เมื่อพูดถึงเรื่องแอร์รถยนต์กับประกันรถยนต์ อาจมีคนสงสัยว่าถ้าแอร์รถไม่เย็น ขับรถไป ร้อนไปแบบนี้ ประกันให้เคลมแอร์เสียรึเปล่า? ได้หรือไม่ได้? และจะสามารถเคลมได้จากกรณีใดบ้าง? แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าแอร์รถเริ่มส่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าแอร์รถเริ่มไม่ดีแล้ว? ถ้าล้างแอร์รถแล้วจะดีขึ้นไหม? ราคาล้างแอร์รถยนต์เท่าไหร่? ล้างแอร์รถยนต์ราคาบีควิกแพงมากมั้ย? และควรล้างแอร์รถยนต์ ปีละกี่ครั้งดี? insurverse จะพาไปหาคำตอบและพาไปส่องประกันรถกับเรื่องแอร์กันให้เคลียร์!
สำหรับกรณีแอร์เสีย เรื่องการเคลมแอร์กับประกันจะทำได้ไหม? ต้องบอกว่าหากรถเกิดอุบัติเหตุจนแอร์รถพัง! แน่นอนว่าสามารถทำเรื่องเคลมแอร์ใหม่กับประกันรถยนต์ได้เลย!
แต่ถ้าหากแอร์รถยนต์เริ่มไม่เย็น อาจจะถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเริ่มล้างแอร์รถยนต์กันสักที ซึ่งจะมีรูปแบบการล้างแอร์ถึง 2 แบบ คือ แบบถอดตู้และแบบไม่ถอดตู้ สำหรับการล้างแบบถอดตู้ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะกับแอร์ที่ค่อนข้างสกปรกหรือแอร์ที่ใช้งานมานาน แนะนำให้เลือกช่างที่ชำนาญในขั้นตอนการรื้อตู้แอร์เพื่อถอดคอยล์เย็นออกมาล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด, ต้องเติมน้ำยาแอร์ใหม่และอาจจะเปลี่ยนไดเออร์กับวาล์วแอร์ด้วย หากเลือกช่างไม่ดี อาจเสียเงินฟรีและทำให้แอร์พังได้!
ส่วนการล้างแบบไม่ถอดตู้จะง่ายกว่าและได้รับความนิยมสูง เพราะราคาถูกกว่าการล้างแบบถอดตู้! เหมาะกับแอร์ที่ล้างบ่อยหรือไม่สกปรกมาก!
ถ้าคุณอยากเช็คว่าล้างแอร์รถยนต์ราคาบีควิกเปรียบเทียบกับราคาล้างแอร์ร้านทั่วไปจะมีราคาประมาณเท่าไหร่ insurverse ได้นำราคากลางมาให้ตรวจสอบกันแล้ว
สำหรับการเคลมประกันรถยนต์นั้นก็มีข้อจำกัดที่คาดไม่ถึง แม้ว่าจะซื้อประกันรถยนต์ราคาแพงแค่ไหนก็ตาม? ความคุ้มครองก็ใช่ว่าจะครอบคลุมไปทุกเรื่อง! ทุกอย่าง!
โดยเฉพาะในเรื่องแอร์รถ ประกันก็ให้ความคุ้มครองในส่วนของการประกันอะไหล่รถ, แอร์รถยนต์หรือชิ้นส่วนต่างๆ ตามความคุ้มครองที่กำหนด จะเคลมได้เฉพาะเมื่อเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น แอร์รถยนต์เสีย เพราะถูกรถชนจนเกิดความเสียหายไปถึงระบบแอร์ แบบนี้สามารถเคลมประกันและส่งซ่อมได้ แต่ถ้าแอร์เสียตามสภาพความเก่าของรถหรือเหตุปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ จะไม่สามารถเคลมค่าซ่อมแอร์ได้!
หลายคนอาจยังเคยชินกับการทำประกันรถยนต์ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ขายประกันมาจัดการแจกแจงรายละเอียดหรือทำเอกสารต่างๆ หลายขั้นตอนให้ ซึ่งปัญหาหลักก็คือ การรอเวลา, จะทำอะไรก็ต้องทำในเวลาทำการและทำให้คนทำประกันเสียเวลาไปมาก
แต่ปัจจุบันโลกออนไลน์ทำให้ชีวิตง่ายกว่านั้น แค่ทำประกันภัยออนไลน์เต็มรูปแบบจาก insurverse บริษัทที่ทำให้คุณเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมต้องรอ! บริษัทประกันที่นี่สามารถเลือกซื้อประกันเวลาไหนก็ได้ สะดวกเวลาไหน? เที่ยงคืนหรือตีหนึ่งก็เสริมความปลอดภัยให้กับรถได้เสมอ
อีกทั้งไม่ต้องทำผ่านใคร คุณได้รับอิสระในการเลือกแบบเต็มๆ เลือกความคุ้มครองที่ใช้ในราคาที่ชอบด้วยตัวเองได้เลย หากเกิดอุบัติเหตุอะไรก็ทำเรื่องเคลมผ่านออนไลน์ได้ตลอด ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา คิดดูว่าแบบนี้จะดีแค่ไหน? ถ้าเอกสารและข้อมูลครบปุ๊บ! insurverse ก็อนุมัติเคลมปั๊บ! รวดเร็วทันใจ เร็วที่สุดภายใน 1 วัน ดีแบบนี้ต้องทำประกันกับ insurverse แล้วไหม?
หลังจากที่ได้ทราบข้อจำกัดในการเคลมประกันรถยนต์เกี่ยวกับเรื่องแอร์รถกันไปแล้ว ว่าถ้าหากแอร์เสียจากเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่อุบัติเหตุจะไม่สามารถเคลมได้เลย ดังนั้นเรื่องแอร์ต้องดูแลดีๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้การล้างห้องเครื่องราคาไม่ได้แรงมาก หากหมั่นดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ ก็ดีกว่าต้องไปเสียเงินจ่ายค่าซ่อมที่แพงกว่า หากอยากอุ่นใจเรื่องอุบัติเหตุหรือเรื่องไม่คาดฝัน เช่น หนูกัดสายไฟ, ไฟไหม้, น้ำท่วมหรือรถเกิดอุบัติเหตุตัวรถเสียหาย มาเลือกรับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ออนไลน์ชั้น 1 ที่ insurverse กัน ที่นี่เห็นคุณค่าทุกชีวิตและพร้อมดูแลรถทุกคนด้วยความจริงใจ มาเลือกความคุ้มครองที่ตรงใจคุณกันได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง