vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
ติดแบล็คลิส ออกรถฟรีดาวน์

ติดแบล็คลิส แต่อยากออกรถฟรีดาวน์ ทำได้จริงไหม? เช็คคำตอบที่นี่

schedule
share

ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า ติดแบล็คลิส ออกรถฟรีดาวน์ได้ไหม เรามาเข้าใจก่อนว่า คำว่า “ติดแบล็คลิส” จริง ๆ แล้วไม่ใช่คำศัพท์ทางการเงินที่ใช้ในเชิงกฎหมายโดยตรง แต่เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกสถานะทางการเงินของคนที่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้หรือชำระล่าช้าจนถูกบันทึกไว้ในระบบเครดิตบูโร ซึ่งข้อมูลนี้ธนาคารและสถาบันการเงินใช้ในการประเมินความเสี่ยงก่อนจะอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้า

ติดแบล็คลิสเกิดจากอะไร?

การติดแบล็คลิสเกิดจากการที่ลูกหนี้ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขการชำระหนี้ที่ตกลงไว้กับเจ้าหนี้ เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • จ่ายบัตรเครดิตช้า: การจ่ายขั้นต่ำล่าช้าหรือไม่ชำระเลยเกินระยะเวลาที่กำหนด
  • ผิดนัดชำระสินเชื่อ: เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล
  • การเป็นผู้ค้ำประกัน: หากคนที่คุณค้ำประกันไม่ชำระหนี้ตามกำหนด คุณจะถูกบันทึกประวัติไปด้วย
  • ค้างชำระค่างวดรถหรือบ้าน: ซึ่งเป็นหนี้ระยะยาวที่มีผลกระทบมากต่อสถานะเครดิต

เมื่อมีประวัติเหล่านี้ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยัง เครดิตบูโร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลทางการเงินของผู้กู้ยืมในระบบ การติดแบล็คลิสจึงหมายถึงว่าคุณถูกระบุในระบบเครดิตบูโรว่าเป็นลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง แน่นอนว่าส่งผลให้การ ติดแบล็คลิส ออกรถฟรีดาวน์ นั้นอาจจะเป็นไปไม่ได้

ทำไมการติดแบล็คลิสถึงมีผลกับการออกรถ?

การติดแบล็คลิสส่งผลโดยตรงต่อการขอสินเชื่อในการออกรถ เพราะการซื้อรถส่วนใหญ่มักพึ่งพาสินเชื่อจากไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงิน ซึ่งจะใช้ข้อมูลเครดิตบูโรของคุณเป็นตัวช่วยตัดสินใจ หากคุณติดแบล็คลิส ระบบจะมองว่าคุณมีความเสี่ยงทางการเงินสูงและอาจไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตรงเวลา นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้การติดแบล็คลิส ออกรถฟรีดาวน์ นั้นทำได้ค่อนข้างยาก

1. ประวัติการเงินที่ไม่ดีทำให้ไฟแนนซ์ลังเล

เมื่อคุณติดแบล็คลิส ไฟแนนซ์จะมองว่าคุณมีความน่าเชื่อถือทางการเงินต่ำ เพราะมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ เช่น ค้างจ่ายบัตรเครดิต ผ่อนสินเชื่อล่าช้า หรือไม่ชำระเลย สิ่งนี้ทำให้ไฟแนนซ์กังวลว่าคุณอาจไม่สามารถชำระค่างวดรถในอนาคตได้อย่างสม่ำเสมอ การอนุมัติสินเชื่อจึงยากขึ้น หรือหากอนุมัติได้ คุณอาจต้องเผชิญเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าปกติ

2. ดอกเบี้ยสูงขึ้นสำหรับผู้ติดแบล็คลิส

ไฟแนนซ์ที่ยอมอนุมัติสินเชื่อให้คนติดแบล็คลิส มักชดเชยความเสี่ยงด้วยการตั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ ทำให้ยอดรวมที่ต้องผ่อนชำระเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคนปกติได้ดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี คนติดแบล็คลิสอาจต้องจ่ายดอกเบี้ย 4-5% ต่อปี ซึ่งเพิ่มภาระทางการเงินในระยะยาว

3. การขอสินเชื่อต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติม

สถาบันการเงินมักตั้งเงื่อนไขพิเศษสำหรับคนติดแบล็คลิสเพื่อช่วยลดความเสี่ยง เช่น

  • การชำระเงินดาวน์ในอัตราสูง: คุณอาจต้องจ่ายเงินดาวน์มากกว่า 20-30% ของราคารถ เพื่อแสดงความตั้งใจจริงในการผ่อนชำระ
  • ผู้ค้ำประกันที่เครดิตดี: หากคุณหาผู้ค้ำประกันที่มีเครดิตดีมาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ สินเชื่ออาจผ่านง่ายขึ้น
  • เอกสารแสดงรายได้ที่ชัดเจน: คุณต้องแสดงหลักฐานรายได้ที่มั่นคง เช่น สลิปเงินเดือนหรือสมุดบัญชีย้อนหลัง เพื่อยืนยันว่าคุณสามารถผ่อนชำระค่างวดได้

4. ตัวเลือกในการขอสินเชื่อจำกัด

คนติดแบล็คลิสไม่สามารถขอสินเชื่อได้จากทุกไฟแนนซ์ บางแห่งอาจปฏิเสธทันทีที่เห็นประวัติการเงินของคุณ ทำให้คุณมีตัวเลือกน้อยลง และต้องพึ่งพาไฟแนนซ์หรือโชว์รูมที่มีโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ที่มีเครดิตไม่ดี ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายหรือข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น ระยะเวลาผ่อนที่สั้นลง หรือการจ่ายเงินดาวน์สูงขึ้น

5. กระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเงินในระยะยาว

การติดแบล็คลิสไม่ได้ส่งผลแค่กับการออกรถ แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ทางการเงินในอนาคตด้วย เช่น การขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรเครดิตใหม่ แม้คุณจะเคลียร์หนี้สินที่ทำให้ติดแบล็คลิสไปแล้ว ประวัตินี้อาจยังคงอยู่ในระบบเครดิตบูโรเป็นเวลา 3 ปี ทำให้ไฟแนนซ์ระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ

6. การตรวจสอบเครดิตก่อนอนุมัติสินเชื่อ

ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะดึงข้อมูลเครดิตบูโรของคุณมาตรวจสอบก่อนอนุมัติสินเชื่อเสมอ โดยระบบจะให้คะแนนเครดิตหรือ “เครดิตสกอร์” ซึ่งสะท้อนความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ คนที่ติดแบล็คลิสจะมีเครดิตสกอร์ต่ำกว่าคนทั่วไป ทำให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นเรื่องยากมากขึ้น และอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณานานกว่าปกติ

7. ผลกระทบต่อการผ่อนชำระในอนาคต

คนติดแบล็คลิสที่สามารถออกรถได้ อาจต้องแบกรับภาระค่างวดที่สูงขึ้น ซึ่งถ้าไม่สามารถจัดการเงินได้ดี อาจเกิดปัญหาผิดนัดชำระซ้ำอีกครั้ง ส่งผลให้สถานะทางการเงินแย่ลงกว่าเดิม

ติดแบล็คลิสตรวจสอบยังไง?

หากคุณสงสัยว่าตัวเองติดแบล็คลิสหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ผ่านเครดิตบูโร โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ติดต่อเครดิตบูโร: สามารถขอตรวจสอบสถานะได้จากศูนย์ข้อมูลเครดิตบูโรที่สาขาของธนาคาร
  • ใช้บริการออนไลน์: เครดิตบูโรมีแพลตฟอร์มที่ให้บริการตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์
  • ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ: โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาท
the-financial-impact-of-buying-a-new-car
source: https://www.freemalaysiatoday.com/category/leisure/automotive/2021/10/16/the-financial-impact-of-buying-a-new-car/

ออกรถฟรีดาวน์คืออะไร?

คำว่า “ฟรีดาวน์” เป็นคำที่ได้ยินบ่อยเวลาเราพูดถึงการซื้อรถ แต่บางคนอาจยังงงว่ามันหมายถึงอะไร จริง ๆ แล้ว “ฟรีดาวน์” หมายถึงการที่คุณสามารถซื้อรถได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ล่วงหน้า ซึ่งปกติแล้วเงินดาวน์จะเป็นเงินก้อนแรกที่ต้องจ่ายให้กับโชว์รูมหรือไฟแนนซ์ก่อนเริ่มต้นการผ่อนชำระในส่วนของค่างวดรถ

ระบบการออกรถฟรีดาวน์ทำงานอย่างไร?

การออกรถฟรีดาวน์คือการที่สถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์อนุมัติสินเชื่อให้คุณเต็มจำนวนราคารถ นั่นหมายความว่า

  1. เงินดาวน์ 0 บาท
    คุณไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแรกที่ปกติคิดเป็น 10-30% ของราคารถ เช่น รถราคา 500,000 บาท ถ้าปกติเงินดาวน์อยู่ที่ 20% คุณจะต้องจ่ายดาวน์ 100,000 บาทก่อน แต่ถ้าเป็นโปรแกรมฟรีดาวน์ คุณสามารถเริ่มต้นผ่อนชำระได้ทันทีโดยไม่ต้องมีเงินก้อน
  2. เพิ่มยอดผ่อนชำระรายเดือน
    เนื่องจากไม่มีเงินดาวน์ ยอดสินเชื่อที่คุณต้องชำระจะเท่ากับราคารถทั้งหมด ทำให้ค่างวดรายเดือนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการจ่ายเงินดาวน์
  3. ดอกเบี้ยอาจสูงกว่าแบบปกติ
    ในบางกรณี ดอกเบี้ยสำหรับการออกรถฟรีดาวน์อาจสูงกว่าโปรแกรมที่มีการวางเงินดาวน์ เพราะไฟแนนซ์มองว่าคุณมีความเสี่ยงในการชำระหนี้ที่มากกว่า

ใครที่เหมาะกับการออกรถฟรีดาวน์?

การออกรถฟรีดาวน์อาจไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทุกคน แต่เหมาะกับกลุ่มคนที่มีคุณสมบัติเหล่านี้

  1. ไม่มีเงินก้อนล่วงหน้า
    หากคุณยังไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะจ่ายดาวน์ แต่อยากเริ่มต้นใช้งานรถทันที โปรแกรมฟรีดาวน์อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์
  2. มีรายได้มั่นคง
    การไม่มีเงินดาวน์แปลว่าคุณต้องรับภาระค่างวดที่สูงขึ้น ดังนั้น คนที่มีรายได้มั่นคงและสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้ดีจะเหมาะกับโปรแกรมนี้
  3. ต้องการรถใช้งานเร่งด่วน
    ในบางสถานการณ์ เช่น งานที่จำเป็นต้องใช้รถ หรือชีวิตประจำวันต้องเดินทางไกล การออกรถฟรีดาวน์ช่วยให้คุณมีรถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเก็บเงินดาวน์

ข้อดีของการออกรถฟรีดาวน์

  1. ไม่ต้องรอเงินก้อน
    คุณสามารถเป็นเจ้าของรถได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสะสมเงินดาวน์เป็นเวลานาน
  2. เหมาะกับคนที่มีรายได้มั่นคง
    ถ้าคุณมั่นใจในรายได้ของตัวเองและสามารถรับผิดชอบค่างวดได้ การเลือกออกรถฟรีดาวน์จะช่วยให้คุณเริ่มใช้งานรถได้เร็วขึ้น
  3. สะดวกและรวดเร็ว
    โชว์รูมหรือดีลเลอร์ที่มีโปรแกรมฟรีดาวน์มักจะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณในเรื่องเอกสารและการขอสินเชื่อ ทำให้กระบวนการทั้งหมดง่ายและรวดเร็ว

ข้อควรระวังของการออกรถฟรีดาวน์

  1. ค่างวดรายเดือนสูงขึ้น
    เนื่องจากไม่มีเงินดาวน์ช่วยลดราคารถ คุณจะต้องผ่อนในจำนวนเงินที่สูงกว่าแบบปกติ และระยะเวลาผ่อนอาจยาวขึ้น
  2. ดอกเบี้ยอาจสูงกว่าเดิม
    การไม่มีเงินดาวน์ทำให้ไฟแนนซ์มองว่าคุณมีความเสี่ยงด้านการเงิน ส่งผลให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอาจสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่มีเงินดาวน์
  3. การตรวจสอบเครดิตเข้มงวด
    แม้จะเป็นโปรแกรมฟรีดาวน์ แต่สถาบันการเงินยังคงตรวจสอบเครดิตและรายได้ของคุณอย่างละเอียด เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ

ตัวอย่างสถานการณ์ที่การออกรถฟรีดาวน์เหมาะสม

  • คุณเพิ่งเริ่มต้นงานใหม่และมีรายได้ประจำ แต่ยังไม่มีเงินเก็บมากพอสำหรับการดาวน์รถ
  • คุณต้องการรถเพื่อใช้งานด่วน เช่น เพื่อเดินทางไปทำงานหรือใช้ในการประกอบอาชีพ
  • คุณมั่นใจในรายได้และการบริหารการเงินของตัวเอง สามารถจัดการค่างวดรายเดือนที่เพิ่มขึ้นได้

แม้การออกรถฟรีดาวน์จะสะดวก แต่ภาระดอกเบี้ยที่สูงอาจเพิ่มภาระในระยะยาว อย่าลืมเพิ่มความอุ่นใจด้วยประกันรถยนต์ชั้น 2+ จาก Insurverse ที่คุณเลือกเองได้ เพื่อให้ในอนาคตหากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเดือดร้อนเงินในกระเป๋า

source: https://www.pexels.com/photo/smiling-woman-sitting-in-a-new-car-at-the-car-salon-and-showing-car-keys-7144209/

ขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับคนติดแบล็คลิส ออกรถฟรีดาวน์

ถึงแม้ว่าการติดแบล็คลิส ออกรถฟรีดาวน์ นั้นอาจจะเป็นไปได้ยากมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีโอกาส ทุกวันนี้มีวิธีและตัวช่วยมากมายที่ช่วยให้คนติดแบล็คลิสสามารถออกรถได้ หากเตรียมตัวและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง โอกาสที่จะได้รถมาใช้งานก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม ลองมาดูกันว่าต้องทำอะไรบ้าง

1. ตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองก่อน

ก่อนจะเริ่มวางแผนการออกรถ สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเองในเครดิตบูโรเพื่อดูว่า

  • ติดแบล็คลิสจากเหตุผลอะไร เช่น ค้างจ่ายบัตรเครดิต ผ่อนสินเชื่อ หรือค้ำประกันใคร
  • หนี้ยังคงค้างอยู่หรือไม่ หรือเคลียร์หนี้ไปแล้วแต่สถานะยังไม่อัปเดต

คุณสามารถตรวจสอบเครดิตบูโรได้ง่าย ๆ ผ่านธนาคารหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการ รายงานนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของปัญหาและวางแผนแก้ไขได้ดีขึ้น

2. เคลียร์หนี้เก่าหรือปรับปรุงสถานะการเงิน

ถ้าหนี้ที่ทำให้คุณติดแบล็คลิสยังไม่ได้ชำระ ให้พยายามเคลียร์หนี้หรือเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อปรับปรุงสถานะการเงิน หากหนี้ถูกชำระเรียบร้อยแล้ว แต่ประวัติยังไม่อัปเดตในเครดิตบูโร คุณสามารถขอให้ธนาคารหรือเจ้าหนี้ส่งคำร้องขอปรับปรุงข้อมูลไปยังเครดิตบูโรได้

3. เลือกโชว์รูมหรือไฟแนนซ์ที่เข้าใจและมีโปรแกรมสำหรับคนติดแบล็คลิส

ไม่ใช่โชว์รูมรถทุกแห่งที่มีนโยบายรองรับคนติดแบล็คลิส แต่บางโชว์รูมหรือไฟแนนซ์มีโปรแกรมเฉพาะสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น

  • โปรแกรมฟรีดาวน์: เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเงินก้อนล่วงหน้า
  • โปรแกรมผ่อนชำระแบบยืดหยุ่น: สามารถปรับระยะเวลาผ่อนและยอดค่างวดได้
  • การอนุมัติพิเศษ: บางไฟแนนซ์อาจไม่เข้มงวดเท่าธนาคารหลัก ทำให้คนติดแบล็คลิสมีโอกาสมากขึ้น

4. เตรียมเอกสารให้พร้อม

เอกสารที่ครบถ้วนและชัดเจนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แม้จะติดแบล็คลิส สิ่งที่ต้องเตรียม ได้แก่

  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้: เพื่อแสดงว่าคุณมีความสามารถในการผ่อนชำระ
  • สมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน: แสดงการเคลื่อนไหวของเงินในบัญชี
  • สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน: เพื่อยืนยันตัวตน
  • หนังสือรับรองการทำงาน: เพื่อแสดงถึงความมั่นคงในอาชีพ
  • ใบแสดงการเคลียร์หนี้ (ถ้ามี): เพื่อยืนยันว่าคุณได้จัดการปัญหาหนี้สินเรียบร้อยแล้ว

อย่าลืมว่าการเตรียมเอกสารให้พร้อม เช่น พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการออกรถเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะติดแบล็คลิสหรือไม่ แพลตฟอร์มอย่าง Insurverse ก็ช่วยให้คุณจัดการเรื่องประกันได้ง่ายขึ้นในไม่กี่นาที ด้วยประกันที่คุณเลือกเองได้ตามใจ

5. หาผู้ค้ำประกันที่น่าเชื่อถือ

หากคุณมีผู้ค้ำประกันที่มีเครดิตดีและสถานะการเงินมั่นคง โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้ค้ำประกันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับไฟแนนซ์ว่า หากคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้ค้ำประกันจะรับผิดชอบแทน

6. พิจารณาเงื่อนไขการชำระเงินอย่างละเอียด

คนติดแบล็คลิสอาจต้องเจอเงื่อนไขที่เข้มงวด เช่น:

  • ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่ไฟแนนซ์เสนอให้และคำนวณว่าคุณสามารถจ่ายได้หรือไม่
  • เงินดาวน์ที่สูงกว่า: บางโชว์รูมอาจต้องการเงินดาวน์ในอัตราสูงกว่าปกติเพื่อลดความเสี่ยง
  • ระยะเวลาผ่อนชำระสั้นลง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถจัดการภาระผ่อนรายเดือนได้โดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

7. เริ่มต้นจากรถราคาประหยัดหรือรถมือสอง

หากการออกรถใหม่ป้ายแดงดูเป็นเรื่องยากสำหรับสถานะทางการเงินปัจจุบัน คุณสามารถเริ่มต้นจากการเลือกซื้อรถราคาประหยัดหรือรถมือสองที่มีราคารวมต่ำกว่า การขอสินเชื่อสำหรับรถประเภทนี้มักง่ายกว่า และภาระผ่อนชำระรายเดือนก็เบากว่า

8. เจรจาขอเงื่อนไขพิเศษ

หากโชว์รูมหรือไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้เจรจาเงื่อนไข ลองต่อรองเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ เช่น:

  • ขอระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้นเพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง
  • ขออัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผลมากขึ้น

9. ตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียด

ก่อนลงนามในสัญญา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจเงื่อนไขทั้งหมด รวมถึง

  • อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาการผ่อนชำระ
  • ค่าปรับกรณีชำระล่าช้าหรือผิดนัด
  • เงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคืนรถหรือการเปลี่ยนแปลงสัญญา

10. บริหารจัดการเงินหลังออกรถ

เมื่อออกรถสำเร็จ การวางแผนการเงินที่ดีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผิดนัดชำระซ้ำอีก เช่น

  • แบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับค่างวดรถทุกเดือน
  • ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อจัดการภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หมั่นตรวจสอบสถานะการเงินและปรับปรุงเครดิตบูโรเพื่อให้สถานะทางการเงินของคุณดีขึ้นในอนาคต

ติดแบล็คลิสอย่าหมดหวัง! มีตัวช่วยมากมาย

ไม่ว่าคุณจะติดแบล็คลิสหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการวางแผนการเงินให้ดี เลือกโชว์รูมที่มีบริการสำหรับคนติดแบล็คลิส หรือปรึกษาสถาบันการเงินที่เข้าใจสถานการณ์ของคุณจะช่วยให้ฝันของคุณเป็นจริง อย่าลืมสำรวจตัวเลือกและปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การออกรถเป็นไปอย่างราบรื่น! 

รวมคำถามที่พบบ่อย

ติดแบล็คลิสกี่ปีถึงจะหมดอายุความ

โดยปกติข้อมูลเครดิตบูโรจะเก็บไว้นาน 3 ปีหลังเคลียร์หนี้เสร็จ

สถานะบูโร 10 ออกรถได้ไหม

สถานะ 10 หมายถึงบัญชีปกติ หากเอกสารครบและรายได้มั่นคง มีโอกาสออกรถได้

Blacklist กับบูโรเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน Blacklist เป็นคำไม่เป็นทางการ ส่วนเครดิตบูโรคือหน่วยงานที่เก็บข้อมูลเครดิต

ติดแบล็คลิสกี่ปีถึงจะออกรถได้

ขึ้นอยู่กับไฟแนนซ์ บางแห่งรับลูกค้าที่เพิ่งเคลียร์หนี้ ส่วนใหญ่แนะนำรอ 1-3 ปี

จะรู้ได้ยังไงว่าติดแบล็คลิส

สามารถโหลดแอปทางรัฐ เลือกตัวเลือก ตรวจสอบเครดิตบูโร ยืนยันตัวตนและทำตามขั้นตอน

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย