พ.ร.บ.รถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถทุกคัน ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือใหม่ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมมากน้อยแค่ไหน แต่หากว่าไม่ได้ทำ พ.ร.บ.รถยนต์ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ หมดอายุ แต่ไม่ยอมไปต่อ นอกจากจะมีผลทางกฎหมายแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะตามมาพร้อมค่าใช้จ่ายมากมายอีกเช่นเดียวกัน
พ.ร.บ.รถยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดว่าเจ้าของรถจะต้องทำให้รถทุกคัน โดยปกติแล้วจะมีอายุ 1 ปี และจำเป็นต้องดำเนินการต่อ พ.ร.บ. เป็นประจำทุกปี และหากไม่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่รถคันนั้นจะมีโทษทางกฎหมาย เนื่องจากมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยมีค่าปรับดังนี้
นอกจากนี้ หากเกิดอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ไม่สามารถยื่นต่อภาษีรถยนต์ หรือต่อทะเบียนรถยนต์ได้ หากปล่อยไว้นานเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ และเมื่อจะไปต่อภาษี จะเสียค่าปรับสำหรับการชำระภาษีรถยนต์ย้อนหลังเดือนละ 1%
หากถึงวันหมดอายุแล้วไม่มีการทำเรื่องต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งมีผลกระทบและการดำเนินการที่ยุ่งยากมากขึ้น
หากปล่อยให้ขาดต่อเนื่องมาไม่เกิน 1 ปี จะสามารถทำเรื่องต่อภาษีได้เลยโดยไม่เสียค่าปรับในส่วนของ พ.ร.บ. เพิ่มเติม แต่อาจจะโดนปรับในส่วนของภาษีได้
จะต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อน และไปต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ด้วยตนเองได้ที่กรมการขนส่งทางบก เพื่อทำการต่อทะเบียนรถพร้อมกับเสียค่าปรับครับ โดยมีเอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ สมุดทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าต่อภาษี และค่าตรวจสภาพรถด้วย
ในระยะเวลานี้รถจะถูกระงับทะเบียน หากต้องการใช้รถ จะต้องทำการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่และเสียค่าปรับจากการเก็บภาษีรถยนต์ย้อนหลัง เอกสารที่ใช้จะมี ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ สมุดทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ และมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาด้วย
ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะรอให้ พ.ร.บ.รถยนต์ หมดอายุ เพราะสามารถต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือน ดังนั้น เช็กวันหมดอายุให้ดี แล้วมาต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ล่วงหน้า พร้อมรับกรมธรรม์ทันทีทางอีเมล ราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นที่ 569 บาทเท่านั้น พลาดไม่ได้แล้ว ที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย