บีทีเอสหมอชิตเป็นสถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้ามหานครที่มีแหล่งเที่ยวเยอะมาก! มีที่เที่ยวให้ไปจอยได้แทบทุกสถานี จะหันซ้ายหรือหันขวาก็เจอแหล่งกิน, เที่ยวและ Shop ละลานตา ถ้าอยากเที่ยวให้สนุกสุดขีด! อย่าลืมทำประกันอุบัติเหตุออนไลน์กับ insurverse ด้วยนะ ชีวิตจะได้ Safety first ขั้นสุด! เพราะถึงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยก็อุ่นใจกว่ามากเพราะมีประกันคอยดูแลในทุกย่างก้าวของชีวิต! พร้อมช่วยแบ่งเบาเรื่องค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุให้ได้แน่นอน!
ถ้าวันหยุดมีค่า เช่น ค่ากิน, ค่าเที่ยวหรือค่ารถสาธารณะ แต่ยังไม่รู้จะไปเที่ยวและชอปปิงที่ไหนดี? อยากหาพิกัด One day trip แบบนั่งบีทีเอสหมอชิตก็ไปเที่ยวได้! มาส่องกันได้เลยว่าจะมีที่ไหนให้แวะไปเช็คอินได้บ้าง?
พูดถึงบีทีเอสหมอชิตต้องมาคู่กับ MRT สวนจตุจักรเป็นแพ็กเกจคู่กัน! ถ้าไปเดินเที่ยวชิลล์ที่นี่ การันตีเลยว่าสดชื่น! ด้วยพื้นที่สีเขียวในอุทยานที่มีมากกว่า 727 ไร่ จะสูดลมหายใจมุมไหน? ตอนไหน? ก็หายใจโล่งได้เต็มปอด! หนีฝุ่น! หนีควัน! ในใจกลางกรุงได้เป็นอย่างดี ภายในยังมีสวนรถไฟและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ให้ไปเดินในวันสบายๆ อีกด้วย จะได้ทั้งสุขภาพและลืมช่วงเวลาแห่งความเหงาไปเลย!
พิกัดที่เที่ยวยอด Hit! ที่ไม่เคย Out! กับตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร มีนักท่องเที่ยวมากันเยอะและมีสินค้าให้เลือก Shop เพียบ! มีหลายโซนให้เดิน เช่น โซนเสื้อผ้า, โซนบ้านและสวน, โซนสัตว์เลี้ยงและโซนร้านเครื่องเรือน มาที่นี่พกงบมา 1,000 บาท ก็ Enjoy ได้ ซื้อของกลับบ้านได้เพียบ!
แหล่ง Shop แห่ง 5 แยกลาดพร้าว รวมร้านอาหารชื่อดังและของ Brand name จะได้ไปชอปปิงประหนึ่งเป็นเศรษฐีดูไบ ย้ำ! เตรียมเงินในบัญชีไว้ให้พร้อมเลย!
ถึงจะเดินทางด้วยบีทีเอสหมอชิตบ่อยก็ต้องระวัง! ถึงจะมีประกันอุบัติเหตุคอยดูแลแต่ก็ต้อง Safe ตัวเองด้วย! ฉะนั้นมาดูวิธีเตรียมตัวก่อนขึ้นรถไฟฟ้ากัน ว่าต้องทำยังไงถึงจะทำให้ชีวิตปลอดภัยได้มากขึ้น?
บีทีเอสหมอชิตคนเยอะเป็นเรื่องปกติ! ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงบันไดเลื่อน ท่องไว้เลยว่าถ้ารีบอยากเดินให้ชิดซ้าย แต่ถ้ายืนเฉยๆ บนบันไดเลื่อนให้ชิดขวา
การพุ่งพรวดเข้าขบวนโดยที่คนข้างในยังออกไม่หมดเป็นอะไรที่อันตรายมาก! เสี่ยงเคลมประกันสุด! อะไรสุด! แนะนำรอให้คนข้างในออกมาก่อน ไม่ต้องรีบร้อน แล้วค่อยเข้าไปเลือกที่นั่งใน BTS
ระหว่างอยู่บนบีทีเอสหมอชิตให้อดใจไว้ก่อน! เพราะอาหารแต่ละอย่างมีกลิ่นเฉพาะตัว บางคนก็ชอบ! บางคนก็ไม่ได้ชอบเหมือนกัน! ดังนั้นรอลงจากขบวนแล้วค่อยหาที่นั่งดีๆ แล้วอีสให้เต็มที่!
ย้ายกระเป๋ามาข้างหน้าป้องกันการถูกโจรกรรม! อีกอย่างยังช่วยให้นั่งสบายขึ้นด้วยนะ กอดเอาไว้ให้แน่นยิ่งอุ่นใจ!
เกิดอุบัติเหตุถูกชนแล้วของในมือกระเด็นไปอยู่ในรางรถไฟ ห้ามเก็บเด็ดขาด! จะสำคัญแค่ไหนก็อย่าหาทำ! Don’t do that! เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุแบบ 300% ทางที่ดีควรแจ้งกับเจ้าหน้าให้จัดการแทนเป็น Choice ที่ดีที่สุด!
ไม่ว่าจะขึ้นบีทีเอสหมอชิตหรือทำกิจกรรมใดๆ การมีประกัน PA จะทำให้ใช้ชีวิตได้สุดกว่าที่เคย! เดินทางไปไหน? ก็ไปแบบคนที่มีความคุ้มครองติดตัวไปด้วยทุกที่! อุ่นใจได้มากกว่า พร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ที่สำคัญเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา? ไม่ว่าความเสียหายจะหนักหรือเบาก็ไม่ต้องควักเงินจ่ายเอง! ให้ทางบริษัทประกันเขาจัดการปัญหาแทนชัวร์ที่สุด! ถ้าลองได้เข้าไปเช็คราคาประกันอุบัติเหตุ insurverse ที่หน้าเว็บไซต์แล้ว จะรู้ว่าราคาเบี้ยประกันที่นี่เริ่มต้นเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น! แต่รับความคุ้มครองฉ่ำๆ สูงสุดถึงหลักล้าน! ดีแบบนี้ยังมีอยู่จริง ชีวิตจะได้ปลอดภัยแม้ในวันที่โลกไม่เป็นใจ!
ให้ทุกนาทีของชีวิตมีแต่ความ Happy จะขึ้นบีทีเอสหมอชิต, ลงเรือข้ามฟากหรือซิ่งพี่วินไปทำงานก็อุ่นใจ! ประกันอุบัติเหตุออนไลน์ insurverse ช่วยให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะปลอดภัยทุกที่ ทุกเวลา! พาตัวเองและคนที่รักไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม เพียงให้ประกันอุบัติเหตุรายปีดูแล จะได้มีชีวิตที่ปลอดภัย, มั่นคงและลดความกังวลจากอุบัติเหตุ! เกิดอะไรขึ้นก็ได้รับการช่วยเหลือ insurverse พร้อมเป็นโลกทั้งใบให้คุณทันที! เคลมได้ทันใจ! ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท