การสลับยางรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้ใช้รถหลายคนถกเถียงกันมานาน เพราะบางคนก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องสลับยาง ใช้ให้ครบกำหนดตามระยะแล้วค่อยเปลี่ยนทีเดียวก็ได้ แต่บางคนก็บอกว่าจำเป็นต้องสลับยางรถยนต์ เพราะจะทำให้การขับขี่ดีขึ้น และใช้ยางได้อย่าเต็มสมรรถนะ สรุปแล้วเราควรจะสลับยางหรือเปล่า เดี๋ยววันนี้ insurverse จะพาทุกคนไปหาคำตอบกันเอง
การสลับยางรถยนต์ คือ การเปลี่ยนตำแหน่งยางทั้ง 4 ล้อ หลังจากผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง เพื่อช่วยให้ดอกยางทั้ง 4 เส้น เกิดการสึกหรอในการใช้งานในระดับเดียวกัน และช่วยให้ขับขี่ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ยางมีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย
การสลับยางรถยนต์ จะมีวิธีการสลับที่แตกต่างกันไปตามระบบขับเคลื่อนรถ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการสึกหรอของหน้ายางที่สัมผัสกับพื้นผิวถนน โดยจะมีวิธีในการสลับยาแตกต่างกัน ดังนี้
ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นระบบที่ถูกใช้งานมากที่สุดในรถยนต์ทั่วไป ซึ่งจะมีวิธีการสลับ ดังนี้
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แม้จะได้รับความนิยมในตลาดลดน้อยลงกว่าขับหน้า แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชื่นชอบรถประเภทนี้อยู่ ซึ่งจะมีวิธีการสลับ ดังนี้
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มักจะใช้ในรถยกสูง ที่ต้องการพละกำลังในการขับขี่ หรือยึดเกาะถนนให้ดีขึ้นกว่าเดิม จะมีวิธีการสลับ ดังนี้
ดอกยางทิศทางเดียว จะเป็นดอกยางลายพิเศษ ที่จำเป็นจะต้องอยู่ฝั่งขวา หรือซ้ายของตัวรถเท่านั้น และจำเป็นจะต้องสลับให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้งานได้ ดังนี้
ควรสลับยางรถยนต์ทุก 10,000 กม. หรือ 6 เดือนในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับว่าอะไรมาถึงก่อน เพื่อเป็นการทำให้หน้ายางที่ถูกใช้งานน้อยกว่าในล้ออื่น ได้ถูกสลับมาใช้งานให้เกิดการสึกหรอเท่า ๆ กัน และเป็นการทำให้สมรรถนะในการขับขี่ดีคงเดิม
การสลับยางรถยนต์ ไม่จำเป็นต้องตั้งศูนย์ใหม่แต่อย่างใด หากรถไม่ได้มีปัญหาจากการขับขี่แต่เดิมมาอยู่แล้ว เพราะจะเป็นการเสียเงินฟรีในการตั้งศูนย์ที่ไม่จำเป็น เพราะการเปลี่ยนยางเส้นใหม่ตามกำหนดระยะ ก็มักจะมีการตั้งศูนย์ให้ฟรีอยู่แล้ว จึงควรรอให้ถึงตอนเปลี่ยนยางใหม่จะดีกว่า
การสลับยางรถยนต์ จำเป็นจะต้องถ่วงล้อ เพราะยางทั้ง 4 เส้น มักจะมีการสึกหรอที่ไม่เท่ากันตามการใช้งาน และทำให้หน้ายางกับน้ำหนักของยางแต่ละเส้นไม่เท่ากัน ซึ่งโดยมากจะเป็นการถ่วงล้อหน้าเป็นหลัก เพราะรถส่วนใหญ่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และปล่อยล้อหลังไว้เหมือนเดิม เพราะมีหน้าที่รับน้ำหนักเพียงเท่านั้น
การสลับยาง ถ่วงล้อ ราคาจะอยู่ที่ไม่เกิน 300 – 600 บาท ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทร้านที่เข้าไปใช้บริการเป็นหลัก
หากรถยังสามารถวิ่งได้ตามปกติ โดยไม่รู้สึกถึงอาการอะไรแปลก ๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสลับยางเลยก็ได้ และค่อยรอเปลี่ยนทีเดียวเมื่อครบกำหนดระยะการใช้งาน แต่หากเป็นรถที่ต้องใช้งานทางไกลประจำ การสลับยางรถยนต์ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำไว้จะดีที่สุด
หวังว่าผู้ใช้รถจะรู้กันแล้วนะว่า การสลับยางรถยนต์ มีความจำเป็นแค่ไหน และต้องสลับแบบไหนถึงจะถูกต้องตามระบบขับเคลื่อนที่เราใช้อยู่ รวมไปถึงข้อมูลด้านราคา และระยะการใช้งานที่ควรสลับยางเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน เพราะอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ และยางรถยนต์ก็เป็นเพียงชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง การเลือกทำประกันภัยรถยนต์กับ insurverse ประกันรถยนต์ออนไลน์เจ้าแรกในไทย ภายใต้เครือทิพยประกันภัย ที่เปิดให้ผู้ใช้รถสามารถปรับแต่งกรมธรรม์ได้ตามต้องการ ก็เป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบายที่ผู้ใช้รถไม่ควรพลาด เพราะอยากทำประกันเวลาไหน ก็สามารถทำได้ตลอด 24 ชม.
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง