หากกล่าวถึงสวัสดิการของลูกจ้างที่เหล่าลูกจ้างอยากได้รับเป็นอันดับต้น ๆ เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึงสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่นายจ้างและลูกจ้างต่างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อเป็นเงินก้อนให้กับลูกจ้างใช้จ่ายยามเกษียณ โดยการจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง หากย้ายสถานที่ทำงานก็ยังสามารถโอนกองทุนไปยังสถานที่ทำงานใหม่ได้ แต่สำหรับใครที่สมัครกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้นานแล้วและไม่แน่ใจว่าจะเช็คยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้อย่างไร วันนี้ insurverse มีวิธีเช็คยอดกองทุนด้วยตัวเองได้แบบง่าย ๆ มาฝากกัน เพื่อเป็นประโยชน์กับเหล่ามนุษย์เงินเดือนและเพื่อวางแผนการเงินในอนาคต
ก่อนจะไปดูว่าสามารถเช็คยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้อย่างไร อยากให้ลองทำความรู้จักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันก่อนว่าคืออะไร และมีประโยชน์แก่ลูกจ้างอย่างไรบ้าง
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือกองทุนที่เกิดขึ้นจากความสมัครใจ ซึ่งนายจ้างและลูกจ้างต่างจ่ายเงินเข้ากองทุนทุกเดือนโดยการหักจากเงินเดือน ตามกฎหมายแล้วลูกจ้างสามารถจ่ายเงินสะสมได้ตั้งแต่ 2 – 15% ต่อเดือน ในขณะที่ฝั่งนายจ้างจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนให้ลูกจ้างเช่นกัน ซึ่งตามกฎหมายแล้วจ่ายเงินสมทบได้ตั้งแต่ 2 – 15% ต่อเดือน แต่ต้องไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง โดยเงินเหล่านี้จะถูกดูแลโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ. ที่จะนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนออกดอกออกผล จากนั้นจะนำมาเฉลี่ยให้สมาชิกตามสัดส่วนเงินในกองทุนของแต่ละบุคคล ซึ่งเงินส่วนนี้ถูกเรียกว่า “ประโยชน์ของเงินสะสม” และ “ประโยชน์ของเงินสมทบ”
สำหรับเงินเหล่านี้ลูกจ้างจะได้รับเมื่อเกษียณอายุ ลาออกจากงาน ลาออกจากกองทุน ทุพพลภาพ หรือเมื่อเสียชีวิต และด้วยความที่เป็นเงินสะสมระยะยาวลูกจ้างจึงควรเช็คยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเสมอ เพื่อให้ทราบว่าปัจจุบันตนเองมียอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่าไหร่จะได้วางแผนอนาคตทางการเงินได้อย่างรอบคอบ
การมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแน่นอนว่าต้องมีประโยชน์ โดยเฉพาะในฝั่งลูกจ้าง เพราะนี่คือเงินสะสมก้อนใหญ่ที่จะได้รับในอนาคต นำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ และยังเป็นการฝึกนิสัยการออมเงินและการวางแผนทางการเงินอีกด้วย ในอนาคตหากมีเหตุให้ใช้เงินก้อนอย่างน้อยเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็สามารถช่วยต่อยอดอนาคตได้
ใครเป็นพนักงานออฟฟิศน่าจะคุ้นเคยว่าแต่ละปีจะมีจดหมายแจ้งยอดเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาให้ โดยส่งผ่านฝ่ายบุคคล ซึ่งสามารถตรวจสอบยอดเงินได้จากเอกสารดังกล่าว
หากไม่ต้องการรอเอกสารก็สามารถเช็คยอดเงินสะสมกับสถาบันการเงินได้โดยตรงทางโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจแนะนำให้เช็คข้อมูลจากช่องทางอื่นที่สถาบันการเงินนั้น ๆ ได้เตรียมไว้บริการ
อีกหนึ่งวิธีเช็คยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ การตรวจสอบผ่านช่องทางออนไลน์หรือทางแอปพลิเคชันของสถาบันการเงินผู้ดูแลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งสามารถสอบถามช่องทางได้กับฝ่ายบุคคลของสถานประกอบการ โดยมีขั้นตอนการกรอกข้อมูลส่วนตัวและการกรอกรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
จะเห็นว่าการมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นมีข้อดีหลายอย่าง นอกจากได้เงินสมทบเพิ่มขึ้นจากนายจ้างแล้วยังเป็นการฝึกนิสัยการออมเงิน ฝึกบริหารการเงิน และยังได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษี เพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิต ซึ่งใครมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ไม่ทราบว่าตนเองมียอดสะสมเท่าไหร่ สามารถเช็คยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ด้วยตัวเองจากหลากหลายช่องทาง
นอกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะช่วยให้ดำเนินชีวิตอย่างอุ่นใจเพราะมีเงินสำรองแล้ว การมีประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุ ประกันบ้านและคอนโด ประกันเดินทาง หรือ ประกันรถยนต์ ก็ช่วยให้สบายใจเช่นกัน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างน้อยประกันเหล่านี้จะทำหน้าที่คุ้มครองความเสียหาย ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ภาระที่หนักจึงกลายเป็นเบา หากสนใจทำประกันภัยสามารถศึกษารายละเอียดประกันแต่ละประเภท เช็กค่าเบี้ยประกัน และซื้อประกันออนไลน์ได้ที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท