สินเชื่อรถยนต์ เป็นสินเชื่อที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีรายละเอียดหลายอย่างต้องศึกษาก่อนยื่นกู้ เพราะต้องเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการเพื่อความคุ้มค่า ประหยัด และอยู่ในความสามารถที่ชำระไหว ส่วนจะมีข้อควรพิจารณาเรื่องอะไรที่คุณต้องรู้ก่อนยื่นกู้สินเชื่อรถยนต์บ้างนั้น insurverse รวมมาให้แล้ว
สินเชื่อรถยนต์มีหลายประเภท แบ่งออกตามลักษณะของสินเชื่อ ดังนี้
สินเชื่อเช่าซื้อเป็นการกู้สินเชื่อสำหรับซื้อรถยนต์ทั้งมือหนึ่งและมือสอง โดยต้องผ่อนชำระเป็นงวดจนครบถ้วนจึงจะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์อย่างสมบูรณ์
สินเชื่อไฟแนนซ์เป็นการขอสินเชื่อโดยผู้ซื้อหลังจากเลือกรถยนต์จากผู้ขายที่ต้องการ โดยเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามสถาบันการเงินแต่ละแห่ง คุณจะได้กรรมสิทธิ์ของรถทันทีที่ทำสัญญา แต่จะเป็นการจำนองรถไว้กับสถาบันการเงินจนกว่าจะผ่อนชำระครบทุกงวด
มีลักษณะและวัตถุประสงค์คล้ายการรีไฟแนนซ์บ้าน คือเพื่อลดภาระดอกเบี้ยหรือค่างวดในแต่ละเดือน หรือบางรายอาจขอรีไฟแนนซ์เพื่อยืดระยะเวลาผ่อนชำระทำให้ค่างวดแต่ละเดือนลดลง
เป็นสินเชื่อที่นำรถยนต์ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับขอสินเชื่อเงินสด ควรศึกษาเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยให้ดีก่อนตัดสินใจยื่นกู้
สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ออกแบบมาสำหรับคนซื้อรถมือสองโดยเฉพาะ มักมีโปรโมชั่น รายละเอียด และอัตราดอกเบี้ยแตกต่างจากสินเชื่อรถมือหนึ่ง รวมถึงมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต่างกันด้วย
เงื่อนไขของสินเชื่อรถยนต์แต่ละประเภทก็แตกต่างกันออกไป บางประเภทอาจต้องทำ ประกันภัยรถยนต์ ก่อนจึงจะพิจารณาให้กู้ หรือบางประเภทไม่อนุมัติสำหรับรถยนต์มือสอง ต้องยื่นขอสินเชื่อสำหรับรถมือสองโดยเฉพาะ เป็นต้น
ผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
การขอสินเชื่อรถยนต์จากธนาคารมีจุดเด่นในเรื่องความมั่นคง เชื่อถือได้ รายละเอียดสัญญาชัดเจน โปร่งใส มีคุณภาพ และเป็นธรรม หากมีปัญหาขาดสภาพคล่องสามารถปรึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกันได้
การขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์บางครั้งอาจมีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่ดีจากผู้ขายโดยตรง อย่างเต็นท์รถ ลีสซิ่ง หรือผู้ให้บริการอื่นที่ไม่ใช่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตามหากขอสินเชื่อจากผู้ให้บริการเหล่านี้ต้องตรวจสอบรายละเอียดของสัญญาและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ดีก่อนเสมอ
การซื้อรถมือสองเองก็มีสินเชื่อจากสถาบันการเงินและธนาคารรองรับ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนอยากมีรถแต่มีงบประมาณไม่สูงหรืออาจไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถมือหนึ่ง ซึ่งปกติแล้วการขอสินเชื่อรถมือสองมีค่าใช้จ่ายดังนี้
เป็นค่าจองรถที่คุณต้องการเพื่อให้เต็นท์รถหรือผู้ขายรักษารถไว้ระหว่างรอตรวจสอบเครดิตก่อนขอสินเชื่อ มักวางมัดจำการจองที่ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท
การซื้อรถมือสองจะวางเงินดาวน์อยู่ที่ 10 – 25% ของราคารถ ยิ่งวางเงินดาวน์สูงยอดกู้สินเชื่อก็จะลดลง ทำให้มีโอกาสกู้ผ่านมากขึ้นและยังส่งผลให้ค่างวดลดลง ดีต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว
สถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์แต่ละแห่งมีค่าดำเนินการในการขอสินเชื่อรถมือสองต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 – 2% ของวงเงินกู้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ครอบคลุมค่าตรวจสอบประวัติเครดิตบูโร ค่าประเมินมูลค่ารถยนต์ ค่าเอกสารและค่าบริการทำประกันภัยรถยนต์ (ถ้ามี) หรือหากต้องการเลือกซื้อ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยตัวเองก็สามารถแจ้งไฟแนนซ์ได้
การซื้อรถมือสองมีค่าใช้จ่ายอื่นไม่ต่างจากรถมือหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นค้าภาษีรถยนต์หรือค่า พ.ร.บ.รถยนต์
นอกจากนี้ยังมีเรื่องต้องรู้สำหรับผู้ยื่นกู้สินเชื่อรถยนต์มือสอง นั่นคือดอกเบี้ยรถมือสองมักจะสูงกว่าสินเชื่อรถมือหนึ่งเล็กน้อย เนื่องจากค่างวดถูกกว่า วงเงินกู้น้อยกว่า และระยะเวลาผ่อนนานขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่หากผู้ขอสินเชื่อมีประวัติทางการเงินดีสถาบันการเงินอาจพิจารณาให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงได้
ส่วนวงเงินกู้ที่ได้รับส่วนใหญ่แล้วธนาคารและสถาบันการเงินอื่นมักให้วงเงินสำหรับการซื้อรถมือสองที่ประมาณ 80% หรือขึ้นอยู่กับการพิจารณาและโปรโมชั่นในแต่ละช่วงด้วย
ใครกำลังมองหาธนาคารสำหรับขอสินเชื่อรถยนต์ดอกเบี้ยถูก อัปเดตปี 2567 insurverse รวมมาให้แล้ว ดังนี้
ส่วนสินเชื่อรถมือสองสามารถสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญาและอัตราดอกเบี้ยกับทางสถาบันการเงินแต่ละแห่งได้อีกครั้งการขอสินเชื่อรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรถใหม่หรือมือสองต่างก็มีรายละเอียดที่ต้องศึกษา เพราะอัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้ที่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่ารถยนต์ ค่างวด ระยะเวลาผ่อนชำระ และเงินดาวน์ที่วางไว้กับผู้ขาย ดังนั้นใครกำลังมองหาสินเชื่อรถยนต์อย่าลืมเลือกรถที่เหมาะกับงบประมาณ วางเงินดาวน์เพื่อลดค่างวดในแต่ละเดือน และเปรียบเทียบโปรโมชั่นสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลาย ๆ แห่งเทียบกันก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้คุณกู้สินเชื่อสำหรับซื้อรถยนต์ทั้งมือหนึ่งและมือสองได้อย่างคุ้มค่า
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง