vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
3 เอกสารสำคัญที่ต้องมีติดรถยนต์ ปี 2567

3 เอกสารสำคัญที่ต้องมีติดรถยนต์ ปี 2567

schedule
share
3 เอกสารสำคัญที่ต้องมีติดรถยนต์ ปี 2567
ที่มารูปภาพ: https://www.freepik.com/free-photo/insurance-agent-working-during-site-car-accident-claim-process-people-car-insurance-claim_5597944.htm

เช็กด่วน! เอกสารติดรถยนต์ มีอะไรบ้าง? สำเนาทะเบียนรถ จำเป็นต้องพกไหม และหากไม่พกติดรถเอาไว้จะเกิดอะไรขึ้น! รวมถึงอธิบายเงื่อนไขความคุ้มครองของ พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง

การพกเอกสารสำคัญที่ต้องมีติดรถยนต์เอาไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันการเสียค่าปรับตามระเบียบข้อบังคับเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยลดความยุ่งยากในการสืบหาข้อเท็จจริงเมื่อเกิดอุบัติเหตุด้วย

3 เอกสารสำคัญที่ต้องมีติดรถยนต์ ปี 2567

สำหรับเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องพกติดรถเอาไว้ ได้แก่

1.สำเนาทะเบียนรถ

เอกสารสำคัญที่ควรพกติดรถในรูปแบบของสำเนา เพราะป้องกันการสูญหาย หรือถูกขโมยรถไปพร้อมกับเล่มทะเบียนรถจริง สำเนาเล่มทะเบียนรถคือหลักฐานการแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเจ้าของรถ หมายเลขตัวถัง ประวัติการเสียภาษี ประวัติการครอบครองรถเมื่อมีการโอนรถ เป็นต้น ทำเล่มทะเบียนรถหายควรรีบดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันและนำเอกสารบันทึกประจำวัน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาเล่มทะเบียนรถเล่มเก่า (ถ้ามี) ไปติดต่อที่สำนักงานขนส่งทางบกประจำจังหวัดเพื่อขอเล่มใหม่

2.พ.ร.บ.รถยนต์

เป็นประกันภัยภาคบังคับที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถ โดย พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง นั้น ได้แก่ ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามจริงได้สูงสุด 30,000 บาท และในกรณีที่เกิดความสูญเสียต่ออวัยวะหรือชีวิต สามารถเบิกค่าสินไหมชดเชยได้เพิ่มอีก 35,000 บาท โดยเบิกค่าสินไหมทั้ง 2 กรณีพร้อมกันได้ไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน นอกจากนี้หากสืบความจริงแล้วเป็นฝ่ายถูก ยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในเพิ่มได้อีกด้วย ทำให้การติดป้ายภาษีรถยนต์เพื่อแสดงการต่ออายุ พ.ร.บ. ถูกต้อง จึงเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องมีติดรถเอาไว้

3.กรมธรรม์ประกันรถยนต์

หรือประกันภัยภาคสมัครใจที่เจ้าของรถสามารถเลือกความคุ้มครองได้ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ของผู้เอาประกันและคู่กรณี โดยแบ่งประกันภาคสมัครใจออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

  • ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายของผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับบาดเจ็บ ตัวรถ อุปกรณ์แต่งรถจากศูนย์ให้บริการ, ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ไฟไหม้ การเฉี่ยวชนแบบไม่มีคู่กรณี รวมถึงรถยนต์สูญหาย
  • ประกันชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 1 แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของตัวรถและอุปกรณ์แต่งรถจากศูนย์ในกรณีที่เฉี่ยวชนกับยานพาหนะทางบกที่มีเครื่องยนต์ รวมถึงความเสียหายของรถกรณีรถยนต์สูญหาย/เกิดไฟไหม้ และความคุ้มครองความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงบุคคลภายนอก
  • ประกันชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสารของรถคันที่เอาประกันและบุคคลภายนอก ให้ความคุ้มครองต่อทรัพย์สินของผู้เอาประกันและบุคคลภายนอก
  • ประกันชั้น 3 ให้ความคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสารของคันที่เอาประกันและบุคคลภายนอก รวมถึงให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

แม้ว่าจะทำ พ.ร.บ.รถยนต์ เอาไว้แล้ว แต่การมีประกันภัยภาคสมัครใจจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุได้มากขึ้น ทั้งค่าชดเชย ค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะค่าซ่อมแซมรถยนต์ของผู้เอาประกันเองและคู่กรณี รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

การเตรียมเอกสารสำคัญทั้ง 3 ฉบับเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม! ทั้งนี้ หากใครอยากเพิ่มความคุ้มค่าและสะดวกสบายในการต่อประกันรถยนต์ พร้อม พ.ร.บ. รถยนต์ในราคาคุ้มค่ากว่าที่เคย Insurverse ประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย ยืดหยุ่นและคุ้มค่ากว่า เช็กเบี้ย พ.ร.บ. ได้ที่นี่

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย