รู้หรือไม่ว่าหากเป็นสมาชิกประกันสังคมทั้งมาตรา 33 และ 39 นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล สะสมเงินเกษียณ หรือเงินชดเชยเมื่อออกจากงานแล้ว ยังได้รับสิทธิประกันสังคมทันตกรรมด้วย มาดูกันว่าภายใน 1 ปี คุณสามารถใช้ประกันสังคมเข้ารับบริการทันตกรรมประเภทไหนได้บ้าง และหากต้องสำรองจ่ายก่อนจะมีขั้นตอนเบิกเงินจากประกันสังคมอย่างไร
ประกันสังคมทันตกรรม คือสิทธิการเบิกประกันสังคมเพื่อรับบริการทันตกรรมของผู้ทำประกันสังคมมาตรา 33 และ 39 ครอบคลุมสิทธิ ดังนี้
หากใครใช้สิทธิประกันสังคมทันตกรรมแล้วต้องสำรองจ่ายก่อน ปัจจุบันสามารถเบิกเงินจากประกันสังคมได้ง่ายและสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ ครอบคลุมค่าบริการ ดังนี้
หากใครต้องสำรองจ่ายค่าทันตกรรมด้วยตัวเองสามารถเตรียมเอกสารเบิกเงินจากประกันสังคมได้ด้วยตัวเอง ดังนี้
โดยต้องยื่นขอเบิกค่าทำฟันภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันเข้ารับบริการ มีขั้นตอนการเบิกประกันสังคมแบบออนไลน์ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน ดังนี้
เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.sso.go.th จากนั้นเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน หากยังไม่เคยสมัครสมาชิก สามารถสมัครสมาชิกก่อนได้
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วคลิกไปที่เมนู ระบบทันตกรรม จากนั้นเลือกเมนู เบิกประกันสังคม ทำฟัน ระบบจะเข้าสู่หน้าตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของผู้ประกันตน การตรวจสอบสิทธิและบันทึกรับแจ้งของการทำฟัน ให้กรอกข้อมูลต่าง ๆ ตามแบบฟอร์มให้ครบถ้วน ในส่วนของ สปส.รับผิดชอบ ให้เลือกสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่สะดวกยื่นเอกสาร เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้วคลิกปุ่ม ยืนยันการเบิก
หลังกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์แล้วให้คุณนำส่งเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านตามที่เลือกไว้ในขั้นตอนที่ 2 จากนั้นหากเอกสารและข้อมูลถูกต้องครบถ้วน รอดำเนินการประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ จะได้รับเงินคืนจากสำนักงานประกันสังคม
สิทธิประกันสังคมทันตกรรม เป็นสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ประกันสังคมมอบให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ทุกคน ดังนั้นในแต่ละปีหากใครไปใช้บริการคลินิกทำฟัน อย่าลืมเช็กสิทธิของตัวเองด้วยว่ามีสิทธิทำฟันอะไรบ้างจากประกันสังคมที่คุณสามารถรับบริการได้ รวมถึงคลินิกเบิกได้เลยโดยไม่ต้องสำรองจ่ายหรือต้องจ่ายเองก่อนแล้วเบิกภายหลัง นอกจากนี้อย่าลืมว่าหากมีส่วนต่างเกินจากสิทธิประกันสังคมคุณต้องจ่ายส่วนต่างนั้นเองด้วยการทำประกันสังคมเป็นการคุ้มครองความเสี่ยงขั้นพื้นฐานสำหรับคนไทย แต่สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนต้องไม่ลืมทำ ประกันภัยรถยนต์ เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน มองหาประกันที่เหมาะกับคุณได้ง่าย ๆ และครบถ้วนกว่าที่ insurverse ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ