นักขับอย่างเรา ปวดหัวอย่างแรงกับเรื่องวุ่นอย่างการต่อภาษีรถยนต์เพราะนอกจากมีความสับสนกับการต่อ พ.ร.บ.ถยนต์ ที่ต่อเป็นประจำทุกปีมามากเพียงพอแล้ว ก็ยังต้องเตรียมเงินพร้อมกับเอกสารต่างๆ ไปยื่นที่กรมขนส่ง เพื่อทำเรื่องต่อภาษีอีกด้วย เชื่อว่าเจ้าของรถหลายคนคงจะมองว่าการต่อภาษีและการต่อพ.ร.บ.รถยนต์เป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองมากๆ บอกได้คำเดียวว่าทุกท่านคิดผิด เพราะทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว ตามมาส่องเหตุผลที่ต้องต่อพ.ร.บ.และภาษีรถยนต์เป็นประจำทุกปีกันเลออออออออ!!
สำหรับการต่อภาษีรถยนต์คือป้ายกระดาษที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งเจ้าของรถทุกคนจะต้องดำเนินการต่อภาษีรถตามที่กฎหมายได้มีการกำหนดไว้ซึ่งจะต้องมีการต่อทุกปี ค่าภาษีรถยนต์ที่เราจ่ายไปในทุกปีทางหน่วยงานภาครัฐจะนำไปพัฒนาปรับปรุงถนนรวมไปถึงการคมนาคมภายในประเทศต่อไป หากขาดแม้แต่ปีเดียว จะต้องเสียค่าปรับและเสียเวลาในการดำเนินการอีกด้วยนะ
1. การต่อภาษีรถยนต์จะต้องดำเนินเรื่องต่อในปีที่หมดอายุ สามารถต่อล่วงหน้าได้ 90 วัน
2. หากดำเนินการต่อภาษีรถหลังจากหมดอายุแล้ว เจ้าของรถจะต้องดำเนินการเสียค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่หมดอายุ
3. หากขาดการต่อภาษีรถเกิน 3 ปีเป็นต้นไปป้ายทะเบียนรถยนต์ของท่านจะถูกยกเลิกทันที
4. ต่อภาษีรถยนต์ต้องตรวจสภาพรถไหม? สำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปีไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีแต่หากมีอายุเกิน 5 ปีจะต้องดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนทุกครั้ง
5. ต้องดำเนินเรื่องต่อพ.ร.บ.รถยนต์ก่อนถึงจะดำเนินเรื่องต่อภาษีรถยนต์ได้
💚ทริคดีๆ💚 : คํานวณภาษีรถยนต์ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ครอบคลุมรถส่วนบุคคลทุกประเภทไม่ต้องเสียเวลาคำนวณเอง💚
1. คู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงหรือสำเนา
2. หลักฐานที่ระบุไว้ว่าได้ทำประกันภัยตามที่กฎหมายบังคับหรือที่คนทั่วไปเรียกว่า พ.ร.บ.รถยนต์
3. หากรถยนต์มีอายุเกินกว่า 5 ปีขึ้นไปและรถมีการดัดแปลงสภาพต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถยนต์
หลายคนสงสัยว่าพ.ร.บ. ย่อมาจาก? พ.ร.บ.รถยนต์คือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้มีการออกกฎบังคับมาเพื่อให้เจ้าของรถทุกคันดำเนินเรื่องต่อทุกปี ซึ่งการทำ พ.ร.บ. รถยนต์เอาไว้ เปรียบดังหลักประกันที่เป็นตัวช่วยคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือหากพูดง่ายๆ พ.ร.บ. รถยนต์คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
ความจำเป็นของการต่อพ.ร.บ.ประกันเพราะเป็นสิ่งที่มอบความคุ้มครองให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอธิบายง่ายๆ เพื่อให้มองเห็นความคุ้มครองแบบชัดเจน พ.ร.บ.รถยนต์ “คุ้มครองคน” แต่ “ไม่ได้คุ้มครองรถ” ขยายความได้อีกนิดก็คือ หาก “คนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต” จากอุบัติเหตุก็จะได้รับเงินค่าชดเชย ตามพ.ร.บ.ประกันกำหนดเอาไว้ แต่จะไม่ได้รับ “ค่าซ่อมรถ” ซึ่งข้อดีของความคุ้มครองจะคุ้มครองทั้งเจ้าของรถและคู่กรณีทันทีโดยไม่ต้องสืบว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก
เห็นกันแล้วใช่ไหมล่ะ? การต่อภาษีรถยนต์และพ.ร.บ.รถยนต์เป็นประจำทุกปีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากนะ หากปล่อยละเลยไว้เป็นเวลานานนอกจากเสียค่าปรับและเสียเวลา เสี่ยงป้ายทะเบียนถูกระงับอีกด้วย ซึ่งราคาพ.ร.บ.รถยนต์นั้นไม่สูง เมื่อครบกำหนดควรไปต่อพ.ร.บ.ประกันให้เรียบร้อย จะได้รับความคุ้มครองที่แสนคุ้มค่า ใครไม่อยากจ่ายหลักพัน ไม่อยากว้าวุ่นเลือกพ.ร.บ.ประกันถูกๆ ที่ insurverse ได้เลย ราคาเริ่มต้นเพียง 499 บาท ยามเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดก็ไร้ความกังวลไปได้เลย คุ้มครองเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์