รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี? คำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเพิ่งเริ่มมีรายได้พิเศษ การเข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาเรื่องภาษีในอนาคต เพราะไม่ใช่แค่มีรายได้แล้วจะเสียภาษีเสมอไป ยังมีเกณฑ์และเงื่อนไขที่ควรรู้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเคลียร์ทุกข้อสงสัยแบบเข้าใจง่ายที่สุด
สำหรับคนที่เริ่มทำงานหรือยังงง ๆ กับระบบภาษี สิ่งที่ควรรู้คือ รายได้ขั้นต่ำที่ทำให้คุณต้องเสียภาษีขึ้นอยู่กับสถานะบุคคล เช่น คนโสด หรือคนสมรส รายได้พึงประเมินขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษีคือ
หมายความว่า ถ้ารายได้คุณน้อยกว่าเกณฑ์นี้ ก็ยังไม่ต้องเสียภาษี
คิดภาษีไม่ยากอย่างที่หลายคนกลัว หลักการมีแค่ 3 ขั้นตอน
เริ่มจากการนำ รายได้ทั้งหมด ที่คุณมีมาตลอดปี เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้างพิเศษ หรือรายได้จากธุรกิจ มาหักออกด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น
ไทยใช้ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได ซึ่งอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามเงินได้สุทธิ
ตัวอย่างการคำนวณเงินได้สุทธิ 340,000 บาท
สำหรับคนที่มีรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าเช่า หรือรายได้จากวิชาชีพอิสระ หากรายได้เหล่านี้รวมกันเกิน 1,000,000 บาท ต้องคำนวณภาษีแบบเหมาด้วย
สูตรภาษีแบบเหมา: (รายได้อื่น ๆ – เงินเดือน) x 0.5%
เมื่อได้ผลลัพธ์ทั้ง 2 วิธี ให้เลือกจ่ายภาษีตามวิธีที่คำนวณแล้วสูงกว่า
ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย การลดหย่อนภาษีก็คือ “ตัวช่วยหักลบกลบรายได้” เพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนครอบครัว หรือการลงทุนและบริจาค ซึ่งแต่ละปีกรมสรรพากรก็จะมีการอัปเดตเงื่อนไขและสิทธิใหม่ ๆ ที่ช่วยให้คุณจ่ายภาษีเบาลง
หัวข้อนี้เหมาะกับคนที่อยากใช้สิทธิพื้นฐาน ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แค่ใช้สถานะส่วนตัวและครอบครัวช่วยลดภาษี
อยากออมเงินไปพร้อมกับลดภาษี ต้องไม่พลาดหัวข้อนี้
ซื้อประกันกับ insurverse หมดห่วงเรื่องเอกสาร เพราะเราเตรียมทุกอย่างให้ครบ พร้อมให้คุณยื่นภาษีออนไลน์ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องยุ่งยาก
การบริจาคไม่เพียงช่วยสร้างบุญ แต่ยังช่วยลดภาษีได้อีกด้วย
สิทธิพิเศษที่มักมาพร้อมนโยบายรัฐในแต่ละปี
การลดหย่อนภาษีจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีเอกสารครบถ้วน เช่น
เอกสารที่ต้องเตรียมมีไม่มาก แต่ขาดไม่ได้ ได้แก่
ยื่นภาษีออนไลน์ง่ายและสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปที่กรมสรรพากร แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จ
เริ่มจากเข้าเว็บไซต์ https://efiling.rd.go.th แล้วเลือก “ยื่นแบบออนไลน์”
สำหรับคนที่ยังไม่มีบัญชี ต้องสมัครสมาชิกก่อน โดยใช้ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล
กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่านที่ตั้งไว้ พร้อมยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP ที่ส่งไปยังมือถือ
ดึงข้อมูลจากใบ 50 ทวิของคุณ เช่น รายได้ทั้งปีและภาษีที่ถูกหักไว้ หากมีรายได้อื่น ๆ เช่น รายได้จากเช่าทรัพย์สิน ให้กรอกเพิ่มในหมวดรายได้อื่น
กรอกค่าลดหย่อนที่คุณมี เช่น
หลังกรอกข้อมูลครบ ตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง โดยระบบจะคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
เมื่อแน่ใจแล้ว กดยืนยันการยื่นแบบ ระบบจะออกใบรับรองการยื่นให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
หากระบบแจ้งว่าคุณต้องชำระภาษีเพิ่ม สามารถเลือกชำระผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น
สำหรับยอดชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนจ่ายได้ 3 งวดโดยไม่มีดอกเบี้ย
ถ้าระบบแจ้งว่าคุณชำระภาษีเกิน สามารถขอคืนได้ผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือเลือกให้ยอดเงินภาษีเกินไปสนับสนุนพรรคการเมือง
การเสียภาษีไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากคุณเข้าใจหลักการคำนวณอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้หรือแม้กระทั่ง คำนวณภาษีรถยนต์ การวางแผนรายได้ให้ตรงตามเกณฑ์และตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วน จะช่วยให้คุณจัดการภาษีได้อย่างง่ายดายและไม่พลาดเรื่องสำคัญ
ถ้าคุณมี เงินได้สุทธิ เกิน 150,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษีแน่นอน เงินได้สุทธิก็คือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ถ้าเกินเกณฑ์นี้ เตรียมคำนวณได้เลย
คนโสด: รายได้เกิน 150,000 บาทต่อปีคนสมรส: รายได้เกิน 300,000 บาทต่อปี
ถ้าเงินเดือนคุณ 12,500 บาทขึ้นไป ก็ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี เพราะรายได้รวมทั้งปีจะเกิน 150,000 บาท
รายได้รวมไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ เช่นเงินเดือนต่ำกว่า 120,000 บาทต่อปีรายได้พิเศษต่ำกว่า 60,000 บาทต่อปีแบบนี้ไม่ต้องยื่นให้ยุ่งยาก
เช็กง่าย ๆ แค่รวมรายได้ทั้งปี แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ถ้าเหลือเกิน 150,000 บาท เตรียมเสียภาษีได้เลย ใช้เว็บกรมสรรพากรช่วยคำนวณก็ได้ สะดวกมาก!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท