เชื่อเลยว่าคงไม่มีคนรักรถคนไหนอยากให้รถมีกลิ่นเหม็นหรอก จริงมั้ย? เพราะไม่อย่างนั้นตอนขับรถไปไหนมาไหน เราอยากจะปล่อยใจจอยๆ ก็ทำไม่ได้อ่ะ กลิ่นในรถแรง มีแต่กลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามารบกวนให้จมูกฟุดฟิดๆ ตลอด ทำให้รู้สึกว่าเป็น Bad day ทำลายวันดีๆ อารมณ์ดีๆ ของเราตั้งแต่เช้า ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่าถ้ารถยนต์คันโปรดของเราอยู่ๆ ก็มีกลิ่นที่ไม่ได้รับเชิญมาทำให้หงุดหงิดใจ เราจะมีวิธีแก้ปัญหากลิ่นอับในรถยนต์ยังไงได้บ้าง? insurverse รวบรวมเคล็ดลับในการกำจัดกลิ่นมาให้แล้ว บอกเลยว่าดีต่อใจสุดๆ ได้ผลเรื่องกลิ่นเหม็นในรถแน่นอน ขจัดกลิ่นได้แบบ 100% พร้อมทั้งจะมาบอกเคล็ดลับในการเลือกประกันรถยนต์ออนไลน์ที่จะทำให้คุณขับรถในทุกๆ วันได้อย่างสบายใจแบบคูณสองให้ด้วย ไปดูกันเถอะ!
จริงๆ แล้วกลิ่นเหม็นในรถยนต์เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุมากๆ นะทุกคน โดยอาจจะมีจุดเริ่มต้นมาจากสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ภายในห้องโดยสาร ทั้งจากน้ำมันเครื่องรั่ว, การสะสมของความชื้น, แบคทีเรีย ฯลฯ คือถ้าไม่ทำความสะอาดรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ก็อาจจะทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ นอกจากนี้ เหล่าทาสแมวทาสหมาทั้งหลายที่พาน้องๆ มานั่งในรถยนต์ด้วย ก็อาจจะส่งผลทำให้รถยนต์มีกลิ่นเกิดขึ้นได้
แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป! เพราะทุกปัญหามีทางออกและวันนี้ insurverse ก็มีทางออกสำหรับคนที่อยากกำจัดกลิ่นเหม็นในรถมาฝากกัน รับประกันว่าปิดจ๊อบปัญหารถมีกลิ่นเหม็นได้อย่างแน่นอน!
ถ้าอยากจะแก้ปัญหารถมีกลิ่นเหม็นให้อยู่หมัด ลองทำตาม 3 วิธีนี้ รับรองได้ผลชัวร์!
หลายๆ คนคงเคยคุ้นตา เห็นคุณแม่ใช้ถ่านไม้ดูดกลิ่นไปไว้ในตู้เย็นหรือตู้เสื้อผ้าเพื่อกำจัดกลิ่น ซึ่งต้องบอกเลยว่าเจ้าถ่านไม้ดำๆ นี่แหละคือไอเทมที่ไม่ควรมองข้าม ช่วยดูดกลิ่นได้ดีมากที่ทุกบ้านควรมี! คือไม่ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน รับรองได้เลยว่าจะไม่มีกลิ่นกวนใจ เช่น ลองเอามาวางไว้ในรถ ถ่านไม้ก็จะคอยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้แถมยังช่วยดูดความชื้นในรถให้อีก แต่ขอแนะนำให้วางไว้ในตำแหน่งใต้ที่นั่งหรือท้ายรถ จะยิ่งทำให้ถ่านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไม่เกะกะพื้นที่ แค่นี้ปอดก็ไม่พังแถมรถยังสดชื่นขึ้นได้แบบง่ายๆ
บ้านไหนมีกากกาแฟที่ไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไร แนะนำให้หาภาชนะสำหรับใส่กากกาแฟ แล้วเอามาวางในรถเพื่อกำจัดกลิ่นได้ หากใครหาภาชนะอะไรไม่ได้ ก็แนะนำให้เทกากกาแฟใส่ถุงผ้า แล้วเอาวางไว้มุมใดมุมหนึ่งของรถยนต์ ทีนี้แหละรถของคุณก็จะหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟสุดฟิน! รถมีกลิ่นเหม็นแค่ไหนก็เอาอยู่! นอกจากจะมีประสิทธิภาพในการกวาดล้างกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟ ยังช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ บนรถได้อีกด้วย ประหนึ่งอยู่ใน Cafe ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ มีสมาธิในการขับรถสุดๆ
ดับกลิ่นในรถแบบธรรมชาติด้วยไอเทมต่อมา ซึ่งก็คือใบชาบด อาจจะหายากหน่อยแต่ฟังก์ชันในการดูดซับกลิ่นพลังเหลือร้ายมาก ยืนหนึ่งเรื่องเคลียร์กลิ่นกวนใจสุดๆ เพียงนำใบชาบดมาใส่ในถุงผ้า แขวนไว้สักมุมของรถ กลิ่นหอมที่แสนจะสดชื่นของใบชาจะตรงเข้ากำจัดและแทนที่กลิ่นเหม็นอับในรถทันที ดีต่อใจ(และปอด)คนขับรถแน่นอน!
เบกกิ้งโซดาที่อยู่ในตู้กับข้าวบ้านเราก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการแก้ปัญหารถมีกลิ่นเหม็นได้ นอกจากจะทำขนม, ทำอาหารและเอาไปใช้สารพัดประโยชน์ในบ้านได้แล้ว ลองเอามาโรยไว้บนพื้นรถ คุณก็จะค้นพบเลยว่าเบกกิ้งโซดา ยังสามารถกำจัดกลิ่นอับรถยนต์ได้อีกด้วย สุดยอดแห่งไอเทมครอบจักรวาลจริงๆ
วิธีดับกลิ่นเหม็นเน่าในรถหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์วิธีสุดท้ายก็คือ ใช้สมุนไพรมาเป็นตัวรับจบ แก้ปัญหารถเหม็นด้วยสมุนไพรไทยๆ แบบง่ายๆ ด้วย ใบมะกรูด, สะระแหน่, ตะไคร้หอม, ใบเตย, เปลือกส้ม, เปลือกมะนาว ฯลฯ นอกจากจะนำไปใช้ทำอาหารอร่อยเหาะแล้ว ก็ยังใช้เป็นผู้ช่วยดับกลิ่นอับในรถได้ด้วยน้า แนะนำให้หาถุงแขวนสมุนไพรเอาไว้หรือหาภาชนะที่เต็มไปด้วยสมุนไพรวางเอาไว้ใกล้ๆ กับลมเป่าจากแอร์ จะช่วยทำให้รถยนต์หอมสดชื่นสุดๆ เหมือนขับรถไป ชมสวนสวนสมุนไพรไปแบบนั้นเลย ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว ที่ดีต่อใจมากๆ
สำหรับวิธีแก้ไขปัญหารถมีกลิ่นเหม็นที่ดีที่สุด นอกจากหาไอเทมเสริมดับกลิ่นแล้ว ก็อย่าลืมทำควบคู่ไปกับการทำความสะอาดรถเป็นประจำด้วย จะทำให้แก้กลิ่นเหม็นได้ที่ต้นเหตุ แล้วก็อย่าลืมมาเพิ่มความอุ่นใจให้กับการขับรถในแต่ละวันด้วยประกันรถยนต์ออนไลน์ insurverse ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คนรักรถต้องมี
จะประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็ดีหรือมอบให้ประกันชั้น 2+ คือ ผู้ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาให้กับรถ ก็ได้รับความคุ้มครองดีไม่แพ้กัน! เพราะประกันชั้น 2+ คือ ประกันรถยนต์ที่จะมอบความคุ้มครองให้กับคนรักรถ ในราคาเบี้ยประกันรถยนต์รายปีที่แสนคุ้มค่า! ยิ่งเป็นประกันจาก insurverse ยิ่งรู้เลยว่าประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาดีต่อใจมีอยู่จริง!
แต่หลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่าประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาถูกขนาดนี้ แต่ถ้าทำประกันชั้น 2+ ไม่มีคู่กรณีจะคุ้มครองไหม? ต้องบอกเลยว่าถ้าใครซื้อประกันชั้น 2+ ไม่มีคู่กรณีเวลาเกิดอุบัติเหตุ เช่น ขับรถชนของหลวง, สิ่งกีดขวางหรืออะไรต่างๆ ที่ไม่ใช่ยานพาหนะด้วยกัน ประกันรถยนต์อาจจะไม่รับเคลม! เขาให้เคลมเฉพาะรถชนชนเท่านั้น!
ดังนั้นหากอยากได้ความคุ้มครองแบบเต็ม Max ได้ความคุ้มครองแบบรับจบทุกสถานการณ์ ให้เลือกประกันชั้น 1 ของ insurverse ได้เลย ตัวเลือกนี้แหละดีจริงไว้วางใจได้ เคลมได้ชัวร์! จะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ครอบคลุม คุ้มครองให้ทั้งหมด! อุ่นใจได้ทุกเส้นทางและการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม!
ทีนี้แหละ ทุกคนก็จะได้ขับรถอย่างสบายใจ กำจัดปัญหารถมีกลิ่นเหม็นได้แล้ว แถมยังรู้ด้วยว่าควรเลือกประกันรถยนต์ออนไลน์ยังไงดี? ถึงจะคุ้มครองเราทุกย่างก้าว เวลาขับขี่ไปไหนมาไหน ใครที่ยังไม่ได้ซื้อประกันรถยนต์เพราะไม่รู้ว่าควรเลือกประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ไหนดี? ที่จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้มากที่สุด! บอกเลยว่าเลือก insurverse เอาไว้ไม่มีผิดหวัง เพราะที่นี่เป็นประกันรถยนต์ออนไลน์อันดับต้นๆ ของไทยที่คุ้มครองอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเลือกประกันชั้น 1 หรือเลือกประกันชั้น 2+ คือทางเลือกที่ดีทั้งนั้น! คุ้มค่าคุ้มใจสุดๆ ซื้อความอุ่นใจให้รถได้ในทุกการขับขี่ จะได้ปลอดภัยขึ้นเป็นสองเท่าเลย หากเพิ่มไอเทมลดกลิ่นอับในรถแล้วก็เพิ่มไอเทมเสริมความปลอดภัยอย่างประกันรถยนต์จาก insurverse ไปด้วยเลย คุณจะได้มั่นใจได้ในทุกการขับขี่และได้เปลี่ยนวันแย่ๆ ให้กลายเป็นวันที่คุณรู้สึกดีได้ทุกวัน ตลอดเวลา!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง