insurverse จะทำให้ประกันเป็นเรื่องง่าย ติดตามความรู้เรื่องประกันภัยและกิจกรรมได้ที่นี่
วินาทีระทึกถนนอุดร-สกลนคร กระบะเสียหลักเหินข้ามเลนชนเก๋งยับ เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนสายอุดรธานี-สกลนคร บริเวณบ้านหัน ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี รถกระบะเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนเข้าไปชนประสานงากับรถเก๋งที่ขับสวนมาอย่างจัง หน้ารถพังเสียหายยับเยิน มีผู้บาดเจ็บรวม 5 ราย หน่วยกู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลหนองหาน ตำรวจ สภ.หนองหาน เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รถเสียหลักข้ามเกาะไปชนรถเลนตรงข้าม มีความผิดตามกฎหมายอย่างไร? ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และประมวลกฎหมายอาญา: การประเมินความเสียหายและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กรณีรถชนประสานงาจนสภาพหน้ารถเสียหายหนัก หากค่าซ่อมเกิน 70% ของมูลค่ารถ บริษัทประกันจะพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนแบบ “คืนทุนประกัน (Total Loss)” เพื่อให้เจ้าของรถนำเงินไปจัดหารถคันใหม่ ช่องทางการรับความคุ้มครองและเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล 1. พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ 2. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1: ซ่อมรถของเราและคู่กรณีเต็มวงเงินทุนประกัน พร้อมเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล 3. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+: คุ้มครองค่าซ่อมรถคู่กรณีและซ่อมรถเราตามทุนประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนรถ คำแนะนำในการขับขี่บนถนนทางหลวงที่มีเกาะกลาง สรุปและการเตรียมพร้อมรับมืออุบัติเหตุด้วยประกันภัย อุบัติเหตุจากการเสียหลักข้ามเกาะกลางมักสร้างความเสียหายรุนแรง การมี ประกันภัยรถยนต์ (ชั้น… Continue reading กระบะพุ่งข้ามเกาะชนประสานงาเก๋งที่หนองหานเจ็บ 5 ราย: ส่องกฎหมายละเมิด & ประกันรถยนต์ดูแลครบ
อุบัติเหตุซ้ำซากบนทางม้าลาย จยย. แซงพุ่งชนคนเดินข้ามถนนเจ็บหนัก เกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจบนทางม้าลายหน้าโรงพยาบาลบางปะกอก 1 ถนนสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ หญิงวัย 54 ปี เดินข้ามถนนตามสัญญาณและทางม้าลาย แต่ถูกรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาด้วยความเร็วพุ่งชนอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บุคลากรทางการแพทย์เร่งช่วยชีวิตนำเข้าห้องฉุกเฉินทันที เหตุการณ์นี้จุดกระแสเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายทางม้าลายอย่างเด็ดขาด ขับรถไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลายและชนคนเดินเท้า มีโทษทางกฎหมายอย่างไร? ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม): แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลายและการขับขี่ สรุปและการสร้างความคุ้มครองอุบัติเหตุบนท้องถนน ทางม้าลายต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน การเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมการมี พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ร.บ. จักรยานยนต์ และ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) จะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและบรรเทาภาระทางการเงินของครอบครัวได้อย่างครอบคลุม
การเลือกตั้งประกันสังคม ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของระบบแรงงานไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนและนายจ้างได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการเลือก “คณะกรรมการประกันสังคม” (บอร์ดประกันสังคม) เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท และร่วมกำหนดทิศทางนโยบายสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ เงินชดเชย และเงินบำนาญชราภาพของพวกเราทุกคน เลือกตั้งประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญต่อทุกคน บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) คณะกรรมการประกันสังคมประกอบด้วยตัวแทน 3 ฝ่าย (ไตรภาคี) ได้แก่ ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน และตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอนโยบาย วางเกณฑ์การลงทุนเงินกองทุน และพิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การเพิ่มค่าทำฟัน การปรับสูตรบำนาญชราภาพ และการขยายสิทธิการรักษาพยาบาล ทำไมผู้ประกันตนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งตัวแทนเข้ามาดูแลผลประโยชน์ เพราะเงินสมทบที่เราจ่ายเข้ากองทุนทุกเดือนควรได้รับการดูแลอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน การเลือกตัวแทนที่มีความรู้ความสามารถจะช่วยปกป้องสิทธิประโยชน์ของแรงงานได้อย่างแท้จริง คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งประกันสังคม (ทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง) คุณสมบัติของผู้ประกันตน (ม.33, ม.39, ม.40) ที่มีสิทธิลงคะแนน คุณสมบัติของนายจ้างที่มีสิทธิออกเสียง เป็นนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศเลือกตั้ง… Continue reading เลือกตั้งประกันสังคม คืออะไร? สรุปวิธีลงทะเบียนใช้สิทธิ คุณสมบัติ และความสำคัญต่อผู้ประกันตน
การต้อนรับสมาชิกตัวน้อยเข้าสู่ครอบครัวถือเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยความสุข แต่ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการคลอดและการดูแลบุตร สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตน เบิกค่าคลอดประกันสังคม ถือเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ด้วยวงเงินเหมาจ่าย 15,000 บาท พร้อมเงินสงเคราะห์หยุดงานและค่าตรวจฝากครรภ์ ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเงินสำรองไปใช้เตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้เด็กอ่อน หรือการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างการเช็กสภาพและต่อประกันรถยนต์ให้คุ้มครองครบถ้วน เพื่อความอุ่นใจในทุกๆ ครั้งที่ต้องขับรถพาลูกน้อยกลับบ้านหรือไปหาหมอ บทความนี้จะสรุปสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรทั้งหมด เงื่อนไขการใช้สิทธิ เอกสารที่ต้องเตรียม และขั้นตอนการยื่นเบิกเงินแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร ประกันสังคมจ่ายอะไรให้บ้าง? ผู้ประกันตนจะได้รับเงินช่วยเหลือครบ 3 ส่วนหลัก ได้แก่: 1. เงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) ประกันสังคมจ่ายเงินค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ณ โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนใดก็ได้ และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเบิก 2. เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้าง (90 วัน สำหรับผู้ประกันตนหญิง) เฉพาะผู้ประกันตนหญิง (ม.33) จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุด… Continue reading เบิกค่าคลอดประกันสังคม ใช้อะไรบ้าง? สรุปเอกสาร วงเงินเหมาจ่าย 15,000 บาท และวิธีรับเงินสงเคราะห์
ทุกสิ้นเดือนเมื่อสลิปเงินเดือนออก คำถามยอดฮิตที่คนทำงานทุกคนมักสงสัยคือ ประกันสังคมหักเท่าไหร่? เงินที่ถูกหักไปในแต่ละเดือนคิดจากอะไร? และเงินจำนวนนั้นถูกนำไปสะสมเป็นสิทธิประโยชน์อะไรให้เราบ้าง บทความนี้จะสรุปอัตราการหักเงินสมทบของประกันสังคมทุกมาตรา ทั้ง ม.33, ม.39 และ ม.40 พร้อมสูตรคำนวณง่ายๆ และวิธีนำยอดเงินสมทบไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกันสังคมหักเท่าไหร่? สรุปอัตราเงินสมทบของแต่ละมาตรา อัตราเงินสมทบขึ้นอยู่กับประเภทของมาตราที่ผู้ประกันตนสังกัดอยู่ ดังนี้ มาตรา 33 (พนักงานประจำ): หัก 5% ของเงินเดือน (สูงสุด 750 บาท/เดือน) คำนวณจากฐานเงินเดือนจริง เริ่มต้นขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท คิดในอัตรา 5% ทำให้อัตราหักเงินสมทบอยู่ระหว่าง 83 – 750 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบเพิ่มให้อีก 5% ในยอดที่เท่ากัน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ): จ่ายคงที่ 432 บาท/เดือน คิดจากฐานค่าจ้างคงที่ตามกฎหมาย 4,800 บาท ในอัตรา 9% ทำให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเท่ากันทุกคนที่… Continue reading ประกันสังคมหักเท่าไหร่? สรุปอัตราเงินสมทบ ม.33 ม.39 ม.40 คำนวณง่ายๆ รู้ยอดหักต่อเดือน
เมื่อย่างเข้าสู่วัย 55 ปี หนึ่งในสิทธิประโยชน์ก้อนใหญ่ที่ผู้ประกันตนทุกคนเฝ้ารอคือ เช็คเงินประกันสังคม อายุ 55 เพื่อรับเงินสะสมกรณีชราภาพ ซึ่งถือเป็นเงินออมก้อนสำคัญที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเป็นทุนสำรองด้านสุขภาพที่วัยนี้มักนิยมนำเงินบางส่วนไปทำประกันอุบัติเหตุเผื่อไว้ เพื่อปกป้องเงินบำนาญก้อนหลักไม่ให้หมดไปกับค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินโดยไม่คาดฝัน สำหรับคนที่สงสัยว่า เมื่ออายุครบ 55 ปี จะได้รับเงินชราภาพเป็นเงินก้อน (บำเหน็จ) หรือเงินรายเดือนตลอดชีวิต (บำนาญ)? มีสูตรคำนวณอย่างไร? และจะสามารถเช็กยอดเงินสะสมได้ผ่านช่องทางใด บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว เงื่อนไขการรับเงินชราภาพประกันสังคมเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ 2 เงื่อนไขสำคัญ: อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ + สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ผู้ประกันตนจะมีสิทธิขอรับเงินชราภาพได้ ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ: เช็กเงินชราภาพ อายุ 55: คุณจะได้ “เงินก้อน (บำเหน็จ)” หรือ “เงินรายเดือน (บำนาญ)”? รูปแบบเงินชราภาพขึ้นอยู่กับ “ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ” ตลอดอายุการทำงาน กรณีรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน / น้อยกว่า… Continue reading เช็คเงินประกันสังคม อายุ 55 ได้เงินก้อนหรือรายเดือน? สรุปวิธีเช็กยอดบำเหน็จบำนาญชราภาพ