vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน แต่ไม่ได้ทำประกันไว้ ต้องทำยังไง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน แต่ไม่ได้ทำประกันไว้ ต้องทำยังไง

schedule
share
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน แต่ไม่ได้ทำประกันไว้ ต้องทำยังไง

อุบัติเหตุทางรถยนต์ คือ สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะต้องทำยังไงบ้าง โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ หรืออาจจะหมดอายุแล้วลืมต่อประกัน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดไหม หากไม่มีเงินชดเชยค่าใช้จ่ายต้องทำอย่างไร เรามาไขข้อสงสัยทั้งหมดนี้ไปพร้อมๆ กันดีกว่า

วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุรถชน แต่ไม่มีประกัน

วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุรถชน แต่ไม่มีประกัน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ต้องทำยังไง สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเรารู้ว่าไม่มีประกัน คือการสอบถามคู่กรณีของเรา ว่ามีประกันหรือเปล่า เพราะหากไม่มีประกันทั้งคู่ อาจจะมีความยุ่งยากในการตกลงเรื่องค่าเสียหาย และอาจจะต้องถึงขั้นขึ้นศาลฟ้องร้องกันไปมา ซึ่งจะเสียเวลามากกว่าเดิม แต่หากคู่กรณีมีประกันทำเอาไว้ ก็ต้องมาดูกันต่อว่า ใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูก

1. กรณีที่เราเป็นฝ่ายถูก

หากเราเป็นฝ่ายถูก ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวล เพราะทางประกันของคู่กรณีจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับเรา โดยไม่ต้องไม่เสียเวลาฟ้องร้องกันให้วุ่นวาย 

2. กรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด

แต่ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด มันจะกลายเป็นหนังคนละม้วนไปในทันที โดยเฉพาะคู่กรณีที่ทำประกันไว้ เราจะต้องขอให้คู่กรณีช่วยเหลือเรื่องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่หากคู่กรณีไม่ยอมช่วยเหลือ ก็จะต้องทำเรื่องขอประนอมหนี้ ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายตามมาอีกเพียบ 

ข้อควรรู้หากไม่มีเงินชดใช้ค่าเสียหาย

ในกรณีที่เราไม่ได้ทำประกันรถยนต์ไว้ หรืออาจจะขาดต่อพอดีในช่วงนั้น การขอประนอมหนี้เป็นวิธีเดียวในการจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยมีการทำข้อตกลงในการผ่อนจ่ายกับทางบริษัทประกันเป็นงวด หรือตามตกลง

ไม่มีประกันรถยนต์ ใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองแทนได้ไหม

หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ประกัน พ.ร.บ. ภาคบังคับ คิดว่าสามารถคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติรถชนได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประกัน พ.ร.บ. คุ้มครองแค่ผู้ขับขี่ และคู่กรณีเท่านั้น ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ เจ้าของจะต้องเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด 

ทำไมถึงควรทำประกันรถยนต์

ทำไมถึงควรทำประกันรถยนต์

การทำประกันรถยนต์ ไม่เพียงแต่คุ้มครองในด้านความเสียหายจากอุบัติเหตุรถชน หรือค่าซ่อมแซมต่างๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมในด้านอื่นๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ มาดูตัวอย่างการคุ้มครองที่ประกันรถยนต์มีให้ดีกว่า 

ช่วยคุ้มครองจากอุบัติเหตุ

หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้น ไม่ว่าจะมีคู่กรณี หรือไม่มีคู่กรณีก็ตาม ประกันจะคุ้มครองครอบคลุมในจุดนี้ด้วย โดยที่เราไม่ต้องไปเสียค่าซ่อม หรือทำสีเอง ในกรณีที่เราขับรถไปชนแบบไม่มีคู่กรณี ตัวอย่างเช่น ขับรถชนต้นไม้ ขับรถชนขอบฟุตบาท หรือขับรถชนรั้วบ้านตัวเอง ล้วนแล้วเกิดขึ้นได้บ่อยไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือขับมานานก็ตาม

ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการซ่อม

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนจนเสียหายหนัก ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถที่นอกจากจะแพงแล้ว ยังมีระยะเวลาในการเสียโอกาสที่นาน ข้อดีของการมีประกันรถยนต์ไว้ คือ บริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่าเสียเวลา หรือมีรถคันสำรองมาให้ใช้งานในระหว่างที่รอการซ่อม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของประกันที่ทำไว้

ช่วยป้องกันการโจรกรรม

หากเราต้องจอดรถไว้ในสถานที่ที่ไม่มีการล้อมรั้ว หรือสุ่มเสี่ยงต่อการโดนขโมยรถเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี การทำประกันรถยนต์ไว้จะอุ่นใจกว่า เพราะจะช่วยค่าชดเชยในกรณีที่รถหายให้ด้วย

ช่วยคุ้มครองจากภัยธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติ อาจจะฟังดูไกลตัวในการตัดสินใจทำประกันรถยนต์ แต่ในความเป็นจริง เหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน น้ำท่วม หรือแม้แต่ลูกเห็บตกใส่ ล้วนสร้างความเสียหายให้กับตัวรถได้ทั้งนั้น ซึ่งหากไม่ได้ทำประกันไว้ ก็จะต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด

ช่วยประกันตัวผู้ขับขี่

อีกเรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ หากเกิดอุบัติเหตุหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต และต้องมีการควบคุมตัวไว้ ประกันรถยนต์จะช่วยประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาก่อน เพื่อรอต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป ซึ่งเป็นอีกข้อดีของการมีประกันรถยนต์ไว้

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)