก็คือการนัดโอนกันที่สำนักงานขนส่งกับทางผู้ขายโดยตรง หากเป็นรถที่ถูกกฎหมาย ย่อมไม่มีการบ่ายเบี่ยงในการไปโอนด้วยกันอย่างแน่นอน
รถหลุดจำนำ เป็นรถที่ไม่มีเล่มทะเบียน เมื่อไม่มีเล่มทะเบียน ก็จะไม่สามารถต่อ พ.ร.บ. หรือ ต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ ซึ่งก็คือการใช้รถแบบผิดกฎหมาย หรือหากเป็นรถหลุดจำนำที่มีเล่มมาด้วย อาจจะต่อภาษีในการใช้งานได้ตามปกติ แต่หากถูกตรวจพบในภายหลังว่าเป็นรถที่มีการสวมทะเบียน หรือปลอมแปลงเลขตัวถังมา ก็จะโดนคดีความตามหลังอยู่ดี จึงเป็นการกระทำที่ผิดทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอก และไม่มีความรู้เรื่องการซื้อรถจริง ๆ ให้ทำการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมกับส่งเรื่องฟ้องในชั้นศาลต่อไปจะดีที่สุด
สำหรับคนที่ยังเห็นภาพไม่ชัด ว่าการซื้อรถหลุดจำนำมาใช้มันแย่แค่ไหน เราจะมาชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ตามมาในภายหลังให้ดูกัน
ทุกคนเห็นกันแล้วใช่ไหมว่า รถหลุดจำนำคือสิ่งผิดกฎหมาย ที่มักจะล่อเราด้วยราคาที่ถูกจนน่าตกใจ หากไปหลงซื้อมาใช้งานเพียงเพราะคิดว่าไม่น่าจะเป็นไร ก็อาจจะโดนคดีความที่ต้องเสียทั้งเงิน และโดนยึดรถไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งยังอาจโดนรีดไถจากแก๊งหลอกลวงได้อีก เมื่อเทียบกันแล้ว แถมจะไม่มีความคุ้มค่าใด ๆ กับการซื้อรถมือสองในตลาดที่ราคาสูงขึ้นมาอีกสักหน่อยเท่านั้น และสำหรับใครที่วางแผนจะซื้อรถอยู่ แต่ยังไม่รู้จะทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี ให้ทาง insurverse บริษัทประกันรถยนต์ออนไลน์ดูแลคุณดีกว่า เพราะเรามีรูปแบบกรมธรรม์ที่พร้อมให้คุณเลือกปรับแต่งได้ตามความต้องการ อยากได้ความคุ้มครองแบบไหน ก็เลือกได้ตามใจชอบกันเลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง