ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นคำว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ในใบรับสมัครงาน เพราะถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่หน่วยงานมักมอบให้กับพนักงานของตัวเอง แต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และถ้าลาออกแล้วเงินจะศูนย์หรือไม่ insurverse มีคำตอบมาฝาก
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือ หรือ provident fund กองทุนที่ร่วมกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในองค์กรเดียวกันจัดตั้งขึ้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินออมให้กับพนักงานภายในองค์กร อย่างไรก็ตามกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือว่ามีสถานะเป็นนิติบุคคลที่แยกจากองค์กรหลัก นายจ้างจึงไม่มีสิทธิเข้ามาบริหารจัดการ อีกทั้งยังต้องจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือสำนักงาน ก.ล.ต. และให้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือ บลจ. เป็นผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุน ด้วยการนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนในแหล่งลงทุนต่าง ๆ ให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดกับพนักงาน ภายใต้ความเสี่ยงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ตามนโยบายการลงทุน ด้วยเหตุนี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจึงเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่หลาย ๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจัดเตรียมไว้ให้พนักงานของตัวเอง สำหรับเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาจาก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
จากความหมายหลายคนคงเข้าใจแล้วว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือช่องทางการออมเงินช่องทางหนึ่งสำหรับกลุ่มพนักงานที่มีเงินเดือนประจำ เพราะฉะนั้นจึงทำให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาพร้อมประโยชน์ดังต่อไปนี้
เช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่น การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาพร้อมผลตอบแทนเหมือนกัน โดยผลตอบแทนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมี 2 ส่วน ได้แก่ ผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบ ซึ่งทั้งสองส่วนจะถูกนำมาเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกตามอัตราส่วนการลงทุน
แม้ว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการบริษัทหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นให้กับพนักงาน แต่ตามกฎหมายแล้วนายจ้างไม่มีสิทธิตัดสินใจหรือเข้าบริหารงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะฉะนั้นต่อให้บริษัทเลิกกิจการ รวมถึงลาออกจากงาน ลาออกจากกองทุน เสียชีวิต หรือทุพพลภาพก็ยังได้รับเงินส่วนนี้
มั่นใจว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่ยอมลงทุนในกองทุน เพราะไม่เข้าใจหลักการ กลัวขาดทุน หรือขี้เกียจหาความรู้เรื่องการลงทุน ดังนั้นการลงทุนกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจึงเป็นตัวเลือกตอบโจทย์คนที่อยากลงทุน เนื่องจากมีนักลงทุนมืออาชีพมาบริหารจัดการให้ ซึ่งนอกจากจะได้รับผลตอบแทนโดยไม่ต้องเหนื่อยแล้ว ยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าด้วย
แน่นอนว่าทุกคนต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นประจำทุกปี ซึ่งหากลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้สามารถนำยอดเงินสะสมไปลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุประเภทอื่น อย่างกองทุนรวมเพื่อการออมหรือ SSF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF
การรับเงินคืนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถทำได้ทั้งสิ้น 4 กรณี ได้แก่ สมาชิกเกษียณอายุ ลาออกจากกองทุน การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ และการลาออกจากงาน แต่สำหรับกรณีลาออกสามารถจัดการกับกองทุนได้ 4 วิธี ดังนี้
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับความรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไรที่เรานำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แต่หากตัดสินใจลงทุน ก็แนะนำให้หาข้อมูลมากกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร รับประกันได้ผลตอบแทนอย่างที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน แต่หากต้องการหาหลักประกันให้กับชีวิตในด้านอื่น ๆ แนะนำให้มองหาประกันที่ให้ความคุ้มครองได้ครอบคลุมตามที่คุณต้องการ และหากกำลังมองหาความคุ้มครองเกี่ยวกับรถ insurverse คือบริษัทประกันออนไลน์เจ้าแรกในประเทศไทยที่มีประกันภัยรถยนต์ให้เลือกหลายประเภท ทั้งยังสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับคุณ รวมถึง เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ ก่อนตัดสินใจซื้อได้ เพียงคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ