รู้หรือไม่ ทุกครั้งที่ผู้ครอบครองรถต่อภาษีรถยนต์แต่ละปี นอกจากเป็นการปฏิบัติตามกฎจราจรแล้ว เงินภาษีรถยนต์ที่เจ้าของรถยนต์ทุกคันจ่ายไปยังถูกจัดสรรเป็นค่าซ่อมแซมและปรับปรุงเส้นทางคมนาคมให้ดีขึ้นด้วย แต่หากใครลืมต่อภาษีและพ.ร.บ.คุ้มครองรถจะโดนค่าปรับเท่าไหร่ เช็คดูได้ที่นี่!
การขาดต่อภาษีรถยนต์จะเสียค่าปรับเดือนละ 1% ของค่าภาษีรถ ตัวอย่าง: รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ขนาด 1,600 ซีซี เสียภาษีตามปกติ ปีละประมาณ 1,800 บาท แต่เจ้าของรถยนต์ขาดต่อภาษีเป็นระยะเวลา 5 เดือน จะเสียค่าปรับจำนวน (1,800 x 1)/100 = 18 (บาท) x 5 (เดือน) = 90 บาท เป็นต้น โดยเจ้าของรถยนต์จะถูกปรับเมื่อดำเนินการต่อภาษีในช่วง 1 – 3 ปีที่ขาดต่อ แต่หากปล่อยให้ภาษีขาดเกินกว่า 3 ปีขึ้นไป ไม่เพียงแต่ป้ายทะเบียนที่ถูกยกเลิกแต่รถยนต์จะไม่สามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้ครอบครองรถยนต์จะต้องดำเนินการแจ้งจดทะเบียนใหม่กับกรมขนส่งทางบกพร้อมชำระค่าปรับทำให้เสียทั้งเงินและเวลา
หากคุณยังเข้าใจว่าภาษีและพ.ร.บ.รถยนต์ คือ เอกสารเดียว insurverse ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่คุณเข้าใจผิด เพราะภาษีเปรียบเสมือนการจดทะเบียนยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์แต่พ.ร.บ.รถ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยรถยนต์หรือประกันภัยภาคบังคับที่มีไว้เพื่อชดเชยความเสียหายให้กับผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ ทำให้วันหมดอายุของภาษีและพ.ร.บ.จึงไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่เดียวกันก็ได้ ดังนั้นในกรณีที่ภาษีหมดอายุก่อนพ.ร.บ. ผู้ครอบครองรถจะต้องดำเนินการต่อภาษีให้เรียบร้อยจึงสามารถต่อพ.ร.บ.คุ้มครองรถได้รวมถึงหากนำรถยนต์ไปใช้งานโดยที่ภาษีขาดจะเสียค่าปรับตำรวจ 400 – 1,000 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบ
💚ทริคดีๆ💚 : คํานวณภาษีรถยนต์ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ครอบคลุมรถส่วนบุคคลทุกประเภทไม่ต้องเสียเวลาคำนวณเอง💚
การมีพ.ร.บ.เอาไว้จะช่วยคุ้มครองความเสียหายเบื้องต้นทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยการสูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิตรวมกันไม่เกิน 65,000 บาท โดยหลังจากได้พิสูจน์ความผิดและเป็นฝ่ายถูกจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 80,000 บาทต่อคน, ค่าชดเชยรายวันผู้ป่วยใน วันละ 200 บาทสูงสุด 20 วันและกรณีสูญเสียอวัยวะหรือชีวิตพ.ร.บ.จ่ายค่าสินไหมสูงสุด 500,000 บาทต่อคน ซึ่งพ.ร.บ.รถยนต์ขาดปรับเท่าไหร่นั้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หมวด 4 บทกำหนดโทษ มาตรา 37 ระบุไว้ว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 7 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยความในมาตรา 7 ระบุไว้ว่า เจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยโดยประกันภัยกับบริษัท
หากคุณไม่มีเวลาในการเดินทางไปต่อภาษีรถยนต์สามารถต่อภาษีด้วยตัวเองได้ง่ายๆ บนเว็บไซต์ ดังนี้
ในกรณีที่รถยนต์ของคุณจดทะเบียนไม่เกิน 7 ปีสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้โดยไม่ต้องนำรถยนต์ไปตรวจสภาพที่ตรวจสภาพรถยนต์เอกชน (ตรอ.) แต่ในกรณีที่จดทะเบียนเกินกว่า 7 ปีต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนและเมื่อได้รับใบรายงานผลจึงสามารถต่อภาษีได้ โดยวิธีการต่อภาษีรถออนไลน์ต้องเข้าสู่เว็บไซต์กรมขนส่งทางบกและเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นเลือกเมนูชำระภาษีรถประจำปีและเลือกชำระภาษีรถประจำปีผ่านอินเทอร์เน็ต โดยทำตามขั้นตอนต่างๆ ให้เรียบร้อยพร้อมชำระเงินและรอรับเอกสารภาษีได้ตามที่อยู่ที่กรอกไว้ภายใน 3 – 5 วันทำการ
เข้าสู่เว็บไซต์ insurverse และเลือกเมนูซื้อประกันออนไลน์ เลือกประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และเลือกเมนูเช็คราคา จากนั้นระบบจะแสดงค่าพ.ร.บ.รถยนต์ราคาเริ่มต้น 499 – 999 บาทขึ้นอยู่ประเภทรถยนต์และดำเนินการชำระเงินเป็นอันเสร็จเรียบร้อยรับความคุ้มครองทันที
ขาดต่อภาษีรถยนต์ค่าปรับ 1% ของภาษีประจำปี ในกรณีที่ไม่อยากขาดต่อภาษีรถยนต์หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ สามารถตรวจสอบระยะเวลาครบกำหนดและดำเนินการต่อภาษีและ พ.ร.บ. ล่วงหน้า โดยเลือกความคุ้มค่าในการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ในราคาถูกกว่าที่ insurverse
หากสงสัยว่า ต่อพ.ร.บ.รถยนต์กี่บาท สามารถเช็กข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที เลือกราคาและเงื่อนไขที่เหมาะกับประเภทรถของคุณได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลหลายที่ คลิกเช็กเบี้ยพ.ร.บ.รถยนต์ได้เลย!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย